หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ิธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ภัยพิบัติในเนปาลอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

เขียนโดย dukedicknarak

 

ธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ภัยพิบัติในเนปาลอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่านของเทือกเขาหิมาลัย ธารน้ำแข็งสีขาวที่ทอดตัวอยู่ตามหุบเขาอาจดูเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความหนาวเย็นและความมั่นคง แต่ภายใต้ภูมิทัศน์อันงดงามนั้นกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเฝ้าจับตามอง เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ธารน้ำแข็งไม่ได้เพียงค่อย ๆ หดตัวเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ภูมิประเทศบนภูเขาสูงสูญเสียความมั่นคง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศเนปาลจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาพิจารณาความเสี่ยงจากธารน้ำแข็งอย่างจริงจัง โดยมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ภัยพิบัติอาจเกี่ยวข้องกับการถล่มของธารน้ำแข็งบนพื้นที่เทือกเขาลังถัง-หลี่รุง ซึ่งแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถตรวจวัดได้ในระดับประมาณ 5.2 ริกเตอร์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ริกเตอร์โดยตรงเสมอไป เพราะเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวสามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนตัวหรือพังถล่มของมวลน้ำแข็งและหินได้เช่นกัน การแยกแยะว่าแรงสั่นสะเทือนเกิดจากอะไรจึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากสถานีตรวจวัดหลายแห่ง ภาพถ่ายดาวเทียม การสำรวจภาคสนาม และการวิเคราะห์ภูมิประเทศอย่างละเอียด

 

การค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลยิ่งกว่าคือ ภัยพิบัติในลักษณะนี้อาจไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หากสภาพภูมิอากาศยังคงเปลี่ยนแปลงและอุณหภูมิในพื้นที่ภูเขาสูงเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจากการพังทลายของน้ำแข็ง หิน และดินก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เมื่อภูเขาน้ำแข็งเริ่มสูญเสีย “ตัวค้ำยัน”

ธารน้ำแข็งไม่ได้เป็นเพียงก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่หยุดนิ่งอยู่บนภูเขา แต่แท้จริงแล้วมันเป็นมวลน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ตามแรงโน้มถ่วง และมีปฏิสัมพันธ์กับภูเขา หิน ดิน และระบบน้ำโดยรอบตลอดเวลา

เมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น ธารน้ำแข็งจะสูญเสียน้ำแข็งเร็วกว่าที่สะสมกลับมา ส่งผลให้มวลของธารน้ำแข็งลดลง พื้นที่ที่เคยถูกน้ำแข็งกดทับเป็นเวลานานจึงค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพ ขณะเดียวกันน้ำจากการละลายสามารถไหลเข้าไปตามรอยแตกของหินหรือบริเวณฐานธารน้ำแข็ง ทำให้โครงสร้างบางส่วนอ่อนแอลง

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากคือ “ชั้นดินเยือกแข็งถาวร” หรือ permafrost ซึ่งเป็นดินหรือวัสดุพื้นผิวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งต่อเนื่องเป็นเวลานาน ในพื้นที่ภูเขาสูง ชั้นดินและน้ำแข็งเหล่านี้มีบทบาทคล้ายวัสดุประสานที่ช่วยยึดก้อนหินและพื้นผิวภูเขาเข้าด้วยกัน

เมื่อ permafrost อุ่นขึ้น น้ำแข็งที่ทำหน้าที่เชื่อมรอยแตกต่าง ๆ จะละลาย ความแข็งแรงของลาดเขาอาจลดลง ก้อนหินขนาดใหญ่จึงมีโอกาสเคลื่อนตัวหรือพังลงมาได้ง่ายขึ้น

ดร. โจนาธาน คาร์ริวิค ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยลีดส์ อธิบายถึงความเชื่อมโยงดังกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้อุณหภูมิในพื้นที่ภูเขาสูงเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อทั้งธารน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งถาวร เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้สูญเสียความมั่นคง ความเสี่ยงต่อการพังทลายก็เพิ่มขึ้นตามมา

จากน้ำแข็งถล่มสู่กำแพงน้ำมหาศาล

ภัยที่น่ากลัวไม่ได้เกิดจากก้อนน้ำแข็งหรือหินที่ถล่มลงมาเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอาจรุนแรงยิ่งกว่า

ในหุบเขาของเทือกเขาสูง น้ำจากธารน้ำแข็งที่ละลายสามารถสะสมอยู่ในแอ่งตามธรรมชาติ กลายเป็นทะเลสาบที่เรียกว่า “ทะเลสาบธารน้ำแข็ง” หรือ Glacial Lake ทะเลสาบเหล่านี้บางแห่งถูกกั้นเอาไว้ด้วยสันตะกอน น้ำแข็ง หรือเศษหินที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็ง

หากเกิดน้ำแข็ง หิน หรือดินจำนวนมหาศาลพังลงไปในทะเลสาบอย่างกะทันหัน มวลที่ตกลงไปอาจผลักดันน้ำให้ทะลักออกจากขอบทะเลสาบ หรือทำให้แนวกั้นทะเลสาบพังลงได้ ผลที่ตามมาคือมวลน้ำขนาดใหญ่สามารถไหลลงตามหุบเขาด้วยความเร็วสูง พัดพาโคลน หิน ต้นไม้ และเศษวัสดุต่าง ๆ ไปพร้อมกัน

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Glacial Lake Outburst Flood หรือ GLOF และถือเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายอย่างฉับพลันในพื้นที่ภูเขา

สิ่งที่ทำให้ GLOF แตกต่างจากน้ำท่วมทั่วไปคือ น้ำอาจเดินทางจากพื้นที่สูงลงสู่ชุมชนเบื้องล่างอย่างรวดเร็วมาก โดยผู้คนที่อยู่ตามหุบเขาอาจมีเวลารับมือเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำและลำน้ำซึ่งรับน้ำจากภูเขาโดยตรง

หิมาลัยไม่ได้เป็นพื้นที่เดียวที่ต้องจับตา

แม้เทือกเขาหิมาลัยจะถูกพูดถึงบ่อยครั้งเมื่อกล่าวถึงความเสี่ยงจากธารน้ำแข็ง แต่ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเอเชีย

พื้นที่ภูเขาสูงทั่วโลก เช่น เทือกเขาแอลป์ในยุโรป เทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ รวมถึงพื้นที่ภูเขาในอเมริกาเหนือและภูมิภาคอื่น ๆ ต่างกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งเช่นกัน

ในบางพื้นที่ ธารน้ำแข็งที่เคยทำหน้าที่เป็นมวลน้ำแข็งขนาดใหญ่กำลังถอยร่น ทิ้งแอ่งน้ำและภูมิประเทศใหม่เอาไว้เบื้องหลัง ขณะที่ภูเขาซึ่งเคยถูกยึดตรึงด้วยน้ำแข็งเป็นเวลานานก็ต้องปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

นั่นทำให้ภัยพิบัติจากธารน้ำแข็งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “น้ำแข็งละลาย” แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทั้งระบบภูเขา ตั้งแต่ยอดเขา ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ ไปจนถึงแม่น้ำและชุมชนที่อยู่ปลายน้ำ

15 ล้านชีวิตที่อยู่ใกล้ความเสี่ยง

หนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนความน่ากังวลได้อย่างชัดเจนคือ นักวิจัยประเมินว่าประชากรมากถึงประมาณ 15 ล้านคนทั่วโลก อาจอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับทะเลสาบธารน้ำแข็งและน้ำหลากจากพื้นที่ภูเขาสูง

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าคนทั้ง 15 ล้านคนจะต้องเผชิญภัยพิบัติอย่างแน่นอน แต่สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนจำนวนมากตั้งถิ่นฐานอยู่ในภูมิประเทศที่อาจได้รับผลกระทบ หากเกิดการพังทลายของธารน้ำแข็งหรือแนวกั้นทะเลสาบอย่างฉับพลัน

พื้นที่ปลายน้ำจึงมีความสำคัญไม่แพ้พื้นที่บนยอดเขา เพราะแม้ภัยจะเริ่มต้นจากบริเวณที่ห่างไกลจากชุมชนหลายสิบกิโลเมตร แต่เมื่อมวลน้ำและตะกอนเคลื่อนตัวลงมาตามหุบเขา ผลกระทบสามารถขยายออกไปได้เป็นวงกว้าง

ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งผ่านดาวเทียม การตรวจวัดระดับน้ำในทะเลสาบ การสำรวจภูมิประเทศ และระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพราะการรู้ว่าภูเขากำลังเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น อาจช่วยให้ชุมชนมีเวลาย้ายคนและทรัพย์สินออกจากพื้นที่อันตราย

“ระเบิดเวลา” ที่ไม่ได้มีนาฬิกานับถอยหลัง

คำว่า “ระเบิดเวลา” ที่ใช้เปรียบเทียบกับธารน้ำแข็งจึงไม่ได้หมายความว่าจะมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นในวันหรือเวลาใดเวลาหนึ่งอย่างแน่นอน หากแต่หมายถึงความเสี่ยงที่ค่อย ๆ สะสมจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ

ธารน้ำแข็งบางแห่งอาจละลายอย่างช้า ๆ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ขณะที่บางพื้นที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากน้ำแข็งถล่ม หินถล่ม หรือทะเลสาบธารน้ำแข็งแตกออก

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามทำจึงไม่ใช่เพียงการทำนายว่า “ภัยพิบัติครั้งต่อไปจะเกิดเมื่อไร” แต่คือการทำความเข้าใจว่าพื้นที่ใดกำลังมีความเสี่ยงมากขึ้น และจะสามารถลดความสูญเสียได้อย่างไร

เหตุการณ์ในเนปาลจึงอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนให้โลกหันกลับมามองภูเขาสูงด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป เพราะเบื้องหลังความงดงามของยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ กำลังมีระบบธรรมชาติขนาดมหึมาที่ตอบสนองต่อโลกที่กำลังอุ่นขึ้น

และเมื่อธารน้ำแข็งเริ่มถอยร่น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอาจไม่ได้หยุดอยู่บนยอดเขา แต่สามารถเดินทางลงมาตามสายน้ำ จนกลายเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลต่อชีวิตผู้คนซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลเมตร

ภูเขาอาจดูนิ่งสงบจากระยะไกล แต่ภายใต้ความเงียบนั้น โลกกำลังเปลี่ยนแปลงทีละน้อย และสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ปลายน้ำ การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ บนยอดเขาอาจกลายเป็นคลื่นใหญ่ที่มาถึงหน้าประตูบ้านได้ในเวลาเพียงไม่นาน

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 90 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงามถ้า เนเน่ รอยัล คว้าแชมป์ AGT จะได้เงินเท่าไร? เปิดเบื้องหลังรางวัล 1 ล้านดอลลาร์อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง“มะแพหว่า” ถอดรหัสตำนานผีสาวชุดเหลืองแบกโลง สู่โศกนาฏกรรมและนัตผู้พิทักษ์แห่งเมียนมาเลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569“Mongee Banana” กล้วยพรีเมียมแดนปลาดิบที่กินได้ทั้งเปลือก นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำแห่งโอคายาม่าวิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 รายสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคมฝนหนัก 23–27 ก.ย. 69 จังหวัดไหนต้องระวัง ? เช็กพื้นที่เสี่ยงทั่วไทย5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569ถ้า เนเน่ รอยัล คว้าแชมป์ AGT จะได้เงินเท่าไร? เปิดเบื้องหลังรางวัล 1 ล้านดอลลาร์วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย“มะแพหว่า” ถอดรหัสตำนานผีสาวชุดเหลืองแบกโลง สู่โศกนาฏกรรมและนัตผู้พิทักษ์แห่งเมียนมา“Mongee Banana” กล้วยพรีเมียมแดนปลาดิบที่กินได้ทั้งเปลือก นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำแห่งโอคายาม่าวิทยาลัยที่รับเฉพาะผู้หญิง? เปิดข้อเท็จจริงมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย พร้อมหลักฐานจากแหล่งทางการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
CIB จับพ่อเลี้ยงวัย 61 ตามหมายจับ คดีอนาจารเด็กหญิง 10 ขวบ เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอิงฟ้า เปิดใจหมดใจ ปมดราม่าปอป้อ ลั่นถ้ามีรักจริงจะบอกเอง เดินหน้าจัดการแอคหลุมถ้า เนเน่ รอยัล คว้าแชมป์ AGT จะได้เงินเท่าไร? เปิดเบื้องหลังรางวัล 1 ล้านดอลลาร์วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย
ตั้งกระทู้ใหม่