หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มวยจบแต่เรื่องไม่จบ ทหารเดือดหนุ่มแชตจีบเมียเพื่อน ก่อนเมียคู่กรณีออกมาแฉเอง ลั่น “สามีผิดจริง” เตรียมฟ้องหย่า

เขียนโดย p9898

 

มวยจบแต่เรื่องไม่จบ ทหารเดือดหนุ่มแชตจีบเมียเพื่อน ก่อนเมียคู่กรณีออกมาแฉเอง ลั่น “สามีผิดจริง” เตรียมฟ้องหย่า

กลายเป็นเรื่องร้อนที่มีหลายมุมให้ติดตาม สำหรับกรณี นายต้น ทหารยศสิบเอก กับ นายเอฟ คู่กรณีที่มีปัญหากันมานาน ก่อนจะพัฒนาไปถึงขั้นนัดต่อยกันใต้สะพานเจษฎาบดินทร์ และล่าสุดเรื่องกลับพลิกไปอีกทาง เมื่อภรรยาของนายเอฟออกมาเปิดเผยเรื่องราว พร้อมยืนยันว่า สามีของตัวเองเป็นฝ่ายผิดจริง และเตรียมเดินหน้าฟ้องหย่า

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569 น.ส.รัชนก อายุ 52 ปี แม่ของนายต้น เล่าว่า ย้อนกลับไปประมาณ 7-8 ปีก่อน นายเอฟเคยมาขออาศัยอยู่ที่บ้านของลูกชายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางกรวย พร้อมภรรยาและลูกวัย 3 ขวบ ด้วยความสงสารเด็ก ลูกชายจึงยอมให้อาศัยอยู่ด้วย แต่ต่อมานายเอฟมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อลูกชายทราบเรื่องจึงให้ออกจากบ้าน และหลังจากนั้นนายเอฟยังมีพฤติกรรมก่อเรื่องชกต่อยกับคนในหมู่บ้าน ซึ่งลูกชายก็เคยเข้าไปช่วยเหลือหลายครั้ง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของใครของมัน

แต่เรื่องกลับไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะต่อมานายเอฟได้ทักแชตไปหาภรรยาของนายต้นในลักษณะชวนมีความสัมพันธ์กัน จนเมื่อนายต้นทราบเรื่อง เจ้าตัวถึงกับพูดกับแม่ว่า “ชายชาติทหารอย่างผม ฆ่าได้หยามไม่ได้” ก่อนออกตามหานายเอฟเพื่อเคลียร์ปัญหา และสุดท้ายเกิดการท้าทายกันจนมีการนัดต่อยกันใต้สะพานเจษฎาบดินทร์ ตามคลิปที่มีการเผยแพร่ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกติกากันว่า ห้ามแจ้งความ เจ็บก็ไปรักษากันเอง และต่อยกันจนกว่าจะมีฝ่ายใดยกมือยอมแพ้ ผลปรากฏว่านายต้นเป็นฝ่ายชนะ

แต่แม้การชกจะจบลงแล้ว ปัญหาระหว่างทั้งสองคนกลับยังไม่จบ เพราะเมื่อเจอกันก็ยังมีการด่าทอและพูดกระทบกระทั่งกันอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่ 13 ส.ค. นายต้นโทรศัพท์ไปบอกแม่ว่า “แม่ครับ ผมกระทืบไอ้เอฟแล้วนะครับ” หลังอ้างว่าอีกฝ่ายพูดแซวในลักษณะเดิม ทำให้แม่ถึงกับตกใจ ขณะที่นายต้นยอมรับว่าใจร้อนและบอกแม่ว่าจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเอง

หลังเกิดเหตุ นายเอฟเข้าแจ้งความที่ สภ.บางศรีเมือง ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ก่อนทั้งสองฝ่ายจะมีการเจรจากัน โดยมีการจ่ายค่าทำแผลจำนวน 3,000 บาท และตกลงเรื่องซ่อมรถที่ได้รับความเสียหาย ก่อนลงลายมือชื่อว่า ไม่ติดใจเอาความกันอีกทั้งทางแพ่งและอาญา แล้วแยกย้ายกันกลับ

ด้านนายต้นเล่าว่า ตนเองกับคู่กรณีมีปัญหากันมานาน ตั้งแต่ก่อนเข้ารับราชการทหาร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธ ส่วนใหญ่เป็นการพูดจาแขวะกันไปมา แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือคำพูดของนายเอฟที่กล่าวกับตนว่า “เมียสวย ขอนอนด้วยสักคืนได้ไหม” ทำให้รู้สึกว่าเป็นคำพูดที่ไม่ให้เกียรติกัน จึงขี่รถจักรยานยนต์ตามไป ก่อนลงมือทำร้ายร่างกาย โดยนายต้นยอมรับว่าต่อยไปหนึ่งครั้ง ขณะที่มีทหารเกณฑ์ซึ่งเป็นลูกน้องอีก 2 คนเข้าไปร่วมทำร้าย ก่อนชาวบ้านจะเข้ามาห้าม

นายต้นยังระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสั่งสอน และฝากเตือนคู่กรณีว่า ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาข้องเกี่ยวกันอีก เพราะตัวเองก็ไม่อยากมีเรื่อง และในฐานะที่รับราชการทหารก็ไม่ต้องการให้เรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของต้นสังกัด

จากนั้นเรื่องกลับมีอีกหนึ่งมุมที่ทำให้หลายคนต้องหันมาสนใจ เมื่อ น.ส.ตาล อายุ 32 ปี ภรรยาจดทะเบียนสมรสของนายเอฟ ออกมาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง โดยระบุว่า ต้องการพูดความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เพราะเห็นว่าข่าวจากบางสำนักและบางเพจนำเสนอไม่ตรงกับสิ่งที่เธอเห็น

น.ส.ตาลยืนยันว่า นายต้นไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือผลักเธอล้ม ตามที่นายเอฟให้สัมภาษณ์กับสื่อบางแห่ง และเธอยังพูดถึงพฤติกรรมของสามีตัวเองว่า นายเอฟเป็นคนที่ชอบแชตไปพูดจาแทะโลมภรรยาของเพื่อนและผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่ได้มีเพียงภรรยาของนายต้นเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้เธออ้างว่าเคยมีสามีของผู้หญิงหลายคนไม่พอใจและตามหานายเอฟเพื่อจะทำร้ายมาแล้ว

สำหรับวันเกิดเหตุ น.ส.ตาลระบุว่า ขณะนั้นกำลังขี่รถไปส่งของให้ลูกค้า โดยอ้างว่าสินค้าที่นำไปส่งมีทั้ง บุหรี่ไฟฟ้า ยาแก้ไอ และสิ่งเสพติด ไม่ได้ไปหาเพื่อนอย่างที่สามีบอก หลังส่งของเสร็จจึงแวะซื้อน้ำเต้าหู้ และระหว่างทางกลับได้ขี่รถสวนกับนายต้น ก่อนมีการตะโกนด่าทอและแซวกัน จากนั้นนายต้นเรียกให้จอดและเกิดเหตุทำร้ายร่างกายตามคลิปที่ถูกเผยแพร่

น.ส.ตาลยังยืนยันว่า ไม่มีอาวุธปืนในเหตุการณ์ ส่วนภาพที่นายต้นถือปืนนั้น เธออ้างว่าเป็นภาพเก่าที่ไปค้นจากเฟซบุ๊กของนายต้นแล้วนำมาเผยแพร่ เพื่อให้คู่กรณีดูเสียหายและเสียชื่อเสียง

แต่ประโยคที่เรียกว่าทำเอาเรื่องนี้หักมุมไปอีกขั้น คือ น.ส.ตาลพูดอย่างชัดเจนว่า “เรื่องทั้งหมดที่พูดเป็นความจริง ไม่เข้าข้างแม้จะเป็นสามีก็ตาม เพราะสามีผิดจริง”

พร้อมเปิดเผยว่า หลังจากนี้เตรียมเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี และเตรียม ฟ้องหย่า รวมถึงฟ้องชู้ เพราะไม่ต้องการใช้ชีวิตในสภาพเดิมอีกต่อไป โดยเธอเล่าว่ามีลูกเล็ก 2 คน อายุเพียง 2 ขวบ และ 1 ขวบ และไม่อยากต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซ่อนยาเสพติด รวมถึงอ้างว่าที่ผ่านมาเคยถูกสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง

นอกจากนี้ยังอ้างว่านายเอฟไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่ร้านกัญชา ไม่กลับมาดูแลหรือส่งเสียลูก ทำให้เธอตัดสินใจว่า อยากออกจากชีวิตคู่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่านี้

💭 ส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า “เรื่องเล็กที่สะสม” สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้แค่ไหน

จากปัญหาที่เริ่มต้นด้วยการพูดจาแขวะกันและเรื่องการแชตไปพูดกับภรรยาของอีกฝ่าย สุดท้ายกลายเป็น การนัดต่อยกัน → มีเหตุทำร้ายร่างกาย → แจ้งความ → เจรจาค่าเสียหาย → และภรรยาของคู่กรณีออกมาเปิดเผยเรื่องราวอีกด้าน พร้อมประกาศเตรียมฟ้องหย่า

แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าห่วงที่สุดคือ เรื่องของลูกเล็กๆ เพราะไม่ว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายจะมีปัญหากันอย่างไร คนที่อาจได้รับผลกระทบไปด้วยคือเด็กที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย

ส่วนข้อกล่าวหาต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายออกมาพูด ทั้งเรื่องยาเสพติด การทำร้ายร่างกาย การข่มขู่ หรือเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว ก็ยังต้องแยกให้ชัดว่าอะไรคือคำกล่าวอ้างของแต่ละฝ่าย และอะไรคือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ตามกระบวนการกฎหมาย

สำหรับนายต้นเอง การถูกพูดจาดูหมิ่นหรือถูกยั่วยุอาจทำให้โกรธได้ แต่การใช้กำลังตอบโต้ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เรื่องบานปลายและกระทบหน้าที่การงาน โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวเป็น ทหารที่ยังรับราชการอยู่

ขณะที่อีกฝ่ายเอง หากมีปัญหาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำสิ่งใด ก็ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการ มากกว่าการตอบโต้กันด้วยกำลัง เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครชนะจริง ถ้าทุกคนต้องเข้าโรงพักหรือขึ้นโรงขึ้นศาล

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ “ใครต่อยใครก่อน” แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ความโกรธ การให้เกียรติกัน ครอบครัว และผลกระทบที่จะตามมา

จาก “แชตจีบเมียเพื่อน” กลายเป็น “นัดต่อยกัน” และสุดท้ายมาถึงขั้น “เมียออกมาแฉสามี พร้อมเตรียมฟ้องหย่า”

เรียกได้ว่า มวยจบ แต่มหากาพย์ยังไม่จบ 

สุดท้ายคงต้องติดตามกันต่อว่า หลังจากนี้แต่ละฝ่ายจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างไร และข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ จะถูกพิสูจน์ออกมาเป็นอย่างไร

เพราะบางครั้ง เรื่องที่เริ่มจากคำพูดไม่กี่คำ อาจเปลี่ยนชีวิตคนทั้งครอบครัวไปเลยก็ได้

แล้วถ้าเป็นคุณ มองเรื่องนี้อย่างไร ระหว่าง “ถูกยั่วยุจนทนไม่ไหว” กับ “ยังไงก็ไม่ควรใช้ความรุนแรง”

อ้างอิง: https://...https://www.facebook.com/share/v/14scMyMrZmU/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
p9898's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 31 ครั้ง
เขียนโดย p9898
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมียสุดช้ำ ผัวแอบมีสัมพันธ์กับน้องสาววัย 17 ก่อนขออยู่กัน 3 คน เมียขอเลิกกลับถูกตามราวีถึงที่ทำงาน ทำร้ายเจ็บหนักนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสงอิสตันบูล : เมืองที่ตั้งอยู่บนสองทวีปหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”สลดกลางถนน หนุ่มโพสต์ข้อความอำลา ก่อนขึ้นไลฟ์สด แล้วเกิดเหตุชนรถตู้นักเรียนเสียชีวิต สะเทือนใจทั้งโซเชียลทำไมคนจีนโบราณถึงเชื่อว่าจักรพรรดิได้รับอำนาจจากสวรรค์?5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดพัทยาคึกคัก! ทหารสหรัฐฯ เตรียมขึ้นฝั่ง ธุรกิจท่องเที่ยวรับเต็มที่ เงินสะพัดตั้งแต่โรงแรมยันร้านนวด คาเฟ่-ห้างฯ ได้อานิสงส์ช็อก เด็กรัสเซียวัย 12 ปี ถูกสาววัยรุ่นล่อลวงไปอาคารร้าง ก่อนถูกกล่าวหาฆาตกรรม! อ้างอยากรู้ว่า “เลือดเป็นอย่างไร” และอยากลองเป็นเพชฌฆาตทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สลดกลางถนน หนุ่มโพสต์ข้อความอำลา ก่อนขึ้นไลฟ์สด แล้วเกิดเหตุชนรถตู้นักเรียนเสียชีวิต สะเทือนใจทั้งโซเชียล"ขวัญ อุษามณี"มาเกี่ยวอะไรกับคดีแตงโม? เปิดปมเรืออีกลำที่เพิ่งถูกพูดถึงอิสตันบูล : เมืองที่ตั้งอยู่บนสองทวีปให้เช่าที่ดิน 99 ปี เป็นภัยต่อชาติและประชาชน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เมียสุดช้ำ ผัวแอบมีสัมพันธ์กับน้องสาววัย 17 ก่อนขออยู่กัน 3 คน เมียขอเลิกกลับถูกตามราวีถึงที่ทำงาน ทำร้ายเจ็บหนักสลดกลางถนน หนุ่มโพสต์ข้อความอำลา ก่อนขึ้นไลฟ์สด แล้วเกิดเหตุชนรถตู้นักเรียนเสียชีวิต สะเทือนใจทั้งโซเชียลช็อก เด็กรัสเซียวัย 12 ปี ถูกสาววัยรุ่นล่อลวงไปอาคารร้าง ก่อนถูกกล่าวหาฆาตกรรม! อ้างอยากรู้ว่า “เลือดเป็นอย่างไร” และอยากลองเป็นเพชฌฆาตพัทยาคึกคัก! ทหารสหรัฐฯ เตรียมขึ้นฝั่ง ธุรกิจท่องเที่ยวรับเต็มที่ เงินสะพัดตั้งแต่โรงแรมยันร้านนวด คาเฟ่-ห้างฯ ได้อานิสงส์
ตั้งกระทู้ใหม่