ทองคำร่วงแรง 2% เจอศึก 3 ด้าน “น้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ทะยาน-เฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ย” นักลงทุนต้องจับตาให้ดี
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกแล้วต้องยอมรับว่า ช่วงนี้ตลาดทองคำกำลังเจอกับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน จนราคาปรับตัวลงแรงกว่า 2% และหลุดระดับสำคัญทางเทคนิค
คำถามที่น่าสนใจก็คือ นี่เป็นเพียงการพักฐานหลังราคาพุ่งแรง หรือกำลังเป็นสัญญาณเตือนว่าทองคำอาจเจอแรงขายต่อเนื่อง?
ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ระบุว่า ราคาทองคำสปอตปรับตัวลงมากกว่า 2% แตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 2 สัปดาห์ โดย Reuters รายงานว่าราคาทองคำสปอตลดลง 2.4% มาอยู่ที่ประมาณ 4,342.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ลดลง 1.9% มาปิดที่ประมาณ 4,396.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงขายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการถูกกดดันพร้อมกันจากทั้ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ ราคาน้ำมัน และความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด
ทองคำเจอแรงกดดัน 3 ด้านพร้อมกัน
ประเด็นแรกคือ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น นักลงทุนจะมีทางเลือกในการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยมากขึ้น ขณะที่ทองคำไม่มีดอกเบี้ยในตัวเอง ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำเพิ่มขึ้น
ข้อมูลที่รายงานในวันที่ 1 กันยายนระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับขึ้นใกล้ระดับ 4.8% ซึ่งเป็นระดับสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า และกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดทองคำ
นอกจากนี้ การเทขายพันธบัตรในหลายประเทศยังทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ประเด็นที่สองคือ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความขัดแย้งและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจเกิดปัญหาต่ออุปทานน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นเหนือระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นแรงเช่นกัน
เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อก็มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง
และถ้าเงินเฟ้อมีแนวโน้มเหนียวตัวมากกว่าที่คาด ตลาดก็ย่อมต้องจับตาว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้หรือไม่ หรืออาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คิด
ประเด็นที่สามคือ ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
Reuters รายงานว่า ตลาดกำลังประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายนไว้ประมาณ 66% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากระดับก่อนหน้านี้
นี่ถือเป็นข่าวที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับทองคำในระยะสั้น เพราะหากดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย
ไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ย แต่ “ดอลลาร์แข็ง” ก็กดทองด้วย
อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำที่ซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์มักเผชิญแรงกดดัน เพราะทองคำจะมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
สถานการณ์จึงกลายเป็นแรงกดดันสองชั้น คือ บอนด์ยีลด์สูงขึ้น ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า
ทั้งสองปัจจัยทำให้ทองคำในระยะสั้นต้องเหนื่อยมากขึ้น
ทองคำหลุดเส้น 200 วัน จุดที่นักลงทุนต้องจับตา
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้เรื่องปัจจัยพื้นฐานคือเรื่องของกราฟราคา
Reuters ระบุว่า ทองคำได้หลุดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งอยู่บริเวณประมาณ 4,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา
การหลุดเส้นดังกล่าวสามารถกระตุ้นแรงขายทางเทคนิคเพิ่มเติมได้ เพราะนักลงทุนบางกลุ่มใช้เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวเป็นหนึ่งในเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ
ดังนั้น การร่วงลงครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงแรงขายจากข่าวเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีแรงขายจากสัญญาณทางเทคนิคเข้ามาซ้ำเติมด้วย
พูดง่าย ๆ คือ ทองคำกำลังถูกกดทั้งจาก “ข่าว” และ “กราฟ” พร้อมกัน
แล้วทองคำยังน่ากลัวหรือยัง?
ตรงนี้ผู้เขียนมองว่าต้องแยกให้ชัดระหว่าง ระยะสั้นกับระยะยาว
ระยะสั้นต้องยอมรับว่า ภาพของทองคำยังมีแรงกดดันค่อนข้างมาก เพราะตลาดกำลังจับตาทั้งเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน บอนด์ยีลด์ ค่าเงินดอลลาร์ และท่าทีของเฟด
ยิ่งถ้าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ก็อาจทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อแนวคิดว่าเฟดไม่จำเป็นต้องรีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน และอาจทำให้ทองคำเจอแรงขายเพิ่มเติม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เขียนยังไม่คิดว่าการปรับตัวลงครั้งนี้จะหมายความว่า “ขาขึ้นของทองคำจบแล้ว”
เหตุผลคือ ทองคำยังมีปัจจัยสนับสนุนระยะยาวหลายเรื่อง ทั้งความต้องการถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง การซื้อทองคำของธนาคารกลาง และความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้และฐานะการคลังของรัฐบาลหลายประเทศ
ดังนั้น การที่ราคาทองคำร่วงแรงในช่วงสั้น ๆ จึงอาจเป็นทั้ง ความเสี่ยงและโอกาส ขึ้นอยู่กับว่ามองตลาดในกรอบเวลาไหน
ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ
อีกเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลข Job Openings หรือจำนวนตำแหน่งงานว่างผ่านรายงาน JOLTS ว่า เดือนกรกฎาคม 2569 มีตำแหน่งงานว่างประมาณ 7.27 ล้านตำแหน่ง เพิ่มจากเดือนมิถุนายนที่ประมาณ 7.18 ล้านตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนคาดการณ์ไว้ และกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่าตัวเลขตำแหน่งงานว่างโดยรวมเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก
จากนี้ตลาดจะให้ความสำคัญกับข้อมูลตลาดแรงงานชุดอื่น ๆ โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานภาคเอกชน และตัวเลข Nonfarm Payrolls เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรงแค่ไหน
เพราะตัวเลขเหล่านี้อาจกลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยของเฟด และท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อทองคำอีกทอดหนึ่ง
ทองคำยังมีโอกาสกลับขึ้นไป 5,000 ดอลลาร์หรือไม่?
ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะแม้ราคาทองคำจะร่วงลงแรงจากจุดสูงสุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่ยังมีนักวิเคราะห์บางรายมองว่าการปรับฐานไม่ได้ทำลายภาพระยะกลางถึงระยะยาวของทองคำ
Tony Sycamore นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ IG มองว่าการปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เขายังคงมองว่าทองคำมีโอกาสสร้างฐานและกลับมาฟื้นตัวได้ในระยะยาว
เขายังมองเป้าหมายทองคำในระยะยาวไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงมุมมองของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าราคาจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวจริง นักลงทุนจึงไม่ควรนำตัวเลขเป้าหมายมาใช้เป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจซื้อขาย
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การที่ทองคำลง 2% ในวันเดียว แต่คือการที่ ปัจจัยกดดันหลายตัวกำลังมาพร้อมกัน
น้ำมันขึ้น → ตลาดกลัวเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อมีความเสี่ยง → ตลาดลดความหวังเรื่องดอกเบี้ยขาลง
ดอกเบี้ยมีโอกาสสูง → บอนด์ยีลด์ขึ้น
บอนด์ยีลด์ขึ้น → ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองเพิ่ม
ดอลลาร์แข็ง → ทองคำยิ่งถูกกดดัน
และเมื่อราคาหลุดเส้น 200 วัน → แรงขายทางเทคนิคก็เข้ามาซ้ำ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมราคาทองคำจึงสามารถปรับตัวลงแรงได้ในเวลาไม่นาน
แต่ในทางกลับกัน หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรง เงินเฟ้อลดลง บอนด์ยีลด์ชะลอตัว หรือความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดลดลง ทองคำก็มีโอกาสกลับมาได้รับแรงซื้ออีกครั้ง
ดังนั้น สำหรับคนที่ถือทองคำอยู่แล้ว ผู้เขียนมองว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกเพียงเพราะเห็นราคาลงแรงวันเดียว แต่ควรจับตาทิศทางบอนด์ยีลด์ ดอลลาร์ และนโยบายเฟดควบคู่กันไป
ส่วนคนที่กำลังคิดจะซื้อทองคำ การปรับฐานอาจทำให้ได้ราคาที่น่าสนใจขึ้น แต่ก็ไม่ควรรีบใส่เงินทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะตลาดยังมีความผันผวนสูง และราคาสามารถปรับลงต่อได้หากแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ยยังไม่คลี่คลาย
พูดกันตรง ๆ ว่า ทองคำวันนี้อาจไม่ได้อยู่ในช่วง “ซื้อแล้วนอนรอ” แต่กำลังอยู่ในช่วง “ต้องซื้ออย่างมีแผน”
ท้ายที่สุด ผู้เขียนมองว่าเกมทองคำในช่วงต่อจากนี้จะไม่ได้วัดกันเพียงว่า “ทองแพงหรือถูก” แต่จะวัดกันที่ว่า เฟดจะเอาเงินเฟ้ออยู่หรือไม่ และตลาดพันธบัตรจะสงบลงเมื่อใด
หากสองเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน ราคาทองคำก็มีโอกาสเหวี่ยงแรงต่อไป
แต่ถ้าสถานการณ์กลับทิศเมื่อใด ทองคำก็อาจกลับมาเป็นพระเอกของตลาดอีกครั้งได้เช่นกัน
แหล่งที่มาของข้อมูล :
- Investing.com รายงานสถานการณ์ราคาทองคำวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยระบุว่าทองคำปรับตัวลงราว 2% ท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การเทขายพันธบัตร และการเพิ่มขึ้นของการเดิมพันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
- Reuters รายงานว่าราคาทองคำสปอตร่วง 2.4% มาอยู่ที่ 4,342.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำฟิวเจอร์สลดลง 1.9% และราคาทองคำหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันบริเวณ 4,528 ดอลลาร์
- Reuters รายงานว่าตลาดประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกันยายนประมาณ 66% และบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ
- U.S. Bureau of Labor Statistics (BLS) รายงาน JOLTS เดือนกรกฎาคม 2569 ว่าตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ประมาณ 7.271 ล้านตำแหน่ง เพิ่มจาก 7.182 ล้านตำแหน่งในเดือนมิถุนายน
- The Nation รายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร่วงของทองคำจากแรงกดดันของบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ รวมถึงการหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
หมายเหตุ : ราคาทองคำในตลาดโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตัวเลขที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นข้อมูลตามช่วงเวลาที่แหล่งข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ไม่ใช่ราคาทองคำแบบเรียลไทม์ ณ เวลาที่อ่านกระทู้นี้
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
“Mongee Banana” กล้วยพรีเมียมแดนปลาดิบที่กินได้ทั้งเปลือก นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำแห่งโอคายาม่า
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
ถ้า เนเน่ รอยัล คว้าแชมป์ AGT จะได้เงินเท่าไร? เปิดเบื้องหลังรางวัล 1 ล้านดอลลาร์
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
“มะแพหว่า” ถอดรหัสตำนานผีสาวชุดเหลืองแบกโลง สู่โศกนาฏกรรมและนัตผู้พิทักษ์แห่งเมียนมา
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ฝนหนัก 23–27 ก.ย. 69 จังหวัดไหนต้องระวัง ? เช็กพื้นที่เสี่ยงทั่วไทย
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569
ถ้า เนเน่ รอยัล คว้าแชมป์ AGT จะได้เงินเท่าไร? เปิดเบื้องหลังรางวัล 1 ล้านดอลลาร์
วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย
“มะแพหว่า” ถอดรหัสตำนานผีสาวชุดเหลืองแบกโลง สู่โศกนาฏกรรมและนัตผู้พิทักษ์แห่งเมียนมา
“Mongee Banana” กล้วยพรีเมียมแดนปลาดิบที่กินได้ทั้งเปลือก นวัตกรรมเกษตรสุดล้ำแห่งโอคายาม่า
วิทยาลัยที่รับเฉพาะผู้หญิง? เปิดข้อเท็จจริงมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย พร้อมหลักฐานจากแหล่งทางการ
CIB จับพ่อเลี้ยงวัย 61 ตามหมายจับ คดีอนาจารเด็กหญิง 10 ขวบ เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
อิงฟ้า เปิดใจหมดใจ ปมดราม่าปอป้อ ลั่นถ้ามีรักจริงจะบอกเอง เดินหน้าจัดการแอคหลุม
ถ้า เนเน่ รอยัล คว้าแชมป์ AGT จะได้เงินเท่าไร? เปิดเบื้องหลังรางวัล 1 ล้านดอลลาร์
วิจัยประเมินซูเปอร์เอลนีโญ อาจเพิ่มผู้เสียชีวิตจากความร้อน 451,000 ราย
