คุก 2 ปีไม่รอลงอาญา “ตะวัน ทะลุวัง” ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จ ศาลชี้เจตนา–ฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญในสังคม หลังศาลอาญามีคำพิพากษาคดีของ “ตะวัน” หรือ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อดีตแกนนำกลุ่มทะลุวัง จากกรณีไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กบริเวณถนนราชดำเนินนอก ก่อนมีขบวนเสด็จฯ ผ่าน เมื่อปี 2565
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวการเมืองหรือข่าวคดีความทั่วไป แต่เป็นอีกคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงเส้นแบ่งระหว่าง “สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” กับ “ข้อจำกัดตามกฎหมาย” ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่สังคมไทยถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ1237/2565 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน” ในหลายข้อหา ทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 รวมถึงข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน
คดีมีที่มาจากเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2565 ขณะที่ น.ส.ทานตะวันไปยืนไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กบริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในช่วงก่อนมีขบวนเสด็จฯ ผ่านบริเวณดังกล่าว
ศาลพิเคราะห์ข้อความและพฤติการณ์ในการถ่ายทอดสดแล้ว เห็นว่ามีการใช้ถ้อยคำพาดพิงพระมหากษัตริย์หลายครั้ง และเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีเจตนาดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามที่จำเลยอ้าง จึงวินิจฉัยว่ามีความผิดตามมาตรา 112
ส่วนการกระทำผ่านเฟซบุ๊ก ศาลเห็นว่าเข้าข่ายการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตามข้อหาที่ฟ้องด้วย
อีกประเด็นที่ศาลวินิจฉัย คือคำสั่งของตำรวจ
ศาลรับฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง น.ส.ทานตะวันถึง 3 ครั้งว่าไม่ให้ถ่ายทอดสด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะมีขบวนเสด็จฯ ผ่าน และตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เมื่อจำเลยทราบคำสั่งแล้วแต่ยังคงดำเนินการต่อ ศาลจึงเห็นว่ามีความผิดฐานทราบคำสั่งเจ้าพนักงานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิดในข้อหานี้ โดยมองว่าการดิ้นรนของจำเลยเกิดจากความตกใจกลัว ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวโดยไม่ได้แจ้งว่าจะนำตัวไปที่ใด
จากโทษจำคุก 3 ปี เหลือ 2 ปี หลังศาลลดโทษ
ในส่วนของโทษ ศาลพิพากษาว่าความผิดมาตรา 112 เป็นบทลงโทษที่หนักที่สุด ให้จำคุก 3 ปี ส่วนฐานทราบคำสั่งเจ้าพนักงานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ปรับ 900 บาท
แต่ศาลเห็นว่าการนำสืบของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้าง จึงมีเหตุบรรเทาโทษและลดโทษให้ 1 ใน 3
ผลสุดท้ายจึงเหลือโทษ จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา และปรับ 600 บาท พร้อมมีคำสั่งริบโทรศัพท์มือถือไอโฟนของกลาง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าทนายความอยู่ระหว่างดำเนินการขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์
ในมุมมองของผู้เขียน เห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องที่สังคมควรติดตามอย่างมีสติ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และการบังคับใช้กฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง
ฝ่ายหนึ่งอาจมองว่า การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับการคุ้มครอง ขณะที่อีกฝ่ายย่อมมองว่าการใช้สิทธิดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การรีบตัดสินว่าใครถูกหรือใครผิดจากความรู้สึกส่วนตัว แต่ควรพิจารณาข้อเท็จจริง เหตุผลของศาล และกระบวนการทางกฎหมายอย่างรอบด้าน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คดีนี้ยังเป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และจำเลยยังมีสิทธิใช้กระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมายต่อไป
สำหรับผู้เขียนแล้ว ข่าวนี้จึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของ “ตะวัน” คนหนึ่งคนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญของสังคมไทยว่า เส้นแบ่งระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับความรับผิดชอบตามกฎหมายนั้นควรอยู่ตรงจุดใด และทุกฝ่ายจะทำอย่างไรให้กระบวนการยุติธรรมได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมากที่สุด
แหล่งที่มาของข้อมูล :
- ไทยรัฐ รายงานคำพิพากษาศาลอาญา กรณี “ตะวัน” จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
- Thai PBS รายงานผลคำพิพากษา จำคุก 2 ปี ปรับ 600 บาท และอยู่ระหว่างการขอประกันตัว
- เดลินิวส์ รายงานคำพิพากษาศาลอาญาและรายละเอียดคดี
- มติชน รายงานคำพิพากษาศาลอาญาในคดีหมายเลขดำ อ1237/2565
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
23 กันยายน “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน–กลางคืนเกือบเท่ากัน
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
จังหวัดที่มีโรงเรียนมากที่สุดในประเทศไทยคือจังหวัดอะไรบ้าง
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
ยศชนัน ถกนักศึกษาอุเทนถวาย ปมขออยู่ที่เดิม อว.ย้ำย้ายเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษา
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
เลขเด็ดท้าวเวสสุวรรณ 1/10/69 เปิดชุด 2 ตัว 3 ตัว พร้อมเลขเสี่ยงทายล่าสุด
มาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทย
ผู้ป่วยฟอกไตเสียเงินเดือนละเท่าไร ค่าฟอก 1,500–3,500 บาทต่อครั้ง แล้วสิทธิช่วยแค่ไหน
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน
23 กันยายน “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน–กลางคืนเกือบเท่ากัน
มาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทย
บ้านตะปูจีนทำไมจึงยืนอยู่กลางถนนได้
จังหวัดที่มีโรงเรียนมากที่สุดในประเทศไทยคือจังหวัดอะไรบ้าง
เขื่อนซานเสียต้าป้าทำให้ความยาวของวันเปลี่ยนจริงหรือไม่
Miss Universe Cambodia แจงปมใช้ภาพประวัติศาสตร์ ยอมรับตรวจสอบที่มาไม่พอ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไทย
แพท หมวย โต้ดราม่าคลิปเต้น แจงชุดออกกำลัง ลั่นไม่ได้ตั้งใจยั่วใคร หลังวิวทะลุล้าน
มาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทย
ยศชนัน ถกนักศึกษาอุเทนถวาย ปมขออยู่ที่เดิม อว.ย้ำย้ายเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษา
