หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เด็กน้อย โรงเรียนยังอยู่ ศธ.กางแผนควบรวมครั้งใหญ่ที่ต้องฟังชุมชน

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเรื่องว่าจะยุบโรงเรียนกี่แห่ง แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตของเด็กไทย งบประมาณแผ่นดิน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนทั่วประเทศ

ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ขอให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำแผนบริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งเป้าหมาย จำนวนโรงเรียน และกรอบเวลาสำหรับปีงบประมาณ 2570, 2571 และปีต่อ ๆ ไป

เหตุผลสำคัญมาจากปัญหาที่สะสมมานาน ประกอบกับประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะเด็กเกิดน้อยลง ทำให้หลายโรงเรียนมีนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง บางแห่งมีเด็กเหลือเพียง 10–20 คน ขณะที่บางแห่งไม่มีนักเรียนแล้ว

แม้เด็กจะลดลง แต่อาคารเรียนยังต้องดูแล บุคลากรยังต้องมี และโรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่ “เด็กน้อย” แต่รวมถึงการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โรงเรียนบางแห่งมีครูเพียงไม่กี่คน แต่ต้องสอนหลายระดับชั้นพร้อมกัน อีกทั้งอาจขาดครูที่ตรงกับวิชาเฉพาะ ขณะที่งบประมาณสำหรับอาคาร สถานที่ และสิ่งก่อสร้างยังคงมีอยู่

ศธ.ย้ำ ไม่ได้คิดแต่เรื่องยุบโรงเรียน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มองปัญหานี้เฉพาะในมุมของการยุบหรือควบรวม แต่ต้องการเปลี่ยนไปสู่การจัดกลุ่มโรงเรียนและใช้ทรัพยากรร่วมกัน

แนวทางหนึ่งคือให้ สพฐ.จำแนกโรงเรียนตามจำนวนนักเรียน เช่น กลุ่มที่มีนักเรียนไม่เกิน 50 คน 70 คน 100 คน และ 120 คน เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาของแต่ละกลุ่ม ก่อนออกแบบมาตรการให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

อีกแนวทางคือเชื่อมโยงกับ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมี 20 จังหวัด เพื่อพัฒนาโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน แล้ววางระบบให้โรงเรียนขนาดเล็กโดยรอบสามารถใช้ครู ห้องเรียน เทคโนโลยี และสื่อการเรียนรู้ร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต้องพิจารณาระยะทางและระบบขนส่งนักเรียนด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

กลุ่มเร่งด่วนคือโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียน

นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนเหลืออยู่ประมาณ 286 แห่งทั่วประเทศ โรงเรียนกลุ่มนี้มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุบเลิกมากที่สุด เนื่องจากไม่มีผู้เรียนอยู่ในระบบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถสั่งยุบได้ทันที แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน

ส่วนโรงเรียนที่ยังมีนักเรียนอยู่จำนวนน้อยจะเข้าสู่แผนระยะกลางและระยะยาว โดยข้อมูลที่นายณรินทร์ให้ไว้ระบุว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนประมาณ 10–20 คนมีมากกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะนำมาใช้คือ School Mapping หรือการจัดทำแผนที่การศึกษา เพื่อดูว่าโรงเรียนแต่ละแห่งตั้งอยู่ที่ใด มีนักเรียนกี่คน จำนวนเด็กมีแนวโน้มเพิ่มหรือลด และอยู่ห่างจากโรงเรียนอื่นมากเพียงใด

หากพบว่าโรงเรียนหลายแห่งอยู่ใกล้กัน มีนักเรียนลดลง และสามารถเดินทางถึงกันได้ ก็อาจพิจารณาให้เด็กไปเรียนร่วมกันในโรงเรียนศูนย์กลาง

แนวคิดนี้จึงไม่ใช่เพียง “ปิดโรงเรียนหนึ่งแห่งแล้วจบ” แต่เป็นการรวบรวมครู งบประมาณ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี และสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้โรงเรียนศูนย์กลางมีความพร้อมมากขึ้น

คำถามใหญ่คือเด็กจะเดินทางอย่างไร

นี่คือจุดที่ผู้เขียนมองว่าสำคัญที่สุด

สำหรับคนในเมือง การให้เด็กเดินทางไปโรงเรียนอีกแห่งอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับเด็กในชนบท พื้นที่ชายแดน พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นอุปสรรค การยุบโรงเรียนใกล้บ้านอาจหมายถึงการต้องเดินทางไกลขึ้นทุกวัน

หากมีการควบรวมจริง รัฐจึงต้องเตรียมมาตรการรองรับให้ครบ ทั้งรถรับส่งนักเรียน อาหารกลางวัน งบประมาณที่เกี่ยวข้อง ความปลอดภัยในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่อาจตกเป็นภาระของผู้ปกครอง

ที่สำคัญ ไม่ใช่โรงเรียนขนาดเล็กทุกแห่งจะต้องถูกยุบหรือควบรวม

บางแห่งอาจมีนักเรียนเพียงไม่กี่สิบคน แต่เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ไม่มีโรงเรียนอื่นอยู่ใกล้ หากยุบแล้วเด็กต้องเดินทางไกลเกินไป โรงเรียนเหล่านี้ยังมีความจำเป็นต้องเปิดต่อ และรัฐควรจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

ลดจำนวนโรงเรียน ไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะดีขึ้นทันที

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป เพราะโครงสร้างประชากรของประเทศไทยเปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยลง ขณะที่ระบบโรงเรียนยังต้องแบกรับต้นทุนแบบเดิม

หากปล่อยไว้โดยไม่จัดระบบ งบประมาณที่ควรนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาอาจถูกกระจายจนไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การลดจำนวนโรงเรียนบนกระดาษไม่ได้แปลว่าการศึกษาไทยจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

หากควบรวมแล้วเด็กต้องนั่งรถไปโรงเรียนวันละหลายสิบกิโลเมตร ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือเด็กต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเดินทาง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การเพิ่มคุณภาพการศึกษา แต่เป็นการย้ายภาระจากภาครัฐไปให้ครอบครัวแทน

ดังนั้น สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ.ต้องพิสูจน์ให้เห็น ไม่ใช่เพียงว่าจะยุบหรือจัดระบบได้กี่โรงเรียน แต่ต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า

ผู้เขียนจึงมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีงบประมาณ เพราะเบื้องหลังแต่ละโรงเรียนมีเด็ก ครู ผู้ปกครอง และชุมชนอยู่ด้วย

การปรับโครงสร้างอาจมีความจำเป็น แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ โปร่งใส ใช้ข้อมูลของแต่ละพื้นที่เป็นฐาน และรับฟังคนในชุมชนจริง ๆ

เป้าหมายของแผนนี้ไม่ควรเป็นเพียงการทำให้จำนวนโรงเรียนลดลง แต่ต้องทำให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในเมืองหรือหมู่บ้านห่างไกลก็ตาม

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ.ต้องพิสูจน์ผ่านแผนบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่จะออกมาในระยะต่อไป

 

เนื้อหาโดย: หนึ่งล้านเรื่องเล่า
REFERENCES:

มติชน: 286 โรงเรียนไร้นักเรียน และแนวทาง School Mapping

กสศ.: แนวทางปรับสูตรงบประมาณสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล

ครูบ้านนอก: แนวทางจัดกลุ่มโรงเรียนและใช้ทรัพยากรร่วมกัน

กระทรวงศึกษาธิการ: การพิจารณางบประมาณปี 2570
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 109 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดมาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย23 กันยายน “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน–กลางคืนเกือบเท่ากันจังหวัดที่มีโรงเรียนมากที่สุดในประเทศไทยคือจังหวัดอะไรบ้าง5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมรู้หรือไม่? 5 ประเทศที่มี 7-Eleven มากที่สุดในโลก ไทยติดอันดับ 2ยศชนัน ถกนักศึกษาอุเทนถวาย ปมขออยู่ที่เดิม อว.ย้ำย้ายเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษาบ้านตะปูจีนทำไมจึงยืนอยู่กลางถนนได้ประวัติศาสตร์ “นมผง” จากเสบียงบนหลังม้าศึกมองโกล สู่อาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านและบทเรียนราคาแพงของมนุษยชาติ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน23 กันยายน “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน–กลางคืนเกือบเท่ากันมาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทยบ้านตะปูจีนทำไมจึงยืนอยู่กลางถนนได้จังหวัดที่มีโรงเรียนมากที่สุดในประเทศไทยคือจังหวัดอะไรบ้างเขื่อนซานเสียต้าป้าทำให้ความยาวของวันเปลี่ยนจริงหรือไม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
Miss Universe Cambodia แจงปมใช้ภาพประวัติศาสตร์ ยอมรับตรวจสอบที่มาไม่พอ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไทยแพท หมวย โต้ดราม่าคลิปเต้น แจงชุดออกกำลัง ลั่นไม่ได้ตั้งใจยั่วใคร หลังวิวทะลุล้านมาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทยยศชนัน ถกนักศึกษาอุเทนถวาย ปมขออยู่ที่เดิม อว.ย้ำย้ายเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษา
ตั้งกระทู้ใหม่