เด็กน้อย โรงเรียนยังอยู่ ศธ.กางแผนควบรวมครั้งใหญ่ที่ต้องฟังชุมชน
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเรื่องว่าจะยุบโรงเรียนกี่แห่ง แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตของเด็กไทย งบประมาณแผ่นดิน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนทั่วประเทศ
ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ขอให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำแผนบริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งเป้าหมาย จำนวนโรงเรียน และกรอบเวลาสำหรับปีงบประมาณ 2570, 2571 และปีต่อ ๆ ไป
เหตุผลสำคัญมาจากปัญหาที่สะสมมานาน ประกอบกับประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะเด็กเกิดน้อยลง ทำให้หลายโรงเรียนมีนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง บางแห่งมีเด็กเหลือเพียง 10–20 คน ขณะที่บางแห่งไม่มีนักเรียนแล้ว
แม้เด็กจะลดลง แต่อาคารเรียนยังต้องดูแล บุคลากรยังต้องมี และโรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่ “เด็กน้อย” แต่รวมถึงการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
โรงเรียนบางแห่งมีครูเพียงไม่กี่คน แต่ต้องสอนหลายระดับชั้นพร้อมกัน อีกทั้งอาจขาดครูที่ตรงกับวิชาเฉพาะ ขณะที่งบประมาณสำหรับอาคาร สถานที่ และสิ่งก่อสร้างยังคงมีอยู่
ศธ.ย้ำ ไม่ได้คิดแต่เรื่องยุบโรงเรียน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มองปัญหานี้เฉพาะในมุมของการยุบหรือควบรวม แต่ต้องการเปลี่ยนไปสู่การจัดกลุ่มโรงเรียนและใช้ทรัพยากรร่วมกัน
แนวทางหนึ่งคือให้ สพฐ.จำแนกโรงเรียนตามจำนวนนักเรียน เช่น กลุ่มที่มีนักเรียนไม่เกิน 50 คน 70 คน 100 คน และ 120 คน เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาของแต่ละกลุ่ม ก่อนออกแบบมาตรการให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
อีกแนวทางคือเชื่อมโยงกับ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมี 20 จังหวัด เพื่อพัฒนาโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน แล้ววางระบบให้โรงเรียนขนาดเล็กโดยรอบสามารถใช้ครู ห้องเรียน เทคโนโลยี และสื่อการเรียนรู้ร่วมกันได้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต้องพิจารณาระยะทางและระบบขนส่งนักเรียนด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
กลุ่มเร่งด่วนคือโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียน
นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนเหลืออยู่ประมาณ 286 แห่งทั่วประเทศ โรงเรียนกลุ่มนี้มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุบเลิกมากที่สุด เนื่องจากไม่มีผู้เรียนอยู่ในระบบแล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถสั่งยุบได้ทันที แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน
ส่วนโรงเรียนที่ยังมีนักเรียนอยู่จำนวนน้อยจะเข้าสู่แผนระยะกลางและระยะยาว โดยข้อมูลที่นายณรินทร์ให้ไว้ระบุว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนประมาณ 10–20 คนมีมากกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะนำมาใช้คือ School Mapping หรือการจัดทำแผนที่การศึกษา เพื่อดูว่าโรงเรียนแต่ละแห่งตั้งอยู่ที่ใด มีนักเรียนกี่คน จำนวนเด็กมีแนวโน้มเพิ่มหรือลด และอยู่ห่างจากโรงเรียนอื่นมากเพียงใด
หากพบว่าโรงเรียนหลายแห่งอยู่ใกล้กัน มีนักเรียนลดลง และสามารถเดินทางถึงกันได้ ก็อาจพิจารณาให้เด็กไปเรียนร่วมกันในโรงเรียนศูนย์กลาง
แนวคิดนี้จึงไม่ใช่เพียง “ปิดโรงเรียนหนึ่งแห่งแล้วจบ” แต่เป็นการรวบรวมครู งบประมาณ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี และสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้โรงเรียนศูนย์กลางมีความพร้อมมากขึ้น
คำถามใหญ่คือเด็กจะเดินทางอย่างไร
นี่คือจุดที่ผู้เขียนมองว่าสำคัญที่สุด
สำหรับคนในเมือง การให้เด็กเดินทางไปโรงเรียนอีกแห่งอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับเด็กในชนบท พื้นที่ชายแดน พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นอุปสรรค การยุบโรงเรียนใกล้บ้านอาจหมายถึงการต้องเดินทางไกลขึ้นทุกวัน
หากมีการควบรวมจริง รัฐจึงต้องเตรียมมาตรการรองรับให้ครบ ทั้งรถรับส่งนักเรียน อาหารกลางวัน งบประมาณที่เกี่ยวข้อง ความปลอดภัยในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่อาจตกเป็นภาระของผู้ปกครอง
ที่สำคัญ ไม่ใช่โรงเรียนขนาดเล็กทุกแห่งจะต้องถูกยุบหรือควบรวม
บางแห่งอาจมีนักเรียนเพียงไม่กี่สิบคน แต่เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ไม่มีโรงเรียนอื่นอยู่ใกล้ หากยุบแล้วเด็กต้องเดินทางไกลเกินไป โรงเรียนเหล่านี้ยังมีความจำเป็นต้องเปิดต่อ และรัฐควรจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะกับสภาพพื้นที่
ลดจำนวนโรงเรียน ไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะดีขึ้นทันที
ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป เพราะโครงสร้างประชากรของประเทศไทยเปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยลง ขณะที่ระบบโรงเรียนยังต้องแบกรับต้นทุนแบบเดิม
หากปล่อยไว้โดยไม่จัดระบบ งบประมาณที่ควรนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาอาจถูกกระจายจนไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การลดจำนวนโรงเรียนบนกระดาษไม่ได้แปลว่าการศึกษาไทยจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
หากควบรวมแล้วเด็กต้องนั่งรถไปโรงเรียนวันละหลายสิบกิโลเมตร ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือเด็กต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเดินทาง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การเพิ่มคุณภาพการศึกษา แต่เป็นการย้ายภาระจากภาครัฐไปให้ครอบครัวแทน
ดังนั้น สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ.ต้องพิสูจน์ให้เห็น ไม่ใช่เพียงว่าจะยุบหรือจัดระบบได้กี่โรงเรียน แต่ต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า
-
หลังควบรวม เด็กจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้นอย่างไร
-
โรงเรียนศูนย์กลางจะมีครูเพียงพอและตรงตามวิชามากขึ้นหรือไม่
-
ผู้ปกครองต้องรับภาระค่าเดินทางเพิ่มหรือไม่
-
เด็กในพื้นที่ห่างไกลจะได้รับโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมืองหรือไม่
-
งบประมาณที่ประหยัดได้จะถูกนำกลับไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างไร
ผู้เขียนจึงมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีงบประมาณ เพราะเบื้องหลังแต่ละโรงเรียนมีเด็ก ครู ผู้ปกครอง และชุมชนอยู่ด้วย
การปรับโครงสร้างอาจมีความจำเป็น แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ โปร่งใส ใช้ข้อมูลของแต่ละพื้นที่เป็นฐาน และรับฟังคนในชุมชนจริง ๆ
เป้าหมายของแผนนี้ไม่ควรเป็นเพียงการทำให้จำนวนโรงเรียนลดลง แต่ต้องทำให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในเมืองหรือหมู่บ้านห่างไกลก็ตาม
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ.ต้องพิสูจน์ผ่านแผนบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่จะออกมาในระยะต่อไป
REFERENCES:
มติชน: 286 โรงเรียนไร้นักเรียน และแนวทาง School Mapping
กสศ.: แนวทางปรับสูตรงบประมาณสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล
ครูบ้านนอก: แนวทางจัดกลุ่มโรงเรียนและใช้ทรัพยากรร่วมกัน
กระทรวงศึกษาธิการ: การพิจารณางบประมาณปี 2570
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
มาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทย
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
23 กันยายน “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน–กลางคืนเกือบเท่ากัน
จังหวัดที่มีโรงเรียนมากที่สุดในประเทศไทยคือจังหวัดอะไรบ้าง
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
รู้หรือไม่? 5 ประเทศที่มี 7-Eleven มากที่สุดในโลก ไทยติดอันดับ 2
ยศชนัน ถกนักศึกษาอุเทนถวาย ปมขออยู่ที่เดิม อว.ย้ำย้ายเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษา
บ้านตะปูจีนทำไมจึงยืนอยู่กลางถนนได้
ประวัติศาสตร์ “นมผง” จากเสบียงบนหลังม้าศึกมองโกล สู่อาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านและบทเรียนราคาแพงของมนุษยชาติ
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน
23 กันยายน “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน–กลางคืนเกือบเท่ากัน
มาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทย
บ้านตะปูจีนทำไมจึงยืนอยู่กลางถนนได้
จังหวัดที่มีโรงเรียนมากที่สุดในประเทศไทยคือจังหวัดอะไรบ้าง
เขื่อนซานเสียต้าป้าทำให้ความยาวของวันเปลี่ยนจริงหรือไม่
Miss Universe Cambodia แจงปมใช้ภาพประวัติศาสตร์ ยอมรับตรวจสอบที่มาไม่พอ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไทย
แพท หมวย โต้ดราม่าคลิปเต้น แจงชุดออกกำลัง ลั่นไม่ได้ตั้งใจยั่วใคร หลังวิวทะลุล้าน
มาลัยรัดเกล้าฮิต ปากคลองตลาดคึกคัก นักท่องเที่ยวต่อคิวทำผมตามเทรนด์ไทย
ยศชนัน ถกนักศึกษาอุเทนถวาย ปมขออยู่ที่เดิม อว.ย้ำย้ายเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการศึกษา
