รวม 4 สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง ที่คุณยังสามารถไปเยี่ยมชมได้
สถานที่ถ่ายทำหนังหลายแห่งไม่ได้หายไปพร้อมกับหนังที่ถ่ายทำเสร็จ แต่กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่คนทั่วไปยังสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้จริง บางแห่งถูกสร้างขึ้นมาเป็นฉากโดยเฉพาะ บางแห่งเป็นสถานที่จริงที่มีอยู่ก่อนแล้ว และ บางแห่งเคยถูกทิ้งร้าง แต่ภาพยนตร์ชื่อดังก็ทำให้สถานที่เหล่านั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งวันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จัก 4 สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ยังสามารถไปเยี่ยมชมได้ในปัจจุบัน...
แห่งแรก คือ "ฮอบบิตัน" จากภาพยนตร์เรื่อง "The Lord of the Rings" และ "The Hobbit" สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้เมืองมาตามาตา ประเทศนิวซีแลนด์ เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงแกะขนาดใหญ่ แต่ผู้กำกับ "ปีเตอร์ แจ็กสัน" มองเห็นว่า "ภูมิประเทศที่มีเนินเขาสีเขียว ทุ่งหญ้า และ ทะเลสาบธรรมชาติ มีหน้าตาคล้ายกับ "ไชร์" บ้านเกิดของเหล่าฮอบบิทในเรื่องมาก จึงเลือกใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำ"
ทีมงานเริ่มสร้างหมู่บ้านฮอบบิท ในปี 1999 เพื่อใช้ในภาพยนตร์ "The Lord of the Rings" โดยบ้านฮอบบิทในตอนแรกสร้างด้วยวัสดุที่ไม่ได้ตั้งใจให้คงอยู่ถาวร หลังถ่ายทำเสร็จจึงเริ่มรื้อฉากออก แต่ไม่ได้รื้อจนหมด ทำให้บ้านฮอบบิทบางส่วนยังคงอยู่ ต่อมาเมื่อ "ปีเตอร์ แจ็กสัน" กลับมาถ่ายทำ "The Hobbit" ทีมงานจึงสร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่และใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่าเดิม
ทุกวันนี้ "ฮอบบิตัน" มีบ้านฮอบบิทประมาณ 44 หลัง พร้อมสวน รั้ว ถนนเล็กๆ และ สิ่งของต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปอยู่ในโลกของหนังจริงๆ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์เพื่อเดินชมหมู่บ้าน และ เรียนรู้เรื่องราวการถ่ายทำได้ และ ยังสามารถแวะไปที่ "Green Dragon Inn." ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมที่แฟนหนังคุ้นเคยกันดีได้ด้วย สิ่งที่เคยเป็นเพียงฉากชั่วคราวจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของนิวซีแลนด์ และ ยังมีคนดูแลรักษาพื้นที่อยู่ตลอดเวลา
สถานที่แห่งที่ 2 คือ "Popeye Village" หรือ "หมู่บ้านสวีทเฮเวน" ในประเทศมอลตา สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ "Popeye" ซึ่งออกฉายในปี 1980 และ นำแสดงโดย "โรบิน วิลเลียมส์" โดยทีมงานต้องการหมู่บ้านริมทะเลที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูน จึงสร้างอาคารไม้จำนวน 19 หลังขึ้นบริเวณอ่าวแองเคอร์ ซึ่งบ้านแต่ละหลังมีรูปร่างแปลกๆ ผนังเอียง สีสันสดใส หน้าต่างเล็ก และ มีของตกแต่งเกี่ยวกับทะเลเต็มไปหมด ทำให้หมู่บ้านดูเหมือนโลกในการ์ตูนจริงๆ เดิมทีฉากนี้ตั้งใจสร้างไว้สำหรับหนังเท่านั้น และ กะจะรื้อหลังจากถ่ายทำเสร็จ แต่ทางมอลตาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีคุณค่า และ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ จึงเก็บเอาไว้แทน
เวลาผ่านไปมากกว่า 40 ปี หมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังอยู่และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันในชื่อ "Popeye Village Malta" นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปชมบ้านเก่าๆที่ใช้ถ่ายหนัง ดูการแสดง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ เล่นกิจกรรมต่างๆ และ นั่งเรือชมอ่าวได้ด้วย แน่นอนว่าอาคารไม้ที่อยู่ริมทะเลย่อมต้องเจอกับแดด ลม ฝน และ น้ำเค็ม จึงต้องมีการซ่อมแซมอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนสำคัญของหมู่บ้านยังคงอยู่ ทำให้แฟนหนังสามารถเดินเข้าไปสัมผัสสถานที่ที่ "โรบิน วิลเลียมส์" เคยถ่ายทำได้จริง!!
แห่งที่ 3 คือ "Henry River Mill Village" ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเทศอเมริกา สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "The Hunger Games" โดยเฉพาะส่วนที่ใช้แทนเขต 12 บ้านเกิดของ "แคทนิส เอเวอร์ดีน" ตัวละครหลักของเรื่อง
จริงๆแล้วหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อหนังเลย มันเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่เคยเป็นชุมชน ของคนงานโรงงานสิ่งทอ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในอดีตเคยมีบ้านของคนงาน ร้านค้า และ โรงงาน แต่เมื่ออุตสาหกรรมเริ่มเสื่อมลง ผู้คนก็ทยอยออกจากพื้นที่ จนในที่สุดหมู่บ้านก็ถูกทิ้งร้าง อาคารไม้เก่าๆ และ ถนนที่เงียบเหงาทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศเหมือน เมืองยากจนในโลกอนาคตได้อย่างพอดี
เมื่อทีมงาน "The Hunger Games" เข้ามาถ่ายทำ พวกเขาไม่จำเป็นต้องสร้างเมืองใหม่ทั้งหมด เพราะหมู่บ้านที่มีอยู่แล้วเหมาะกับเรื่องมาก พวกเขาจึงปรับแต่งอาคารและพื้นที่บางส่วนให้เข้ากับหนัง รวมถึงบริเวณที่ใช้เป็นบ้านของครอบครัว "แคทนิส เอเวอร์ดีน" และ ร้านเบเกอรี่ของครอบครัว "พีด้า เมลลาร์ค" หลังจาก "The Hunger Games" กลายเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก สถานที่ที่เคยเป็นหมู่บ้านโรงงานร้างก็กลายเป็นสถานที่ที่แฟนหนังอยากมาเห็นด้วยตัวเอง ปัจจุบันมีการดูแลพื้นที่และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม บางคนมาเพราะอยากเห็นสถานที่จากหนัง แต่เมื่อมาถึงก็ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จริงของคนงานและครอบครัวที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วย เรียกได้ว่าหนังช่วยทำให้คนกลับมาสนใจสถานที่เก่าแก่แห่งนี้อีกครั้ง!!
สถานที่แห่งสุดท้าย คือ "Malibu Creek State Park" ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา ซึ่งแฟนๆรู้จักกันดีจากภาพยนตร์และซีรีส์เรื่อง "M*A*S*H" สถานที่แห่งนี้มีภูเขาและหุบเขาที่มีลักษณะคล้ายพื้นที่ชนบทของเกาหลี จึงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำค่ายทหารในเรื่อง
ภาพยนตร์เรื่อง "M*A*S*H" ของผู้กำกับ "โรเบิร์ต อัลต์แมน" เข้าฉายในปี 1970 และ ต่อมาก็มีซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง "M*A*S*H" ซึ่งเริ่มฉายในปี 1972 ก็กลับมาใช้พื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง ซีรีส์ถ่ายทำที่นี่เป็นเวลานานถึง 11 ฤดูกาล ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นส่วนสำคัญของภาพจำจากเรื่อง แต่หลังจากซีรีส์จบลงในปี 1983 ฉากส่วนใหญ่ก็ถูกรื้อออก เต็นท์และอาคารที่แฟนๆ คุ้นเคยจึงไม่ได้อยู่ครบเหมือนในหนังอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ถ่ายทำยังคงอยู่ และ ยังมีร่องรอยบางอย่างให้เห็น เช่น ยานพาหนะเก่าและบริเวณที่เคยเป็นค่ายทหาร
ต่อมามีการปรับปรุงพื้นที่และติดตั้งป้ายข้อมูล เพื่อบอกนักท่องเที่ยวว่าแต่ละจุดเคยถูกใช้ทำอะไร สำหรับคนที่อยากไปดูสถานที่ถ่ายทำด้วยตัวเอง ต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตรไปกลับภายในอุทยาน จึงไม่ใช่สถานที่ที่เดินจากรถไปถึงได้ทันที แต่สำหรับแฟน "M*A*S*H" การได้เดินเข้าไปเห็นพื้นที่จริงที่เคยเป็นค่าย 4077 ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก!!
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
อำเภอที่มี 7-Eleven มากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมบ้านเลขที่บางหลังมี “/” อย่าง 99/1 แล้วเลขหลังทับหมายถึงอะไร?
เลือกรถคันที่ใช่ในสไตล์ของคุณ..คลิปโดนใจจนกลายเป็นไวรัล
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
“ปลาแฟงค์ทูธ” อสูรกายเขี้ยวยาวแห่งท้องทะเลลึก ที่ซ่อนความลับสุดสะพรึง
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
แม่ภัทรยืนยันขอโรงงานคืน! ฝั่งลูกสะใภ้อ้างจ่ายค่าเซ้ง-ลงทุนอีก 2.5 ล้าน “เอกภพ” ชี้ต้องมีสัญญายืนยัน
ในงวงช้างมีอะไรอยู่? ทำไมงวงถึงขยับได้สารพัดทิศทาง
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!

