ดราม่าหนักในจีน! เจ้าของร้านช่วยชายชราหมดสติ ก่อนถูกครอบครัวเรียกเงิน สุดท้ายต้องจ่ายเกือบแสน หวั่นต่อไปใครจะกล้าช่วยคน
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในสังคมจีน หลังเจ้าของร้านไพ่นกกระจอกแห่งหนึ่งในอำเภอฉีตง มณฑลหูหนาน เข้าไปช่วยชายชราที่เกิดอาการไม่สบายจนหมดสติภายในร้าน แต่สุดท้ายกลับต้องเจอกับเรื่องที่เจ้าตัวคงไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตเรียกค่าชดเชยจากเธอ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยชายชราเดินเข้ามาในร้านด้วยตัวเอง เพราะรู้สึกไม่สบายและต้องการขอพัก ก่อนที่ไม่ถึง 1 นาทีต่อมา เจ้าตัวจะหมดสติลง
เจ้าของร้านเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้าไปช่วยพยุงชายชราออกมาด้านนอกร้าน เพื่อให้อยู่ในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก ขณะที่คนในร้านรีบโทรแจ้งรถพยาบาลทันที
ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที ตอนนั้นชายชรายังมีสัญญาณชีพอยู่ แต่ไม่รู้สึกตัว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากคนช่วย กลายเป็นคนถูกเรียกเงิน
หลังเกิดเหตุ ครอบครัวของชายชราเรียกค่าชดเชยจากเจ้าของร้านเป็นเงินสูงถึง 100,000 หยวน หรือประมาณ 500,000 บาท โดยให้เหตุผลสำคัญว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของร้าน
ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากันถึง 2 ครั้งที่สถานีตำรวจ ก่อนสุดท้ายจะตกลงกันที่ 19,000 หยวน หรือประมาณ 95,000 บาท
ในเอกสารระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็น “ค่าชดเชยด้านมนุษยธรรม” และไม่ได้หมายความว่าเจ้าของร้านยอมรับว่าตัวเองมีความผิด
เจ้าของร้านยอมจ่ายเงินดังกล่าวเพื่อหวังให้เรื่องจบลง
แต่เรื่องกลับไม่จบง่าย ๆ เพราะหลังข้อมูลถูกเผยแพร่ออกไป สังคมจีนเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า หากคนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยกลับต้องเสียเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต แล้วต่อไปจะมีใครกล้าเข้าไปช่วยคนที่กำลังเดือดร้อนหรือไม่
หน่วยงานยุติธรรมลงมาตรวจสอบ
กระแสวิจารณ์รุนแรงขึ้นจนสำนักงานยุติธรรมอำเภอฉีตงประกาศเข้าตรวจสอบเรื่องนี้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569
ขณะเดียวกัน นักกฎหมายจีนให้ข้อมูลว่า จากข้อมูลเบื้องต้น สาเหตุการเสียชีวิตมีแนวโน้มมาจากโรคประจำตัวของชายชราที่กำเริบขึ้นอย่างกะทันหัน และตามหลักของประมวลกฎหมายแพ่งจีน หากบุคคลที่เข้าไปช่วยเหลือไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย ก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเพียงเพราะเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ของตน
ที่สำคัญคือ กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่า กฎหมายจีนบังคับให้คนช่วยต้องจ่ายเงิน แต่เงิน 19,000 หยวนเกิดจากการตกลงระหว่างคู่กรณีในการเจรจาที่สถานีตำรวจ
บริษัทท้องถิ่นยื่นมือช่วยเจ้าของร้าน
ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจ เมื่อบริษัทข้าวท้องถิ่น ฉีตงจินไท่ มอบเงินจำนวน 20,000 หยวน หรือประมาณ 100,000 บาท ให้กับครอบครัวเจ้าของร้าน เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยไม่ให้เจ้าของร้านต้องแบกรับความเสียหายจากการเข้าไปช่วยเหลือชายชรา
ต่อมาในวันถัดไป เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า ครอบครัวของชายชราต้องคืนเงินจำนวน 19,000 หยวน ที่ได้รับไปให้เจ้าของร้าน เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าเจ้าของร้านต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่มีการรายงานข่าว ยังไม่มีการยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกคืนให้เจ้าของร้านแล้วหรือไม่
แม่เครียดหนักจนต้องปิดร้าน
ลูกชายของเจ้าของร้านเปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่อง แม่มีอาการเครียดอย่างหนักจนถึงขั้นนอนไม่หลับ เวียนศีรษะ และเบื่ออาหาร ขณะที่ร้านต้องปิดให้บริการชั่วคราวจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเรื่องเงินอีกต่อไป แต่กลายเป็นคำถามใหญ่ในสังคมจีนว่า การช่วยเหลือคนที่กำลังประสบเหตุฉุกเฉิน จะกลายเป็นความเสี่ยงสำหรับคนที่ยื่นมือเข้าไปช่วยหรือไม่
แม้ท้ายที่สุดจะมีการตรวจสอบและชี้ว่าเจ้าของร้านไม่ได้มีความผิดตามกฎหมาย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทิ้งคำถามเอาไว้ไม่น้อยว่า หากการช่วยคนหนึ่งคนต้องแลกกับความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเงินหรือถูกดำเนินการในภายหลัง แล้วในเหตุการณ์ครั้งต่อไป คนธรรมดาจะยังกล้าเดินเข้าไปช่วยเหลือคนที่กำลังหมดสติอยู่หรือไม่
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
ก้อนหินที่ดูเหมือน “กบยักษ์” และอยู่ในป่ามานานกว่าศตวรรษ
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
เมื่อ “ผืนป่า” พบกับ “ทะเลทรายสีขาว” แห่งบราซิล
อำเภอที่มี 7-Eleven มากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ทำไมเสียงประกาศในห้างหรือสถานีดังมาก แต่เรากลับฟังไม่รู้เรื่อง?
เมื่อไม้โบราณกลายเป็นโอปอล อื้อหือ สวยมากๆเลยทีเดียว
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เลือกรถคันที่ใช่ในสไตล์ของคุณ..คลิปโดนใจจนกลายเป็นไวรัล
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
ทำไมเสียงประกาศในห้างหรือสถานีดังมาก แต่เรากลับฟังไม่รู้เรื่อง?
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ก้อนหินที่ดูเหมือน “กบยักษ์” และอยู่ในป่ามานานกว่าศตวรรษ

