นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เดือด! “สะอิดสะเอียน” พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ตอบโต้ทนายอั๋น ทำไมไม่ชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เดือด! “สะอิดสะเอียน” พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ตอบโต้ทนายอั๋น ทำไมไม่ชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง
ผมอ่านคำพูดของ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส. ที่ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ตอบโต้ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” แล้วต้องบอกตรง ๆ ว่า รู้สึกไม่สบายใจกับท่าทีเช่นนี้
ไม่ใช่เพราะทนายอั๋นเป็นใคร
ไม่ใช่เพราะรัฐมนตรีจะไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง
และไม่ใช่เพราะคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องยอมให้ใครพูดถึงฝ่ายเดียว
แต่เพราะคำถามสำคัญกว่านั้นคือ
เมื่อประชาชนตั้งคำถามต่อการใช้อำนาจรัฐ คนที่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีควรตอบคำถามด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง หรือควรตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่มุ่งลดทอนความน่าเชื่อถือของคนที่ตั้งคำถาม?
นี่ต่างหากที่สังคมควรจับตา
พล.ต.ท.รุทธพลมีประสบการณ์ในแวดวงตำรวจ และเคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์มาก่อน แต่วันนี้บทบาทของท่านเปลี่ยนไปแล้ว
วันนี้ท่านไม่ใช่ผู้การตำรวจบุรีรัมย์
วันนี้ท่านคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ตำแหน่งนี้จึงมาพร้อมกับมาตรฐานอีกระดับหนึ่ง
เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ดูแลเพียงหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐ
ที่สำคัญ กระทรวงยุติธรรมเองประกาศแนวนโยบายเรื่องการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ การให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเสมอภาค และการพัฒนาระบบงานยุติธรรมตามหลักนิติธรรม
ถ้าเป็นเช่นนั้น การตั้งคำถามจากประชาชนก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย ไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีอำนาจควรมองว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ
ผมไม่ได้บอกว่าข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยของทนายอั๋นถูกต้องทั้งหมด
ถ้าสิ่งที่ทนายอั๋นพูดผิด ก็ชี้แจงว่าผิดตรงไหน
ถ้ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ก็เอาหลักฐานออกมาโต้แย้ง
ถ้าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ก็อธิบายให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริง
นี่ต่างหากคือวิธีตอบโต้ที่แข็งแรงที่สุดของคนที่ถืออำนาจรัฐ
เพราะคนที่มีตำแหน่งสูงไม่จำเป็นต้องชนะด้วยคำพูดรุนแรง
แต่ควรชนะด้วย ข้อเท็จจริง
ทนายอั๋นเองอาจไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี และไม่ได้มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เขามีสิทธิ์ตั้งคำถามต่อการทำงานของรัฐ
และในระบอบประชาธิปไตย เราควรยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ว่า
ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบผู้มีอำนาจ
โดยเฉพาะคนที่ถืออำนาจรัฐ ยิ่งต้องพร้อมถูกตรวจสอบมากกว่าคนทั่วไป ไม่ใช่น้อยกว่า
วันนี้สังคมไทยอาจมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกจะเงียบ เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้มีอำนาจ
แต่คนที่ยังออกมาตั้งคำถามต่อเรื่องสาธารณะ แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับเขาทุกเรื่อง ก็ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็น “ศัตรู” เพียงเพราะเขาตรวจสอบรัฐ
กรณีทนายอั๋นจึงไม่ควรถูกมองแค่เรื่องส่วนตัวระหว่างคนสองคน
แต่มันควรถูกมองเป็นคำถามใหญ่กว่าเดิมว่า
สังคมไทยต้องการรัฐมนตรีแบบไหน?
รัฐมนตรีที่เมื่อถูกตั้งคำถามแล้วตอบกลับด้วยอารมณ์
หรือรัฐมนตรีที่พร้อมยืนต่อหน้าประชาชน แล้วตอบทุกคำถามด้วยหลักฐานและเหตุผล
ผมเลือกอย่างหลัง
เพราะคำว่า “ยุติธรรม” ไม่ควรเป็นเพียงชื่อของกระทรวง
แต่มันต้องสะท้อนออกมาจากวิธีที่ผู้มีอำนาจปฏิบัติต่อประชาชนที่เห็นต่างด้วย
และขอฝากถึงท่านรัฐมนตรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ตรง ๆ ว่า
วันนี้ท่านไม่ได้เป็นเพียงอดีตนายตำรวจที่คนบุรีรัมย์รู้จัก
วันนี้ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจึงไม่ใช่การใช้อำนาจตอบโต้เสียงวิจารณ์
แต่คือการใช้อำนาจอย่างมีเหตุผล โปร่งใส และตรวจสอบได้
ถ้าทนายอั๋นพูดผิด — ชี้แจง
ถ้าข้อมูลไม่จริง — เอาหลักฐานมาหักล้าง
ถ้ามีข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล — อธิบายให้สังคมเห็น
ไม่จำเป็นต้องลดค่าคนถาม หากเรามีข้อเท็จจริงที่แข็งแรงพอจะตอบคำถาม
เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ประชาชนควรตั้งคำถามมากที่สุด ไม่ใช่คนธรรมดาที่ออกมาตรวจสอบรัฐ
แต่คือ คนที่ถืออำนาจรัฐอยู่ในมือ
และยิ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วยแล้ว
ยิ่งต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า
อำนาจของท่านอยู่ใต้กฎหมาย และกฎหมายก็อยู่ภายใต้หลักความยุติธรรม
นี่ไม่ใช่การเข้าข้างทนายอั๋น
แต่เป็นการยืนข้างหลักการว่า
ในประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมาย คนมีอำนาจต้องถูกตรวจสอบได้ และประชาชนต้องมีสิทธิ์ตั้งคำถามโดยไม่ถูกทำให้รู้สึกว่าการตรวจสอบรัฐเป็นความผิด
เพราะถ้าวันหนึ่งไม่มีใครกล้าถามผู้มีอำนาจ
วันนั้นเราอาจไม่ได้มีปัญหาเพราะประชาชนถามมากเกินไป
แต่อาจมีปัญหาเพราะประชาชน เงียบมากเกินไป
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ทำไมเสียงประกาศในห้างหรือสถานีดังมาก แต่เรากลับฟังไม่รู้เรื่อง?
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
ก้อนหินที่ดูเหมือน “กบยักษ์” และอยู่ในป่ามานานกว่าศตวรรษ
เมื่อ “ผืนป่า” พบกับ “ทะเลทรายสีขาว” แห่งบราซิล
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
ทำไมบ้านเลขที่บางหลังมี “/” อย่าง 99/1 แล้วเลขหลังทับหมายถึงอะไร?
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
เมื่อไม้โบราณกลายเป็นโอปอล อื้อหือ สวยมากๆเลยทีเดียว
ทำไมเสียงประกาศในห้างหรือสถานีดังมาก แต่เรากลับฟังไม่รู้เรื่อง?
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ก้อนหินที่ดูเหมือน “กบยักษ์” และอยู่ในป่ามานานกว่าศตวรรษ
