หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ใครอยู่เบื้องหลังเครือข่ายแม่อุ้มบุญเถื่อนตามชายแดน?

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คำว่าโรงงานผลิตทารกฟังดูรุนแรงและชวนให้เห็นภาพบ้านหลังใหญ่ที่มีหญิงตั้งครรภ์อยู่เรียงกันเป็นแถว แต่ในโลกจริง คดีลักษณะนี้มักซ่อนตัวอยู่หลังโฆษณารับสมัครงาน ห้องเช่า คลินิกเถื่อน และนายหน้าหลายทอด จนคนภายนอกแยกแทบไม่ออกว่าใครเป็นผู้เสียหาย ใครเป็นผู้จัดการ และใครกำลังซื้อขายชีวิตเด็กเป็นธุรกิจ

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ การอุ้มบุญที่ผ่านกระบวนการทางการแพทย์และกฎหมาย กับการนำร่างกายของหญิงยากจนมาใช้เป็นสายพานผลิตเด็ก การตั้งครรภ์แทนไม่ใช่ความผิดในทุกกรณี แต่เมื่อมีการหลอกลวง กักขัง บังคับ ส่งตัวข้ามประเทศ หักเงิน หรือกำหนดให้มอบเด็กแลกกับเงินก้อน เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการขายเด็กทันที

รูปแบบการล่อลวงมักเริ่มจากข้อความสั้นๆ ในกลุ่มหางาน อ้างรายได้หลายแสนบาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง บอกว่ามีหมอดูแล มีประกัน และไม่ต้องทำงานหนัก นายหน้าบางรายขอสำเนาบัตรประชาชน ตรวจเลือด หรือให้เซ็นเอกสารภาษาต่างประเทศตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างจริง หญิงวัยทำงานที่กำลังมีหนี้หรือเลี้ยงลูกอยู่จึงตัดสินใจจากตัวเลขเงินก้อน โดยไม่เห็นเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านพักในพื้นที่ชนบท โทรศัพท์อาจถูกเก็บไว้ หนังสือเดินทางอาจอยู่กับนายหน้า และการเดินทางไปโรงพยาบาลอาจมีคนพาไปทุกครั้ง บางรายต้องกินยาและฉีดฮอร์โมนตามคำสั่งโดยไม่รู้ชื่อยา ไม่ได้พบแพทย์ที่มีใบอนุญาต และไม่รู้ว่าจะได้รับเงินเต็มจำนวนหรือไม่ หากแท้ง ป่วย คลอดก่อนกำหนด หรือเด็กมีภาวะแทรกซ้อน เงื่อนไขที่ตกลงไว้ทางข้อความอาจหายไปพร้อมกับนายหน้า

ภาพบ้านพักหลายแห่งอาจดูเหมือนที่พักคนงานธรรมดา มีรั้วสูง กล้องวงจรปิด และรถรับส่งเข้าออกเป็นเวลา สิ่งที่ทำให้สถานที่เหล่านี้น่ากังวลไม่ใช่จำนวนหญิงตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการควบคุมชีวิต การจำกัดการติดต่อครอบครัว และการไม่มีเอกสารการรักษาที่ตรวจสอบได้ หากมีผู้คุม มีการข่มขู่ว่าจะเรียกค่าเสียหาย หรือห้ามออกจากที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาต นั่นเป็นสัญญาณของการบังคับ ไม่ใช่ข้อตกลงทางการแพทย์ตามปกติ

คดีในกัมพูชาที่มีการรายงานต่อสาธารณะสะท้อนความซับซ้อนของขบวนการข้ามแดนได้ชัดเจน ช่วงปลายปี 2024 ผู้หญิงชาวฟิลิปปินส์ 13 คนถูกศาลจังหวัดกันดาลพิพากษาในคดีเกี่ยวกับการอุ้มบุญผิดกฎหมายและการส่งเด็กข้ามแดน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าธุรกิจมีผู้จัดการจากเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย คดีนี้ทำให้เห็นว่า หญิงที่ตั้งครรภ์อาจถูกมองเป็นผู้กระทำผิด ทั้งที่บางคนอาจถูกหลอกหรือถูกกดดัน ขณะที่ผู้สั่งการตัวจริงยังอยู่หลังฉาก

หลังเด็กคลอด ขั้นตอนที่อันตรายที่สุดอาจเริ่มขึ้น เด็กอาจไม่มีเอกสารระบุความเป็นบิดามารดาที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าผู้ใดมีสิทธิพาออกนอกประเทศ และไม่มีหลักฐานว่าการส่งมอบเกิดจากความยินยอมของแม่อุ้มบุญจริงหรือไม่ หากมีการปลอมเอกสาร เปลี่ยนชื่อผู้ปกครอง หรือพาเด็กผ่านด่านด้วยข้อมูลเท็จ เด็กอาจกลายเป็นหลักฐานของคดีและติดอยู่ในช่องว่างระหว่างกฎหมายหลายประเทศ

หน่วยงานความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมของยุโรปเตือนว่า การอุ้มบุญข้ามพรมแดนอาจเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และการขายเด็ก โดยเฉพาะเมื่อมีนายหน้าหลายชั้น มีเงินก้อนแลกกับการส่งมอบเด็ก หรือมีการใช้ความเปราะบางของหญิงตั้งครรภ์เป็นเครื่องมือ ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 และวางเงื่อนไขต่อการตั้งครรภ์แทน รวมถึงห้ามธุรกิจเชิงพาณิชย์และการเป็นนายหน้าหาผู้รับตั้งครรภ์แทนในลักษณะที่กฎหมายกำหนด

กัมพูชาเองก็ประกาศห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2016 แต่การห้ามไม่ได้ทำให้ความต้องการหายไป เพียงผลักกิจกรรมบางส่วนให้หลบออกจากระบบที่ตรวจสอบได้ เมื่อคลินิก นายหน้า และลูกค้าต่างชาติแยกตัวออกจากกัน การตามหาผู้รับผิดชอบจึงยากขึ้น ส่วนหญิงที่อยู่ปลายทางกลับต้องรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและคดีอาญา

สัญญาณเตือนที่ควรระวังคือ โฆษณารับสมัครที่รับเฉพาะหญิงยากจนหรือหญิงจากต่างประเทศ การรับประกันรายได้สูงโดยไม่ตรวจสุขภาพอย่างเป็นระบบ การให้เดินทางไปพื้นที่ลับ การยึดเอกสาร การห้ามติดต่อครอบครัว การบังคับเซ็นสัญญาที่อ่านไม่ออก และการพูดถึงเด็กในฐานะสินค้า หากพบข้อมูลลักษณะนี้ไม่ควรโอนเงิน ไม่ควรส่งเอกสารส่วนตัวต่อ และไม่ควรเผยแพร่ภาพหญิงหรือเด็กเพื่อประจาน เพราะอาจทำให้ผู้เสียหายถูกตามตัวหรือถูกทำร้ายซ้ำ

การช่วยเหลือควรเริ่มจากเก็บหลักฐานข้อความ หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อบัญชีรับโอน สถานที่นัดหมาย และเส้นทางการเดินทางไว้ในที่ปลอดภัย จากนั้นติดต่อหน่วยงานต่อต้านการค้ามนุษย์ ตำรวจ สถานทูต หรือองค์กรช่วยเหลือทางกฎหมายในประเทศที่เกี่ยวข้อง หากมีหญิงตั้งครรภ์อยู่ในสถานที่เสี่ยง ควรให้ความสำคัญกับการพาออกมาอย่างปลอดภัยและการเข้าถึงแพทย์ก่อนการสอบสวน

แม่อุ้มบุญไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ร้าย และเด็กไม่ควรถูกมองเป็นของที่ซื้อขายได้ คำว่าโรงงานผลิตทารกจึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะการกล่าวหาพื้นที่หรือกลุ่มคนโดยไม่มีหลักฐานอาจทำลายผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อพบการบังคับ กักขัง ปลอมเอกสาร หรือซื้อขายเด็ก สิ่งที่ต้องไล่ตรวจให้ถึงต้นทางคือเครือข่ายนายหน้า ผู้จัดหาคลินิก ผู้รับเงิน และผู้สั่งการข้ามประเทศ ไม่ใช่โยนความผิดทั้งหมดให้หญิงที่ถูกพาเข้าไปอยู่ในระบบนั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกอาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามคอนเสิร์ตครั้งที่ใหญ่และมีคนดูมากที่สุด ที่ถูกจัดขึ้นโดยนักร้องชาวไทยส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/6910 เจ้าหญิงดิสนีย์ที่อายุน้อยที่สุด ใครเด็กที่สุดในอาณาจักรดิสนีย์?แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?"ดุ่ย ภรัญฯ" งวด 1 กันยายน 2569 ส่องเลขวิน ชนสถิติ 20 ปีดราม่าสนั่นโซเชียล! ถกสะพัดกรณีแฟนคลับแจกเค้กวันเกิด "ลุงพล" ให้เด็กนักเรียนฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?ดีปลี เครื่องเทศไทยรสเผ็ดร้อนที่คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเลขธูปมงคล พระพิฆเนศประทานโชค งวด 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ทำไมรัฐฉานจึงกลายเป็นศูนย์กลางยาบ้าของเอเชีย?คิงส์โรมันกลายเป็นเขตอิทธิพลสีเทาได้อย่างไร?ทำไมชุมชนริมทะเลแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าหมู่บ้านไตเดียว?ทำไมตึกหรูในสีหนุวิลล์จึงกลายเป็นค่ายสแกมเมอร์?
ตั้งกระทู้ใหม่