รวม 4 ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ไม่มีอยู่จริง
เรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่องมักดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมาก เพราะมันทำให้เราอยากรู้ว่าคนคนหนึ่งสามารถกลายเป็นฆาตกรที่โหดร้ายได้อย่างไร? คนเราอ่านเรื่องเหล่านี้ด้วยความรู้สึกทั้งกลัวและอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าฆาตกรสามารถหลบหนีตำรวจได้นานหลายปี หรือ ทิ้งปริศนาเอาไว้ให้คนรุ่นหลังตามหา แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังคือ "ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เล่าต่อกันมาจะเป็นเรื่องจริง บางเรื่องถูกแต่งขึ้นตั้งแต่แรก บางเรื่องเริ่มจากข่าวลือ แล้วคนอื่นนำไปเล่าต่อจนรายละเอียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายดูเหมือนเป็นเหตุการณ์จริง ทั้งที่เมื่อค้นหาหลักฐานอย่างละเอียด กลับไม่พบว่าคนเหล่านั้นเคยมีตัวตนอยู่เลย..."
"ลูเซียน สตาเนียก" เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เรื่องเล่าบอกว่า "เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวโปแลนด์ ที่ลงมือฆ่าผู้หญิงหลายคนในช่วงปี 1964 ถึง 1967 หลังจากฆ่าเหยื่อแต่ละคน เขายังเขียนจดหมายด้วยเลือดของตัวเอง เพื่อเยาะเย้ยตำรวจ" ซึ่งทำให้เรื่องของเขาดูน่ากลัวและเหมือนเป็นคดีฆาตกรรม ที่ตำรวจต้องใช้เวลาหลายปีในการตามหาตัว
ตามเรื่องเล่า "ในที่สุดสตาเนียกก็ถูกจับได้เพราะเขาทิ้งลายนิ้วมือเอาไว้ในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นเขาสารภาพว่าฆ่าผู้หญิงถึง 20 คน และ บอกเหตุผลว่า "ผมต้องการแก้แค้นให้พ่อแม่และน้องสาวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพราะคนที่ทำให้เกิดเหตุไม่เคยได้รับโทษ"" เรื่องเล่ายังบอกอีกว่า "เขาถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อมาได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต ในโรงพยาบาลจิตเวช" ฟังดูเหมือนคดีจริงมาก แต่ปัญหาคือ เมื่อมีคนพยายามค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับชายคนนี้ กลับไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเขาเคยมีตัวตน ไม่มีหลักฐานว่าการฆาตกรรมที่กล่าวถึงเกิดขึ้น และ ไม่มีหลักฐานว่ามีใครถูกจับหรือถูกดำเนินคดีในคดีนี้
ต่อมาจึงมีข้อสงสัยว่าเรื่องของ "ลูเซียน สตาเนียก" อาจเกิดจากงานเขียนของ "โคลิน วิลสัน" นักเขียนที่เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอาชญากรรม เรื่องที่เขาเขียนถูกนำไปเผยแพร่ต่อและถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อคนอื่นนำไปอ้างอิงต่อ เรื่องแต่งก็ยิ่งดูเหมือนเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมีนักวิจัยพยายามตรวจสอบประวัติของ "ลูเซียน สตาเนียก" อย่างจริงจัง และ พบว่าหลักฐานเกี่ยวกับเขาไม่มีอยู่จริง!!
เรื่องต่อมาคือเรื่องของ "สวีนีย์ ท็อดด์" ช่างตัดผมชื่อดังจากเรื่องเล่าของอังกฤษ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเขาจากหนังและนิยายเรื่อง "เอ็ดเวิร์ด มือกรรไกร" เรื่องเล่าบอกว่า "ท็อดด์เป็นช่างตัดผมที่ใช้มีดโกนฆ่าลูกค้า เขามีเก้าอี้พิเศษในร้าน เมื่อเหยื่อนั่งลง เขาจะดึงคันโยกเพื่อให้เก้าอี้เอียงและส่งคนลงไปยังห้องใต้ดิน จากนั้นเขาจะฆ่าคนนั้น และ นำร่างไปชำแหละเพื่อนำเนื้อไปทำพาย" เนื้อเรื่องบางฉบับยังบอกด้วยว่า "ท็อดด์ถูกจับหลังจากมีคนหายตัวไปจำนวนมาก และ ตำรวจพบสิ่งของของคนจำนวนมากอยู่ในร้านของเขา เขาถูกนำตัวขึ้นศาลและถูกแขวนคอ" เรื่องทั้งหมดฟังดูเหมือนคดีฆาตกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อังกฤษ แต่เมื่อค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง กลับไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่ามีคนชื่อ "สวีนีย์ ท็อดด์" ตามเรื่องเล่านี้จริงๆ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจับกุม การพิจารณาคดี หรือ การประหารชีวิตเขา นอกจากนี้ไม่มีหลักฐานว่ามีช่างตัดผมคนหนึ่ง ฆ่าลูกค้าแล้วนำเนื้อไปทำพายอย่างที่เล่ากัน...
คนที่ 3 คือ "ฆาตกรต่อเนื่องแห่งฮาลิแฟกซ์" เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองฮาลิแฟกซ์ ประเทศอังกฤษ ในปี 1938 ซึ่งมันแตกต่างจาก 2 เรื่องแรก ตรงที่ครั้งหนึ่งผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า 'มีฆาตกรกำลังออกล่าผู้หญิงอยู่จริง!!" ในตอนแรกมีคนงานโรงงาน 2 คนบอกว่า "พวกเราถูกชายถืออาวุธทำร้าย" หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงอีกหลายคนออกมาบอกว่า "พวกเราถูกชายคนหนึ่งทำร้ายเช่นกัน" ข่าวเรื่องฆาตกรแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มหวาดกลัว และ กลุ่มคนในชุมชนออกลาดตระเวนตามถนนเพื่อปกป้องผู้หญิง
ปัญหาคือ เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ตำรวจก็เริ่มตรวจสอบเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด และ พบสิ่งผิดปกติมากมาย เช่น บาดแผลของผู้เสียหายจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการถูกคนอื่นทำร้าย แต่เกิดจากการทำร้ายตัวเอง ผู้หญิงหลายคนจึงถูกพบว่า "แต่งเรื่องขึ้นมาเอง" หรือ "ทำร้ายตัวเองแล้วอ้างว่ามีฆาตกรกำลังตามล่า"
เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของ "โทมัส ควิก" ซึ่งเป็นกรณีที่แตกต่างจาก 3 เรื่องแรก เพราะ "โทมัส ควิก" มีตัวตนจริง!! เขาไม่ใช่คนที่ไม่มีตัวตน แต่สิ่งที่ไม่มีหลักฐาน คือ "เรื่องที่เขาอ้างว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง..."
"โทมัส ควิก" เป็นชื่อที่ใช้โดย "สตูเร เบิร์กวอลล์" ชาวสวีเดน เขาเคยสารภาพว่าตัวเองฆ่าคนมากกว่า 30 คน และ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฆาตกรรม 8 คดี เรื่องที่เขาเล่าต่อเจ้าหน้าที่มีรายละเอียดรุนแรงมาก เขาอ้างว่าตัวเองฆ่า ทรมาน และ ทำร้ายเหยื่อหลายคน รวมถึงเด็กด้วย!! ในตอนแรกคำสารภาพของเขาทำให้ตำรวจเชื่อว่าได้พบฆาตกรต่อเนื่องที่สำคัญมากคนหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่าคำสารภาพเหล่านั้นเป็นความจริงหรือไม่? เพราะหลักฐานทางกายภาพจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาพูดเลย
ตัวอย่างเช่น "เขาจำรายละเอียดเกี่ยวกับเหยื่อบางคนผิด บางครั้งเขาบอกข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และ ในบางคดีมีหลักฐานว่า ขณะเกิดเหตุเขาอยู่ห่างจากสถานที่เกิดเหตุ เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร" นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานสำคัญที่ควรพบ หากเขาเป็นคนก่อเหตุจริง เช่น อาวุธที่ใช้ฆ่า หลักฐานดีเอ็นเอ หรือ หลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงเขากับสถานที่เกิดเหตุ...
"โทมัส ควิก" ยังเคยบอกตำรวจถึงสถานที่ต่างๆที่เขาอ้างว่า "ใช้ฆ่าหรือฝังศพ "แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็ไม่พบหลักฐานที่ยืนยันคำพูดของเขาอย่างที่ควรจะเป็น ต่อมามีการตั้งคำถามถึงวิธีที่ตำรวจและทีมแพทย์จัดการกับควิกในช่วงที่เขาให้คำสารภาพ เขาได้รับยาบางชนิดและอยู่ในสถานพยาบาลอยู่แล้ว นักวิจัยและนักข่าวจึงเริ่มสงสัยว่าปัจจัยเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เขา เชื่อหรือเล่าเรื่องบางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง... เมื่อการตรวจสอบคดีต่างๆอย่างละเอียดมากขึ้น คำสารภาพของควิกก็เริ่มถูกตั้งข้อสงสัยมากขึ้น ในที่สุดคำตัดสินคดีฆาตกรรมทั้ง 8 คดีก็ถูกยกเลิก และ เขาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องอย่างที่เคยเชื่อกัน...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
จากมัมมี่โบราณถึงสุสานวาฬ 5 ร่องรอยลึกลับแห่งอาตากามา
ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569
เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาท ปี 33” ธนารักษ์ประเดิมระบบประมูลดิจิทัล เคาะสนั่น 52 ครั้ง จบที่ 2.54 ล้านบาท
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
"เกแว็ง กัสโตร" ล้มลงคาสนาม
เปิดศึก “ดาต้าเซ็นเตอร์” ไทย! เงินสะพัด 5 โมเดล ใครชิงตลาด AI
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?
มีคนนำเหรียญจำนวนมากไปใส่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารจนเครื่องติดขัด
รวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริง
ตำรวจคลองท่อมลุดกวาดล้างอาชญากรรม จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า
เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาท ปี 33” ธนารักษ์ประเดิมระบบประมูลดิจิทัล เคาะสนั่น 52 ครั้ง จบที่ 2.54 ล้านบาท
จากมัมมี่โบราณถึงสุสานวาฬ 5 ร่องรอยลึกลับแห่งอาตากามา
มีคนนำเหรียญจำนวนมากไปใส่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารจนเครื่องติดขัด
5 ต้นไม้ ปลูกครั้งเดียว เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานหลายสิบปี
เปิดศึก “ดาต้าเซ็นเตอร์” ไทย! เงินสะพัด 5 โมเดล ใครชิงตลาด AI
ตำรวจคลองท่อมลุดกวาดล้างอาชญากรรม จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า
เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาท ปี 33” ธนารักษ์ประเดิมระบบประมูลดิจิทัล เคาะสนั่น 52 ครั้ง จบที่ 2.54 ล้านบาท
มีคนนำเหรียญจำนวนมากไปใส่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารจนเครื่องติดขัด
จบด้วยดี! รุ่นพี่คู่กรณีขอโทษคุณแม่ หลังลูกสาวถูกรังแก เผยสำนึกผิดทั้งครอบครัว ขอให้สังคมเปิดโอกาสแก้ตัว
