หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รวม 5 แหล่งโบราณคดีที่น่าทึ่ง ซึ่งซ่อนอยู่ในทะเลทราย

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

รวม 5 แหล่งโบราณคดีที่น่าทึ่ง ซึ่งซ่อนอยู่ในทะเลทราย

ทะเลทรายอาจดูเหมือนสถานที่ที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากทราย หิน ความร้อน และความแห้งแล้ง แต่ถ้าย้อนกลับไปในอดีต เราจะพบว่าทะเลทรายหลายแห่งเคยเป็นบ้านของผู้คนจำนวนมาก มนุษย์สามารถสร้างชุมชน สร้างเมือง ทำการเกษตร ล่าสัตว์ และ สร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่หาน้ำได้ยากมากก็ตาม...

หนึ่งในหลักฐานที่น่าทึ่ง อยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรอาหรับ นักวิจัยพบ "ภาพแกะสลักบนหินจำนวนมาก" เป็นภาพสัตว์ต่างๆ เช่น อูฐ ม้า ลาป่า แพะภูเขา วัวป่า และ ละมั่ง รวมแล้วมีภาพสัตว์มากกว่าร้อยตัว บางภาพมีขนาดเกือบเท่าตัวจริง ที่น่าประหลาดใจกว่านั้น คือ "ภาพบางส่วนอยู่สูงจากพื้นดินหลายสิบเมตร" ซึ่งคาดว่าคนโบราณต้องปีนขึ้นไปบนหน้าผา และ ทำงานบนพื้นที่แคบมาก เพื่อสร้างภาพเหล่านี้... นอกจากนี้นักวิจัยพบหลักฐานว่า "อย่างน้อยบางส่วนของพื้นที่นี้ มีความเกี่ยวข้องกับผู้คนเมื่อประมาณ 12,000 ปีก่อน พวกเขายังพบหัวลูกศรและลูกปัดจากเปลือกหอย" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนในพื้นที่มีการเดินทางและติดต่อกับดินแดนที่อยู่ไกลออกไปมาก

แล้วคนโบราณแกะสลักรูปสัตว์เหล่านี้ไว้ทำไม?
นักวิจัยคิดว่า "คำตอบอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สำคัญที่สุดในทะเลทราย" นั่นคือ "น้ำ "ภาพจำนวนมากอยู่ใกล้เส้นทางที่เชื่อมต่อแหล่งน้ำตามฤดูกาล จึงเป็นไปได้ว่าภาพสัตว์ขนาดใหญ่ทำหน้าที่คล้ายป้ายบอกทาง ช่วยให้ผู้คนรู้ว่าบริเวณไหนมีน้ำ หรือ อาจใช้บอกเขตแดนและสิทธิในการใช้แหล่งน้ำก็ได้

อีกสถานที่หนึ่งอยู่ใน "ทะเลทรายอัตไบ" ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกา บริเวณนี้มีสุสานโบราณจำนวนมาก กระจายอยู่ตั้งแต่อียิปต์ผ่านซูดานไปจนถึงเอริเทรีย นักวิจัยสำรวจและทำแผนที่สุสานได้แล้วหลายร้อยแห่ง และ บางแห่งมีขนาดใหญ่มาก ตั้งแต่เพียงไม่กี่เมตรไปจนถึงมากกว่า 80 เมตร สุสานเหล่านี้ไม่ใช่แค่หลุมเล็กๆ สำหรับฝังศพ แต่บางแห่งเป็นสิ่งก่อสร้างทรงกลมหรือรูปไข่ขนาดใหญ่ ภายในอาจมีศพมนุษย์และสัตว์หลายศพ ตัวอย่างหนึ่งมีศพมากกว่า 25 ศพ รวมทั้งมนุษย์ วัว และ แกะ... ที่น่าสนใจคือมีศพมนุษย์คนหนึ่งอยู่ในตำแหน่งสำคัญตรงกลาง และ มีศพสัตว์รวมถึงมนุษย์อีกคนอยู่รอบๆ เรื่องนี้ทำให้นักโบราณคดีคิดว่า "คนในสังคมยุคนั้นอาจมีการแบ่งชนชั้นหรือมีบุคคลสำคัญบางคน คนที่มีสถานะสูงอาจได้รับสุสานที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไป แต่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร..."

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ "สุสานบางแห่งถูกนำกลับมาใช้ใหม่ หลังจากสร้างไปแล้วหลายพันปี" นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้คนในยุคต่อๆ มายังมองเห็นความสำคัญของสถานที่เหล่านี้ แม้สภาพอากาศจะค่อยๆ แห้งแล้งมากขึ้นจนวิถีชีวิตของคนในพื้นที่เปลี่ยนไป...


สถานที่ๆ 3 เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า "ว่าวทะเลทราย" ชื่อนี้ฟังดูเหมือนของเล่น แต่จริงๆแล้วเป็นกับดักสัตว์ขนาดใหญ่มาก คนโบราณสร้างกำแพงหินยาวๆ เป็นแนวคล้ายรูปว่าว เมื่อมองจากด้านบน ฝูงสัตว์จะถูกคนล่าไล่ไปตามกำแพงที่ค่อยๆ แคบลง จนสัตว์เข้าไปอยู่ในพื้นที่ๆหลบหนีได้ยาก จากนั้นนักล่าก็สามารถจับหรือฆ่าสัตว์จำนวนมากได้ในครั้งเดียว และ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าทึ่งคือ "นักวิจัยพบภาพแกะสลักที่ดูเหมือน "แผนที่ของกับดักเหล่านี้" ซึ่งภาพหนึ่งในจอร์แดนมีอายุประมาณ 9,000 ปี และ อีกภาพหนึ่งในซาอุดีอาระเบียมีอายุประมาณ 8,000 ปี" ภาพเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพวาดคร่าวๆเท่านั้น เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับกับดักจริงที่อยู่ใกล้กัน นักวิจัยพบว่า .รูปร่างและสัดส่วนตรงกันอย่างน่าประหลาด. ภาพหนึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับแผนผัง ที่สร้างตามมาตราส่วนด้วย

สถานที่ๆ 4 คือ "อาณาจักรของชาวการามันเตส" ในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นประเทศลิเบีย หลายคนอาจคิดว่า "การสร้างเมืองขนาดใหญ่กลางทะเลทราย เป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะเมืองต้องใช้น้ำจำนวนมาก แต่ชาวการามันเตสทำสิ่งนั้นได้" อารยธรรมของพวกเขาเจริญรุ่งเรืองประมาณช่วง 400 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 400 เมืองหลวงของพวกเขาอาจมีประชากรหลายพันคน และ ดินแดนของพวกเขาครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่มาก

เคล็ดลับสำคัญ คือ "น้ำใต้ดิน" คนการามันเตสสร้างระบบอุโมงค์ที่เรียกว่า "ฟอกการา" พวกเขาขุดอุโมงค์เข้าไปในชั้นหินที่มีน้ำใต้ดินสะสมอยู่ แล้วสร้างช่องแนวตั้งเป็นระยะๆ เพื่อให้คนลงไปขุดและซ่อมแซมอุโมงค์ได้ จากนั้นใช้อาศัยความลาดเอียงของพื้นดิน ให้แรงโน้มถ่วงพาน้ำไหลไปยังพื้นที่เพาะปลูกและชุมชน ระบบนี้มีขนาดใหญ่มาก นักโบราณคดีพบอุโมงค์รวมกันยาวหลายร้อยกิโลเมตร บางแห่งยาวหลายกิโลเมตรเพียงแห่งเดียว แต่ระบบนี้ก็มีปัญหา เพราะน้ำที่พวกเขาใช้เป็นน้ำใต้ดินเก่าแก่มาก และ แทบไม่ได้รับน้ำใหม่เข้ามาเติมอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้คนสูบน้ำออกมากขึ้น ระดับน้ำก็ลดลงเรื่อยๆ ในที่สุดระบบที่เคยช่วยให้เมืองเติบโต กลับกลายเป็นระบบที่ดูแลได้ยากขึ้น และ การขาดแคลนน้ำอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ อารยธรรมนี้เสื่อมลง...

สถานที่สุดท้ายคือ "เมืองเฮกรา" ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เมืองนี้บางครั้งถูกเรียกว่าเป็น "พี่น้องของเพตรา" เพราะทั้ง 2 แห่งเกี่ยวข้องกับ "ชาวนาบาเทียน" และ ทั้งคู่มีสุสานขนาดใหญ่ที่แกะสลักเข้าไปในภูเขาหินทราย โดยเฮกราเคยเป็นจุดสำคัญบนเส้นทางการค้า ผู้คนและสินค้าจากอาระเบียสามารถเดินทางผ่านเมืองนี้ ไปยังพื้นที่ต่างๆรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่กลางทะเลทราย แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้าขนาดใหญ่ และ สิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ "สุสานที่แกะสลักลงบนหน้าผาหิน" โดยมีสุสานขนาดใหญ่เหลืออยู่มากกว่า 100 แห่ง หลายแห่งมีประตูและลวดลายที่สวยงาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวนาบาเทียนได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากหลายวัฒนธรรม ทั้งอียิปต์ กรีก โรมัน เปอร์เซีย และ เมโสโปเตเมีย

ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่คนรู้จักมากที่สุด คือ "กัสร์ อัล ฟาริด" เป็นสุสานขนาดใหญ่ที่ถูกแกะออกจากก้อนหินทรายก้อนเดียว สูงประมาณ 22 เมตร ที่น่าสนใจคือสุสานแห่งนี้สร้างไม่เสร็จ ด้านบนถูกแกะสลักจนเห็นรูปร่างสวยงามแล้ว แต่ส่วนล่างยังมีร่องรอยหยาบๆจากการสกัดหินอยู่ ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่าช่างโบราณทำงานอย่างไร... นอกจากอาคารและสุสานแล้ว ยังมีจารึกจำนวนมาก จารึกเหล่านี้ช่วยให้นักโบราณคดีเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อของผู้คน อาชีพ กฎหมาย และ ชีวิตของชาวนาบาเทียน เพราะชาวนาบาเทียนไม่ได้ทิ้งหนังสือประวัติศาสตร์จำนวนมากเอาไว้ นักวิจัยจึงต้องใช้หลักฐานจากสุสาน จารึก อาคาร และ เส้นทางการค้าเพื่อค่อยๆ ต่อภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้ขึ้นมา

ต่อมาอาณาจักรนาบาเทียนถูกโรมัน ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิใน ค.ศ. 106 หลังจากนั้นเฮกราก็ค่อยๆลดความสำคัญลง เมื่อเส้นทางการค้าเปลี่ยนไป เมืองก็ถูกทิ้งให้เงียบเหงาลง แต่การที่เมืองอยู่กลางทะเลทรายและห่างไกลจากชุมชนขนาดใหญ่ กลับช่วยรักษาสิ่งก่อสร้างจำนวนมากเอาไว้จนถึงทุกวันนี้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569เปิดลุคนายพลของพ่อ “จ้าวลู่ซือ” หลังร่วมแสดงซีรีส์ที่ลูกสาวเป็นโปรดิวเซอร์งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำรวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริง4 สกุลเงินทางเลือกสุดแปลก ที่ใช้งานได้จริง!!ข้าวกับขนมปัง ทำไมจึงกลายเป็นอาหารหลักคนละซีกโลกเปิดสัปดาห์ใหม่กับหวยลาว 24 ส.ค. 69 วันนี้คุณมีเลขในใจจากอะไรกันบ้าง?แมลงสาบเยอรมัน มาจากไหน ทำไมบ้านสะอาดยังเจอ พร้อมวิธีตัดวงจรให้หายขาดส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริงเปิดลุคนายพลของพ่อ “จ้าวลู่ซือ” หลังร่วมแสดงซีรีส์ที่ลูกสาวเป็นโปรดิวเซอร์ข้าวกับขนมปัง ทำไมจึงกลายเป็นอาหารหลักคนละซีกโลกเปิดสัปดาห์ใหม่กับหวยลาว 24 ส.ค. 69 วันนี้คุณมีเลขในใจจากอะไรกันบ้าง?เปิดสำรับเขมร 6 เมนูดัง ตั้งแต่อาม็อกปลาถึงซัมลอร์กอร์กอร์แมลงสาบเยอรมัน มาจากไหน ทำไมบ้านสะอาดยังเจอ พร้อมวิธีตัดวงจรให้หายขาด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
รวม 4 ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ไม่มีอยู่จริงรวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริงเปิดลุคนายพลของพ่อ “จ้าวลู่ซือ” หลังร่วมแสดงซีรีส์ที่ลูกสาวเป็นโปรดิวเซอร์4 สกุลเงินทางเลือกสุดแปลก ที่ใช้งานได้จริง!!
ตั้งกระทู้ใหม่