ญี่ปุ่นยกเลิกความร่วมมือกับเน็ตฟลิกซ์ หลังเกิดกระแสต่อต้านรายการหาคู่
ญี่ปุ่นยกเลิกความร่วมมือกับเน็ตฟลิกซ์ หลังเกิดกระแสต่อต้านรายการหาคู่
กระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่น ได้ออกมาประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา [ตามเวลาท้องถิ่น] ว่า "เราจะยุติความร่วมมือกับรายการเรียลลิตี้หาคู่ชื่อ "Badly in Love" ของ "เน็ตฟลิกซ์" หลังรายการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า "อาจทำให้เรื่องอาชญากรรมดูเป็นเรื่องเท่ หรือ ทำให้คนมองข้ามความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นจริง"
เรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เมื่อสำนักงานฟื้นฟูของกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น ตัดสินใจร่วมมือกับรายการ โดยทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่มีผู้เข้าแข่งขันจากซีซั่น 2 อยู่ในภาพด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายที่มีรอยสักเต็มตัว โดยความร่วมมือนี้ถือว่าแปลกและไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย เพราะโดยปกติแล้วหน่วยงานรัฐบาลไม่ได้เข้าไปสนับสนุนรายการเรียลลิตี้ ที่นำเสนอชีวิตของคนซึ่งเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
"Badly in Love" เป็นรายการที่นำชายหญิงวัยหนุ่มสาว ซึ่งมีอดีตค่อนข้างรุนแรงหรือมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดมาอยู่ร่วมกัน และ ทำความรู้จักกัน ซึ่งรายการนำเสนอวัฒนธรรมของกลุ่มวัยรุ่น ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า "แยงกี้" ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีภาพลักษณ์เป็นเด็กเกเร โดยผู้เข้าแข่งขันบางคนเคยเป็นสมาชิกแก๊งมอเตอร์ไซค์ และ บางคนมีอดีตเกี่ยวข้องกับกลุ่มยากูซ่า
รายการดังกล่าวได้รับความนิยมมากกว่าที่หลายคนคาดไว้ หลังจากซีซั่นแรกออกอากาศในเดือนธันวาคม 2025 ผู้ชมจำนวนมากในญี่ปุ่นและต่างประเทศให้ความสนใจ ซึ่งทาง "เน็ตฟลิกซ์" ระบุว่า "ซีซั่นแรกสามารถติดอันดับ 10 รายการยอดนิยมในบางประเทศและพื้นที่ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และ ฮ่องกง เป็นเวลานานหลายสัปดาห์" ซึ่งนั่นเองที่ทำให้เรื่องราวของผู้เข้าแข่งขันและอดีตของพวกเขา ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง
โดยเหตุผลที่กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นเข้าไปสนับสนุนรายการในตอนแรก ไม่ใช่เพราะต้องการสนับสนุนอาชญากรรม แต่เป็นเพราะกระทรวงมองเห็นอีกด้านหนึ่งของเรื่อง นั่นคือ "ผู้ที่เคยทำผิดในอดีต ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่ดีไปตลอดชีวิต..."
สำนักงานฟื้นฟูของกระทรวงมองว่า "รายการพยายามนำเสนอเรื่องราวชีวิตของผู้เข้าแข่งขันตั้งแต่วัยเด็ก ปัญหาที่พวกเขาเคยเจอ การทำผิด การรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำ และ ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง" ซึ่งแนวคิดนี้ตรงกับหลักสำคัญของงานฟื้นฟูผู้กระทำผิดของกระทรวง คือ ความเชื่อว่า "คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้!!"
แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อผู้ชมบางส่วนมองว่า "รายการไม่ได้ทำให้เรื่องนี้ออกมาในลักษณะนั้น พวกเขากังวลว่าการนำคนที่มีอดีตเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม มาเป็นตัวละครหลักในรายการหาคู่ อาจทำให้ชีวิตของคนเหล่านี้ดูน่าสนใจ ดูเท่ หรือ ดูเป็นเรื่องสนุก จนคนลืมไปว่าในอดีตพวกเขาอาจเคยทำร้าย หรือ สร้างความเสียหายให้กับคนอื่นจริงๆมาก่อน!!" เสียงวิจารณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นหลังจากซีซั่น 2 มีตอนหนึ่งที่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงวัยรุ่น โดยเขาบอกว่า "เคยถูกจับกุมหลังจากจุดไฟเผาคนทั้งเป็น เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ยอมถอย" ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมจำนวนหนึ่งรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องของเด็กเกเรหรือการทะเลาะวิวาทธรรมดาแล้ว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และ อาจมีเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจริงๆ...
ในที่สุด ทางกระทรวงจึงตัดสินใจยุติความร่วมมือ โดยออกแถลงการณ์ว่า "ความร่วมมือที่ผ่านมานั้น ไม่เคยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนอาชญากรรม หรือ สนับสนุนการกระทำผิดในอดีตของผู้เข้าแข่งขัน" และ "ไม่ได้ต้องการทำให้ความผิดเหล่านั้น ดูเป็นเรื่องเล็กหรือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม!!" และ "ก่อนหน้านี้ได้รับข้อกังวลและคำวิจารณ์จำนวนมาก โดยเฉพาะความรู้สึกของผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม ซึ่งทางเราเห็นว่าการยุติความร่วมมือ เป็นทางเลือกที่เหมาะสม..."
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
แมงดาทะเลเผาแบบไหนกินได้และแบบไหนอันตรายถึงชีวิต?
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี คัดคู่เลขตัวเต็งทำแต้มสู้ศึกงวดใหม่
ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69
นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?
เด็ก 6 ขวบชาวอินเดีย ถูกครูตบหน้าจนช็อกดับ เพราะทำการบ้านไม่เสร็จ
วัยรุ่นชิงเสื้อวง "ดอนผีบิน" จนกลายเป็นศึกสายเลือดชิงโลโก้
เลขเด็ด "มนต์สิทธิ์" งวด 1 ก.ย. 69
ฝูงผึ้งรุมต่อยยายวัย 71 สาหัส เกือบ 20 คน โดยต่อยด้วย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
"ฮัวคาชินา" โอเอซิสสุดลึกลับ สวยที่สุดในอเมริกาใต้
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
