หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ศาลส่งลูกขุนกลับบ้านก่อนกำหนดในคดีลินด์ซีย์ แคลนซี

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

คำเตือนเนื้อหา คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเด็กและการทำร้ายตัวเอง รายละเอียดบางช่วงอาจกระทบความรู้สึก

การพิจารณาคดีของลินด์ซีย์ แคลนซี ในศาล Plymouth Superior Court รัฐแมสซาชูเซตส์ เดินทางมาถึงวันที่ 16 เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2026 แต่การไต่สวนกลับหยุดเร็วกว่ากำหนด หลังพักกลางวัน ผู้พิพากษาวิลเลียม ซัลลิแวนแจ้งคณะลูกขุนว่ามีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น จึงให้ทุกคนกลับบ้านก่อน โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์นั้น

ศาลกำชับคณะลูกขุนไม่ให้คาดเดาสาเหตุ และไม่ให้นำช่วงเวลาที่ศาลหยุดกะทันหันไปคิดว่าเป็นผลดีหรือผลเสียต่อฝ่ายใด ผู้พิพากษายืนยันว่ากระบวนการยังเดินตามกำหนดเดิม และนัดกลับมาพิจารณาคดีอีกครั้งในเวลา 9 นาฬิกาของวันพฤหัสบดี

วันพิจารณาคดีหยุดลงหลังพักกลางวัน

ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการปิดคำให้การของ ดร. พอล ไซเซล นักจิตวิทยานิติเวชที่ขึ้นให้การในฐานะพยานฝ่ายจำเลยต่อเนื่องจากวันก่อน ฝ่ายอัยการใช้เวลาซักค้านเพื่อทดสอบความน่าเชื่อถือของความเห็นและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับจำเลย หลังจากนั้น ศาลเรียกเอมิลี ธอร์นไดก์ อดีตเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล McLean เข้ามาสอบถามเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่มีคณะลูกขุนอยู่ในห้อง

การสอบถามดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่ศาลใช้พิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้พยานคนหนึ่งขึ้นให้การต่อหน้าคณะลูกขุนหรือไม่ เดิมทีศาลคาดว่าจะกลับมาไต่สวนต่อในช่วงบ่าย แต่หลังจากผู้พิพากษาหารือกับทนายความที่ข้างบัลลังก์ ศาลจึงแจ้งให้คณะลูกขุนกลับบ้าน เหตุผลยังคงไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และยังไม่มีคำสั่งใดบ่งชี้ว่าการพิจารณาคดีจะถูกเลื่อนออกไปนานกว่าหนึ่งวัน

ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายจำเลยยืนยันเรื่องภาวะทางจิต

คำให้การของดร. ไซเซลเป็นแกนหลักของแนวทางต่อสู้คดีฝ่ายจำเลย เพราะฝ่ายทนายพยายามชี้ให้คณะลูกขุนเห็นว่าแคลนซีมีอาการป่วยทางจิตรุนแรงในช่วงก่อนวันที่ลูกทั้งสามคนเสียชีวิต ไม่ใช่เพียงความเครียดจากการเลี้ยงลูกหรือภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอดเท่านั้น

ดร. ไซเซลเล่าว่า ช่วงปลายปี 2022 แคลนซีมีอาการซึมเศร้า ความคิดรบกวนซ้ำไปซ้ำมา และอาการที่เกี่ยวข้องกับการหลุดออกจากความเป็นจริง แคลนซีหวาดกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินความคิดของตัวเอง และกังวลว่าลูกจะถูกพรากออกจากการดูแล คำให้การยังระบุว่าแคลนซีเคยพยายามขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตหลายครั้ง รวมถึงโทรศัพท์ไปยังสายด่วนช่วยเหลือในเดือนธันวาคม ก่อนเข้ารับการรักษาที่ McLean ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2023

ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ อาการยังรุนแรงขึ้นหลังออกจากโรงพยาบาล แคลนซีเคยเล่าว่าได้ยินเสียงสั่งให้ทำร้ายตัวเองและลูก คำให้การส่วนนี้มีความสำคัญต่อทฤษฎีของฝ่ายจำเลย เพราะต้องการชี้ว่าขณะเกิดเหตุ แคลนซีอาจไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมหรือเข้าใจความผิดของการกระทำได้ตามเกณฑ์ทางกฎหมาย

ดร. ไซเซลยังพูดถึงสภาพของแคลนซีในโรงพยาบาลรัฐ Tewksbury หลังเหตุการณ์ เขาบอกว่าแคลนซียังคงพูดถึงลูกและคิดถึงลูกอยู่เสมอ พร้อมระบุว่าโรงพยาบาลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง ข้อมูลเหล่านี้เป็นความเห็นจากการประเมินและการดูแลผู้ป่วย ไม่ใช่คำวินิจฉัยที่ทำให้คดีจบลงทันที

ฝ่ายอัยการตั้งคำถามกับน้ำหนักความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

ระหว่างการซักค้าน ฝ่ายอัยการพยายามชี้ให้เห็นว่า ดร. ไซเซลใช้เวลากับแคลนซีเป็นจำนวนมาก และมีความผูกพันในฐานะผู้ดูแล การตั้งคำถามจึงมุ่งไปที่ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในการประเมินจำเลยรายอื่น จำนวนผู้ป่วยที่เคยใช้เวลาประเมินเป็นเวลานาน และความแตกต่างระหว่างการดูแลผู้ป่วยด้วยความเห็นอกเห็นใจกับการให้ความเห็นในคดีอาญา

อีกจุดหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาคือรายละเอียดเรื่องเสียงที่สั่งให้ฆ่าตัวเองหรือทำร้ายลูก ฝ่ายอัยการชี้ว่าบันทึกทางการแพทย์บางช่วงพูดถึงความคิดอยากตายหรือความคิดรบกวน แต่ไม่ได้บันทึกถ้อยคำในลักษณะว่ามีเสียงสั่งให้ลงมือโดยตรง ฝ่ายจำเลยพยายามอธิบายว่าความเห็นของดร. ไซเซลอาศัยการพูดคุยกับหลายบุคคล รวมถึงข้อมูลที่ผู้ป่วยเล่าภายหลัง ไม่ได้อาศัยเอกสารเพียงชุดเดียว

ประเด็นนี้สะท้อนวิธีที่คดีใช้คำให้การทางจิตเวชเป็นหลักฐาน ศาลไม่ได้ถามเพียงว่าผู้เชี่ยวชาญเชื่ออะไร แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าความเห็นนั้นตั้งอยู่บนข้อมูลแบบใด เกิดขึ้นใกล้กับช่วงเวลาที่เกิดเหตุแค่ไหน มีเอกสารหรือพยานอื่นสนับสนุนหรือไม่ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประเมินกับจำเลยอาจมีผลต่อการตีความมากน้อยเพียงใด

อดีตเจ้าหน้าที่ McLean ไม่ได้รับอนุญาตให้ให้การต่อหน้าลูกขุน

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือกรณีของเอมิลี ธอร์นไดก์ อดีตเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ที่เคยทำงานในโรงพยาบาล McLean ระหว่างปี 2014 ถึง 2021 ธอร์นไดก์ไม่ได้ทำงานที่นั่นในช่วงที่แคลนซีเข้ารับการรักษา แต่หลังติดตามคำให้การในคดี เธอเผยแพร่คลิปบน TikTok วิจารณ์คำอธิบายเรื่องกำลังคนในช่วงวันหยุดและวันหยุดสุดสัปดาห์ของโรงพยาบาล

ฝ่ายจำเลยเห็นว่าประสบการณ์ของธอร์นไดก์อาจช่วยให้คณะลูกขุนเข้าใจสภาพการทำงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาที่แคลนซีเข้ารับการรักษา ทนายจึงขอให้ศาลเรียกมาเป็นพยาน แต่ฝ่ายอัยการคัดค้าน เพราะธอร์นไดก์ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลช่วงเดียวกับแคลนซี และข้อมูลที่นำเสนออาจไม่ตรงกับช่วงเวลาที่คดีต้องการพิสูจน์

ผู้พิพากษาสอบถามธอร์นไดก์โดยไม่มีคณะลูกขุนอยู่ในห้อง และระบุว่าพยานมีความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เล่าประสบการณ์ของตัวเอง แต่เนื้อหาที่จะนำเสนอมีความเกี่ยวข้องกับคดีจำกัด รวมถึงมีคุณค่าต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่มากพอ ศาลจึงไม่อนุญาตให้ธอร์นไดก์ขึ้นให้การต่อหน้าคณะลูกขุน แต่เปิดทางให้ฝ่ายจำเลยยื่นเอกสารเกี่ยวกับจำนวนเจ้าหน้าที่ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าและช่วงที่แคลนซีเข้ารับการรักษา เพื่อให้คณะลูกขุนเปรียบเทียบข้อมูลจากเอกสารได้

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือของพยานกับการอนุญาตให้นำคำให้การเข้าสู่คดีเป็นคนละเรื่อง พยานอาจเล่าประสบการณ์ของตัวเองได้อย่างน่าเชื่อถือ แต่ศาลยังต้องตรวจสอบว่าประสบการณ์นั้นตรงกับช่วงเวลา สถานที่ และข้อเท็จจริงที่คดีต้องพิสูจน์หรือไม่ ยอดเข้าชมคลิปหรือกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์จึงไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะทำให้คำให้การเข้าสู่สำนวนโดยอัตโนมัติ

สองแนวทางที่คณะลูกขุนต้องพิจารณา

แคลนซีให้การปฏิเสธข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาระดับหนึ่ง แต่ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือทำให้ลูกทั้งสามคนเสียชีวิต ฝ่ายจำเลยไม่ได้ต่อสู้ด้วยการปฏิเสธเหตุการณ์ทั้งหมด แต่พยายามพิสูจน์ว่าในช่วงเวลานั้นแคลนซีมีอาการป่วยทางจิตและผลจากยาที่ทำให้ไม่สามารถรับผิดทางอาญาได้ตามกฎหมาย

ฝ่ายอัยการเสนอภาพอีกด้าน โดยกล่าวหาว่าแคลนซีวางแผนล่วงหน้า และจัดฉากความพยายามฆ่าตัวตายหลังจากลงมือกับลูกแล้ว แนวทางนี้ต้องการชี้ว่าแคลนซีมีความเข้าใจต่อสิ่งที่กำลังทำและสามารถตัดสินใจตามลำดับขั้นได้ แม้ฝ่ายจำเลยจะยกเรื่องภาวะโรคจิตหลังคลอดและการใช้ยาหลายชนิดขึ้นมาอธิบายพฤติกรรม

ภาวะโรคจิตหลังคลอดเป็นคำทางการแพทย์ ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมาย และการมีอาการทางจิตเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดโดยทันที คณะลูกขุนต้องพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างอาการกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุ รวมถึงดูว่าจำเลยเข้าใจความผิดของการกระทำหรือควบคุมพฤติกรรมได้หรือไม่ คำให้การของแพทย์ บันทึกการรักษา การสื่อสารในครอบครัว และพฤติกรรมก่อนกับหลังเกิดเหตุจึงอาจถูกนำมาเปรียบเทียบกัน

ถ้าคณะลูกขุนตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรมระดับหนึ่ง แคลนซีอาจได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดตามกฎหมายของรัฐ แต่ถ้าคณะลูกขุนเห็นว่าแคลนซีไม่มีความรับผิดทางอาญาเพราะอาการป่วยทางจิต ผลลัพธ์จะเป็นการส่งตัวไปรับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชของรัฐ ไม่ใช่การเดินออกจากกระบวนการโดยไม่มีเงื่อนไข

ขั้นตอนถัดไปของคดี

ฝ่ายจำเลยคาดว่าจะเรียกพยานอีกหนึ่งคนในวันพฤหัสบดี ก่อนตัดสินใจว่าจะยุติการนำเสนอหลักฐานหรือไม่ หากฝ่ายจำเลยพักคดี ฝ่ายอัยการจะมีโอกาสเรียกพยานโต้แย้งเพื่อตอบประเด็นที่ปรากฏจากพยานฝ่ายจำเลย หลังจากนั้นศาลจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนคำแถลงปิดคดี และส่งสำนวนให้คณะลูกขุนพิจารณา

กำหนดการยังอาจเปลี่ยนได้ตามคำสั่งของผู้พิพากษา เหตุที่ศาลส่งลูกขุนกลับบ้านในวันที่ 16 ไม่ใช่คำวินิจฉัย และไม่ได้บอกทิศทางของผลคดี การตัดสินจะต้องอาศัยหลักฐานที่ศาลรับไว้ คำสั่งทางกฎหมาย และการพิจารณาอย่างเป็นอิสระของคณะลูกขุน ยังไม่มีคำพิพากษาในคดีนี้

คดีนี้มีทั้งรายละเอียดทางกฎหมายและประเด็นสุขภาพจิตที่ละเอียดอ่อน การพูดถึงโรคจิตหลังคลอดควรอาศัยข้อมูลจากแพทย์ ไม่ควรใช้ข่าวคดีนี้ไปวินิจฉัยคนใกล้ตัวด้วยตัวเอง และไม่ควรเหมารวมว่าความเศร้าหลังคลอดทุกกรณีจะพัฒนาไปเป็นภาวะเดียวกัน หากใครกำลังมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ ควรรีบบอกคนที่ไว้ใจและติดต่อบริการฉุกเฉินหรือหน่วยงานสุขภาพจิตในพื้นที่ทันที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 104 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากที่สุด5 ทักษะไอทีที่ควรเรียนให้ลึกกว่าเดิม ก่อนเลือกเส้นทางอาชีพสถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรรู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไรรู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามเที่ยวญี่ปุ่นอย่าเผลอให้ทิป เงินที่ตั้งใจให้ อาจถูกพนักงานนำมาคืนถึงมือย้อนคำพูด “ปุ้มปุ้ย” 3 เดือนก่อน เปิดหมดชีวิตคู่ “กวินท์” เคยพัง 4 ปี ก่อนถึงวันที่ต้องจบรัก 11 ปีลูกเห็นต่าง แปลว่าไม่เคารพพ่อแม่หรือเปล่าทำไมยิ่งนอนยิ่งเหนื่อย เจาะลึกภาวะ Sleep Debt และเทคนิคการรีเซ็ตนาฬิกาชีวิตใน 3 วันสะดุดเลข 6! “นกตาทิพย์” งวด 16 ต.ค. 69 แตกบน 4 คู่ เน้น 6 นำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากที่สุด5 ทักษะไอทีที่ควรเรียนให้ลึกกว่าเดิม ก่อนเลือกเส้นทางอาชีพลูกเห็นต่าง แปลว่าไม่เคารพพ่อแม่หรือเปล่าเสก โลโซ โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ” ถือไมค์คนละตัว พร้อมคำสั้นๆ “ใจสั่งมา” ทำแฟนเพลงนึกถึงโมเมนต์ร่วมร้องเพลงเที่ยวญี่ปุ่นอย่าเผลอให้ทิป เงินที่ตั้งใจให้ อาจถูกพนักงานนำมาคืนถึงมือเกาหลีเหนือไม่พอใจที่สหรัฐฯ ขายเครื่องบินรบ F-16V ให้ไต้หวัน และเตือนวอชิงตันว่า "พร้อมเผชิญหน้ากับจีนหรือไม่?"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เสก โลโซ โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ” ถือไมค์คนละตัว พร้อมคำสั้นๆ “ใจสั่งมา” ทำแฟนเพลงนึกถึงโมเมนต์ร่วมร้องเพลงเกาหลีเหนือไม่พอใจที่สหรัฐฯ ขายเครื่องบินรบ F-16V ให้ไต้หวัน และเตือนวอชิงตันว่า "พร้อมเผชิญหน้ากับจีนหรือไม่?"ย้อนคำพูด “ปุ้มปุ้ย” 3 เดือนก่อน เปิดหมดชีวิตคู่ “กวินท์” เคยพัง 4 ปี ก่อนถึงวันที่ต้องจบรัก 11 ปีหนุ่มนั่งส้วมอยู่ดีๆ มีรถเก๋งพุ่งมาชนจนได้รับบาดเจ็บ..คาดคนขับรถเข้าเกียร์ผิด!
ตั้งกระทู้ใหม่