หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นักปีนเขาหายไปไหนตลอดสามสิบสี่ปี?

เขียนโดย nantana

ภูเขาไม่ใช่สถานที่ที่ยอมให้ใครประมาทได้แม้เพียงวันเดียว ยิ่งเป็นเทือกเขาแอลป์ในเขตสวิตเซอร์แลนด์ เส้นทางที่มองจากภาพถ่ายว่าสวยสงบ อาจซ่อนหน้าผา รอยแยกของธารน้ำแข็ง ลมแรง และหมอกหนาจนมองทางต่อแทบไม่เห็น เรื่องของนักปีนเขาชาวเบลเยียมสองคนที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 1992 จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวการพบร่างหลังผ่านไปสามสิบสี่ปี แต่มันเปิดให้เห็นว่า ธารน้ำแข็งเก็บร่องรอยของมนุษย์ได้นานเพียงใด ชายทั้งสองอายุ 39 และ 41 ปีในวันที่ออกเดินทาง เป้าหมายของทริปคือยอดไวส์มีสส์ ซึ่งสูงราว 4,017 เมตร พวกเขาออกจากกระท่อมไวส์มีสส์และมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ใกล้กระท่อมอัลมาเกลล์บนภูเขาสูงทางตอนใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบทั้งคู่อีกเลย ภูมิประเทศบนความสูงระดับนี้ไม่เหมือนเส้นทางเดินป่าทั่วไป พื้นน้ำแข็งเปลี่ยนรูปอยู่เสมอจากอุณหภูมิ แรงกดของหิมะ และการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็ง รอยแยกที่ถูกหิมะบาง ๆ ปิดไว้ดูคล้ายพื้นเรียบ แต่รับน้ำหนักไม่ได้ บางช่วงมีหินร่วงจากหน้าผา ขณะที่สภาพอากาศสามารถพลิกจากแดดอ่อนเป็นลมแรงและหิมะขาวโพลนในเวลาไม่นาน นักปีนเขาจึงต้องอ่านเส้นทางเป็น ใช้อุปกรณ์ให้ครบ และตัดสินใจกลับเมื่อสภาพไม่เอื้อ แม้จะเหลือระยะถึงยอดอีกไม่มากก็ตาม การค้นหาในยุคนั้นมีข้อจำกัดมากกว่าวันนี้ ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม ระบบนำทาง อุปกรณ์สื่อสาร และการสำรวจจากอากาศยังไม่คล่องตัวเท่าปัจจุบัน เมื่อคนหนึ่งคนหายไปในพื้นที่หลายตารางกิโลเมตรที่เต็มไปด้วยร่องน้ำแข็ง หิมะ และหน้าผา ภารกิจค้นหาย่อมยากราวกับมองหาเม็ดทรายกลางลมหนาว ยิ่งเวลาผ่านไป หิมะที่ตกเพิ่มยังกลบร่องรอยทุกอย่างจนเงียบสนิท วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักเดินเขาพบร่องรอยมนุษย์บนธารน้ำแข็งทริฟต์ใกล้ชายแดนอิตาลี เจ้าหน้าที่นำร่างไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชในเมืองซียง ก่อนเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับข้อมูลที่มีอยู่ ผลยืนยันว่าเป็นนักปีนเขาสองคนที่สูญหายจากเขตไวส์มีสส์เมื่อปี 1992 ครอบครัวที่รอคอยคำตอบมานานหลายทศวรรษจึงได้รู้ชะตากรรมของคนที่รัก แม้คำตอบนั้นจะหนักหนาเกินกว่าจะเรียกว่าความโล่งใจได้เต็มปาก

ความน่าหดหู่ของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ธารน้ำแข็งไม่ได้หยุดนิ่งเหมือนก้อนน้ำแข็งในตู้เย็น มันคือมวลน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ค่อย ๆ ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ช้าเสียจนตาเปล่ามองไม่ออก แต่ต่อเนื่องเป็นปีเป็นสิบปี หากสิ่งใดตกลงไปในรอยแยกแล้วถูกหิมะทับถม มันอาจถูกพาเคลื่อนลึกเข้าไปในธารน้ำแข็ง จากนั้นจึงปรากฏขึ้นอีกครั้งตรงส่วนปลาย เมื่อเนื้อเย็นละลายและถอยร่นออก เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดกับผู้สูญหายในเทือกเขาแอลป์มาแล้วหลายราย บางคนหายไปนานหลายสิบปี ก่อนมีนักเดินเขาหรือทีมสำรวจพบร่องรอยในฤดูร้อนที่น้ำแข็งละลายมากเป็นพิเศษ การพบร่างจึงไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ หากเป็นผลจากธรรมชาติของธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัว เก็บสิ่งที่ตกลงไป และค่อย ๆ เผยสิ่งนั้นออกมาเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน สิ่งที่ต่างไปชัดเจนคือความเร็วของการละลาย ธารน้ำแข็งจำนวนมากในเทือกเขาแอลป์กำลังหดตัวจนแนวหินและพื้นดินที่เคยถูกปกคลุมโผล่พ้นน้ำแข็ง รอยแยกใหม่เกิดง่ายขึ้น ขอบธารน้ำแข็งบางลง และเส้นทางที่เคยใช้ได้อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงในเวลาไม่นาน ภาพน้ำแข็งสีฟ้าสวยจัดในวันแดดดีจึงไม่ได้บอกว่าพื้นตรงนั้นปลอดภัยเสมอไป

สำหรับนักท่องเที่ยว เรื่องนี้เตือนเรื่องง่าย ๆ ที่มักถูกมองข้ามก่อนออกไปเจอภูเขาจริง อย่าตัดสินเส้นทางจากภาพในโซเชียล อย่าเดินบนธารน้ำแข็งลำพัง และอย่าคิดว่าอากาศแจ่มใสตอนเช้ารับประกันว่าบ่ายจะปลอดภัย พื้นที่สูงต้องใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศล่าสุด แผนสำรอง เวลาเผื่อกลับ และอุปกรณ์เหมาะกับเส้นทาง หากเป็นภูเขาน้ำแข็ง ควรไปกับไกด์หรือทีมที่รู้พื้นที่และมีเชือก ไม้ค้ำ ตะปูเกาะน้ำแข็ง รวมถึงวิธีช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ อีกเรื่องที่ควรทำก่อนออกเดินทางคือแจ้งแผนให้คนข้างล่างรู้เสมอ บอกชื่อเส้นทาง จุดพัก เวลาที่คาดว่าจะกลับ และช่องทางติดต่อ การทิ้งข้อมูลเล็กน้อยนี้ช่วยให้ทีมค้นหากำหนดพื้นที่ได้เร็วขึ้นมากเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน บนภูเขา ความพร้อมไม่ใช่ความกลัวเกินเหตุ แต่เป็นการให้เกียรติธรรมชาติที่ใหญ่เกินกว่าจะควบคุมได้ สามสิบสี่ปีอาจยาวนานเกือบทั้งชีวิตของคนคนหนึ่ง แต่สำหรับธารน้ำแข็ง มันเป็นเพียงช่วงเวลาในการเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ร่างของนักปีนเขาสองคนกลับมาปรากฏต่อโลกในวันที่น้ำแข็งถอยร่น ทิ้งไว้ทั้งความเศร้าแก่ครอบครัวและบทเรียนหนักแน่นแก่ทุกคนที่รักการเดินทางขึ้นสู่ที่สูงว่า ภูเขามอบความงามได้มากเพียงใด ก็เรียกร้องความระมัดระวังมากพอกัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 107 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์! คดีข้อมูลเด็กสะเทือนวงการโซเชียลฯมือถือไม่ค้างก็ต้องรีสตาร์ต? เผยความถี่ที่ควรทำ ช่วยเครื่องลื่น-ลดเสี่ยงถูกแฮกญี่ปุ่นเจอวิกฤติ “เงินเดือนลวงตา” ค่าจ้างเพิ่ม แต่ทำไมเงินในกระเป๋ากลับไม่เพิ่มตามทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยทำไมเราถึงจำ "เรื่องน่าอาย" ได้ดีกว่าเรื่องมีความสุข?ไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟทำไมจู่ๆ ร่างกายเราถึง "กระตุก" ตอนกำลังจะเคลิ้มหลับ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
4 คำไทยที่คนมัก “อ่านผิด” โดยไม่รู้ตัวบล็อกคอนกรีตไม่ได้ทึบทั้งก้อน แล้ว “ช่องว่าง” ช่วยให้มันทำหน้าที่เป็นผนังได้อย่างไร?พยากรณ์อากาศวันนี้ 22 สิงหาคม 2569 เตือนหลายพื้นที่ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลันสหรัฐฯ วางแผนที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่านในสัปดาห์หน้าเปิดตำนาน 5 ดาราสาวสวยยอดฮิตยุค 80 สวยงามแบบไทยๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
หึงโหด!รองนายก อบต. ถูกยิงตายพร้อมสามี 2ศพ“ป้าดา” โวยสำนักพุทธกั๊กเอกสารญี่ปุ่นเจอวิกฤติ “เงินเดือนลวงตา” ค่าจ้างเพิ่ม แต่ทำไมเงินในกระเป๋ากลับไม่เพิ่มตามTikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์! คดีข้อมูลเด็กสะเทือนวงการโซเชียลฯ
ตั้งกระทู้ใหม่