"คนเก็บขี้หมายุควิกตอเรีย" อาชีพสุดสกปรกที่ทำเงินได้จริง!!
"คนเก็บขี้หมายุควิกตอเรีย" อาชีพสุดสกปรกที่ทำเงินได้จริง!!
ในลอนดอนยุควิกตอเรีย มีอาชีพหนึ่งที่ฟังดูไม่น่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้เลย นั่นคือ "การเก็บขี้หมาตามถนน แล้วนำไปขายให้โรงฟอกหนัง" คนที่ทำงานนี้มักถูกเรียกว่า "คนหาและเก็บมูลสุนัข" อาชีพนี้เกิดขึ้นเพราะขี้หมาในสมัยนั้นไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่ของเสียเหม็นๆ แต่เป็นวัตถุดิบที่โรงฟอกหนังต้องการ และ คนที่รู้ว่ามันมีค่า ก็สามารถเก็บมันมาขายเป็นเงินได้!!
เหตุผลสำคัญอยู่ที่วิธีการฟอกหนังในยุคนั้น หนังสัตว์ที่เพิ่งลอกออกมาจะยังแข็งและมีส่วนประกอบต่างๆที่ต้องกำจัดออกก่อน จึงจะกลายเป็นหนังที่นิ่มและนำไปทำรองเท้า ถุงมือ กระเป๋า เข็มขัด และ ของใช้อื่นๆได้ ในช่วงก่อนที่สารเคมีสมัยใหม่จะแพร่หลาย โรงฟอกหนังบางแห่งจึงใช้ขี้สุนัขหรือขี้นกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่เรียกว่า "แบดอิ้ง" ซึ่งช่วยทำให้หนังนิ่มและช่วยกำจัดเศษเนื้อ ไขมัน และ สิ่งที่ไม่ต้องการออกจากหนัง และ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แปลกสำหรับคนยุคปัจจุบันก็คือ "สิ่งที่เราคิดว่าไม่มีค่าเลยกลับกลายเป็นของที่คนอื่นยอมจ่ายเงินซื้อ" ลองนึกภาพง่ายๆว่า "ถ้าคนหนึ่งมีของเหลือที่ทุกคนอยากทิ้ง แต่โรงงานแห่งหนึ่งต้องใช้ของนั้นเพื่อผลิตสินค้า คนที่เก็บของเหลือนั้นได้ ก็สามารถเอาไปขายโรงงานและได้เงิน อาชีพคนเก็บขี้หมาก็ทำงานในลักษณะนั้นนั่นเอง..."
คนเก็บขี้หมาจะเดินไปตามถนนและบริเวณที่มีสุนัขอยู่มาก แล้วคอยมองหาขี้สุนัขที่เหมาะจะเก็บ เมื่อเจอ พวกเขาจะทำการใช้พลั่ว หรือ เครื่องมือที่เหมาะสม ตักใส่ภาชนะหรือถุงที่เตรียมมา จากนั้นนำไปขายให้กับพ่อค้าหรือโรงฟอกหนัง สิ่งสำคัญคือพวกเขาไม่ได้เก็บทุกอย่างแบบไม่มีเงื่อนไข เพราะของที่ต้องการจริงๆ คือ "ขี้ที่มีลักษณะเหมาะสมและยังไม่แห้งจนเกินไป..." ฟังดูเหมือนเป็นงานที่ได้เงินจากการเดินเก็บของฟรี แต่ความจริงงานนี้สกปรกและหนักมาก คนทำต้องเดินตามถนนทั้งวัน ต้องทนกลิ่นเหม็น ต้องสัมผัสสิ่งสกปรก และ ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับคนยากจนในลอนดอนยุคนั้น การหาเงินจากสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นคุณค่า อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการเอาชีวิตรอด...
เมื่อเก็บได้แล้ว คนเก็บอาจนำไปขายให้พ่อค้าคนกลางหรือสถานที่ที่รับซื้อ พ่อค้าหรือผู้รับซื้อก็สามารถรวบรวมของจากคนเก็บหลายๆคน แล้วนำไปขายต่อให้โรงฟอกหนังอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นจึงเกิดห่วงโซ่ธุรกิจขึ้นมาอย่างง่ายๆ คือ "คนเก็บได้ของจากถนน > นำไปขายให้ผู้รับซื้อ > ผู้รับซื้อรวบรวมของ > โรงฟอกหนังนำไปใช้ผลิตหนัง > หนังถูกนำไปทำเป็นสินค้า > สินค้าเหล่านั้นขายให้คนทั่วไป" นั่นเอง...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท
ปลาการ์ตูนเกิดมาเป็นตัวผู้ทุกตัว? ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดถึงจะเปลี่ยนเพศเป็นตัวเมีย
Phishing "Forg365" สามารถขโมยเซสชันใช้งาน Microsoft 365 ได้
โกงของวัด-โกงที่ดินสงฆ์ ตายไปเป็น "เปรต" จริงไหม?
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ไมโครซอฟต์แก้บั๊กเครื่องช้าของ Windows 11 บนคอมพิวเตอร์ Dell ได้แล้ว
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/8/69
12 เมืองและชุมชนสุดแปลกในประเทศไทย
8 ผลไม้คุ้นตาในไทย พอไปยุโรปกลับกลายเป็นของนำเข้าราคาสูง
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
วังโบราณ ที่นครศรีฯ
จำได้ไหม? 9 อาชีพบ้านๆ ที่เคยมีอยู่แทบทุกหมู่บ้าน แต่วันนี้หายไป
นักวิทยาศาสตร์พบอะไรในสมองพระที่นั่งสมาธิและสวดมนต์มานานหลายปี
วัดร้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา “วัดพระยาพาน”
ปลาการ์ตูนเกิดมาเป็นตัวผู้ทุกตัว? ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดถึงจะเปลี่ยนเพศเป็นตัวเมีย
สืบอ่าวนางบุกรวบหนุ่มวัย 49 คาห้องเช่า ยึดยาบ้า แจ้งข้อหาครอบครอง

