หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกิดห่างกัน 55 นาที แต่เติบโตผิดครอบครัวนาน 37 ปี


เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

 

หญิง 2 คนในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เพิ่งพบความจริงว่า พวกเธอถูกสลับตัวกันตั้งแต่แรกเกิดและเติบโตในครอบครัวของอีกฝ่ายมานานเกือบ 4 ทศวรรษ ปัจจุบันทั้งคู่ได้ยื่นฟ้องโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง โดยคดีมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 13 สิงหาคม 2026

ผู้หญิงทั้งสองใช้ชื่อสมมติว่า “หลี่ฮุย” และ “หวง เสี่ยวหลิน” ทั้งคู่เกิดในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 ตุลาคม 1989 ที่โรงพยาบาลประชาชนชิงหยวน มณฑลกวางตุ้ง โดยเกิดห่างกันเพียง 55 นาที คนหนึ่งคลอดเวลา 02.30 น. ส่วนอีกคนคลอดเวลา 03.25 น.

 

ในเวลานั้น แผนกสูติกรรมยังไม่ได้ใช้สายรัดข้อมือเพื่อระบุตัวตนของทารก เด็กแรกเกิดมีเพียงป้ายกระดาษที่เขียนข้อมูลชื่อ แล้วนำไปวางรวมกันในห้องทารก ครอบครัวทั้งสองยังเล่าว่า โรงพยาบาลมีบุคลากรไม่เพียงพอ อุปกรณ์ค่อนข้างจำกัด และหอผู้ป่วยเกิดไฟฟ้าดับอยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า เด็กทั้งสองถูกสลับตัวกันในขั้นตอนใด หรือเกิดจากความผิดพลาดของบุคคลใดโดยเฉพาะ เมื่อถึงวันออกจากโรงพยาบาล ทั้งสองครอบครัวจึงรับเด็กกลับไปเลี้ยงดูโดยไม่มีเหตุผลให้สงสัยว่าลูกในอ้อมแขนอาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตนเอง

เติบโตในชีวิตที่แตกต่างกัน

หลี่ฮุย เติบโตในครอบครัวเกษตรกรที่มีฐานะไม่ดีนัก เมื่อเธอยังเด็ก พ่อบุญธรรมถูกหลอกให้นำเงินไปลงทุนจนสูญเสียเงินเก็บของครอบครัวเกือบทั้งหมด สถานการณ์ทางการเงินทำให้เธอเรียนสายอาชีพได้เพียงระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจออกไปทำงาน

เธอผ่านงานมาหลายรูปแบบ ทั้งขายเสื้อผ้า พนักงานต้อนรับโรงแรม ไกด์นำเที่ยว และงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อนจะกลายเป็นกำลังหลักในการดูแลครอบครัว ซื้อของใช้ภายในบ้าน ส่งเงินประกันสังคมให้พ่อบุญธรรม และภายหลังยังซื้อบ้านให้พ่อแม่

แม้ต้องทำงานหาเงิน หลี่ฮุยก็กลับไปเรียนต่อจนได้รับวุฒิการศึกษาสายอาชีพและระดับวิทยาลัย ต่อมาในเดือนมีนาคม 2019 เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับเลือด และในเดือนเมษายน 2020 ต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ โดยปัจจุบันยังต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

ส่วน หวง เสี่ยวหลิน เติบโตในครอบครัวที่มีความพร้อมทางการเงินมากกว่า พ่อเป็นข้าราชการ ส่วนแม่ทำงานในหน่วยงานของรัฐ แต่ครอบครัวของเธอกลับเต็มไปด้วยความห่างเหิน พ่อแม่หย่าร้างกันตั้งแต่เธอยังเด็ก ขณะที่พ่อสงสัยเรื่องสายเลือดของเธอมานาน เพราะรูปร่าง หน้าตา และกรุ๊ปเลือดดูไม่สอดคล้องกับตนเอง

ความสงสัยดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกไม่เคยใกล้ชิด เมื่อโตขึ้น หวง เสี่ยวหลินยังต้องเผชิญชีวิตแต่งงานที่ไม่มีความสุข โดยเธอเล่าว่าสามีมีปัญหาเรื่องสุราและสร้างหนี้สิน เธออดทนอยู่กับชีวิตแต่งงานประมาณ 10 ปี ก่อนตัดสินใจหย่าร้าง เพราะไม่ต้องการให้ลูกเติบโตท่ามกลางปัญหาครอบครัวเช่นเดียวกับที่เธอเคยเผชิญ

ผล DNA เปิดเผยความจริง

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2022 เมื่อหวง เสี่ยวหลินตัดสินใจตรวจ DNA หลังรู้สึกมานานว่าตนเองแตกต่างจากสมาชิกคนอื่นในครอบครัว ผลตรวจพบว่าเธอไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับทั้งพ่อและแม่ที่เลี้ยงดูเธอมา

หลังทราบผล เธอเข้าแจ้งตำรวจและพยายามติดตามหาครอบครัวแท้ ๆ กระทั่งเดือนเมษายน 2025 หลี่ฮุยได้รับโทรศัพท์ให้ไปเก็บตัวอย่าง DNA ในตอนแรกเธอเข้าใจว่าเป็นเพียงการให้ความร่วมมือกับการสืบสวน แต่ผลตรวจกลับยืนยันว่า หญิงทั้งสองถูกสลับตัวกันตั้งแต่แรกเกิด

ผลการตรวจระบุว่า นางจู ผู้ที่เลี้ยงหลี่ฮุยมาตลอด คือแม่ผู้ให้กำเนิดหวง เสี่ยวหลิน ขณะที่หลี่ฮุยเป็นลูกแท้ ๆ ของ นางหยูและนายหวง ซึ่งเป็นครอบครัวที่เลี้ยงหวง เสี่ยวหลินมา

ที่น่าเหลือเชื่อคือ บ้านของทั้งสองครอบครัวอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 4–5 กิโลเมตร แต่ทุกคนกลับใช้ชีวิตอยู่ใกล้กันโดยไม่เคยทราบความจริงมานานกว่า 30 ปี

พบพ่อแท้ ๆ ครั้งแรกในห้อง ICU

หลังนายหวงทราบว่าพบลูกสาวแท้ ๆ แล้ว เขาเกิดความกังวลและนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน ก่อนมีภาวะเลือดออกในสมองและต้องเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤต

การพบกันครั้งแรกระหว่างหลี่ฮุยกับพ่อผู้ให้กำเนิดจึงเกิดขึ้นข้างเตียงในห้อง ICU เธอเรียกเขาว่า “พ่อ” และขอให้เขาฟื้นขึ้นมาเพื่อมองเห็นลูกสาวที่เพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรก โชคดีที่หลังเข้ารับการรักษานานกว่า 20 วัน นายหวงฟื้นคืนสติและพ้นขีดอันตราย

แม้ความจริงจะเปิดเผยแล้ว แต่สายสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันที หลี่ฮุยยังคงอาศัยอยู่กับแม่บุญธรรม เพราะอีกฝ่ายมีอายุมาก ไม่มีเงินบำนาญ และต้องการคนดูแล

สำหรับเธอ คนที่เลี้ยงดูและใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอดก็คือแม่เช่นกัน แม้จะไม่มีสายเลือดเดียวกัน ส่วนความสัมพันธ์กับแม่ผู้ให้กำเนิดยังคงมีระยะห่าง เพราะทั้งคู่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกันหลังเวลาผ่านไปเกือบ 4 ทศวรรษ

นางจู ผู้เลี้ยงหลี่ฮุยมาตั้งแต่เกิด กล่าวถึงความรู้สึกของตนว่า เธอทุ่มเททั้งชีวิตเลี้ยงเด็กคนหนึ่งเหมือนลูกแท้ ๆ ก่อนจะได้รับแจ้งในภายหลังว่า เด็กที่เธอเลี้ยงดูมาไม่ใช่ลูกที่เธอให้กำเนิด

ฟ้องโรงพยาบาล เรียกค่าเสียหายกว่า 2.6 ล้านหยวน

หลังทราบความจริง ทั้งสองครอบครัวติดต่อโรงพยาบาลประชาชนชิงหยวนเพื่อขอตรวจสอบเวชระเบียนการคลอดเมื่อปี 1989 แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

ตามคำให้สัมภาษณ์ของหลี่ฮุย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้แสดงข้อกำหนดการเขียนเวชระเบียนของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งระบุว่าเวชระเบียนผู้ป่วยในต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 30 ปี ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำลายทันทีเมื่อครบกำหนด ขณะที่บุคลากรซึ่งปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกษียณหรือเสียชีวิตไปแล้ว

หลี่ฮุยและหวง เสี่ยวหลินจึงยื่นฟ้องโรงพยาบาล โดยกล่าวหาว่าความบกพร่องในการปฏิบัติงานของบุคลากรในขณะนั้นทำให้พวกเธอถูกสลับตัว และสร้างผลกระทบต่อชีวิตของทั้งสองครอบครัว

ทั้งคู่เรียกร้องค่าเสียหายรวมกว่า 2.6 ล้านหยวน ครอบคลุมค่าชดเชยความเสียหายทางจิตใจ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทนายความ และความเสียหายประเภทอื่น ในจำนวนนี้ หลี่ฮุยเรียกร้องกว่า 1.41 ล้านหยวน จากภาระการดูแลครอบครัวและความสูญเสียที่เกี่ยวข้อง

ตัวแทนโรงพยาบาลให้ข้อมูลกับสื่อจีนว่า คดีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและกำลังดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าต้องรอคำตัดสินของศาล ข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทจึงยังเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายโจทก์ และยังไม่มีคำพิพากษาชี้ขาดความรับผิดของโรงพยาบาล

คดีมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ความจริงที่ถูกค้นพบอาจช่วยให้ทั้งสองครอบครัวเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ช่วงเวลากว่า 37 ปีที่แต่ละคนเติบโตในครอบครัวของอีกฝ่าย ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้

 





⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 163 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเลขเด่นหวยลาว 7 ตุลาคม 2569 จับตาเลขเด็ดจากกระแสสถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรรู้จัก จังหวัดขนาดเล็ก คนน้อย ดังมาก นักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งปี แห่งเมืองสามหมอกเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามตงตง กฤษกร เปิดใจปมภาพสาวปริศนา ยอมรับเป็นเรื่องจริงในอดีต ขอโทษทุกฝ่าย วอนหยุดแชร์ภาพน้ำท่วมล้อมบ้านยังไม่พอ? ภาพเอกสารเยียวยาอุทกภัยถูกแชร์ ชาวเน็ตตั้งคำถามถึงเกณฑ์ช่วยเหลือ“คลาคะมุมโมเดล” อ่านภูมิประเทศ อ่านยุทธวิธีไทยพลิกเกมจากตู้สู่คูดักรถถังเขมรพลทหารวัย 20 เสียชีวิตหลังกลับค่ายโคราช ญาติยังติดใจหลายจุด ขอคำตอบก่อนสรุปสาเหตุAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ฝากถึง กวินท์ หลังลดสถานะ ยอมรับหนักมาก วอนแฟนๆ รักเขาแทนเธอ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หญิงวัย 28 ปีเสียชีวิตในรัสเซีย หลังทำงานสถาบันวิจัยกาฬโรค — เกิดอะไรขึ้นที่ไซบีเรีย ?น้ำท่วมล้อมบ้านยังไม่พอ? ภาพเอกสารเยียวยาอุทกภัยถูกแชร์ ชาวเน็ตตั้งคำถามถึงเกณฑ์ช่วยเหลือรู้จัก จังหวัดขนาดเล็ก คนน้อย ดังมาก นักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งปี แห่งเมืองสามหมอกตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ทราย สก็อต พูดถึงประเด็น UPOV 1991 และสิทธิในเมล็ดพันธุ์น้ำท่วมล้อมบ้านยังไม่พอ? ภาพเอกสารเยียวยาอุทกภัยถูกแชร์ ชาวเน็ตตั้งคำถามถึงเกณฑ์ช่วยเหลือตงตง กฤษกร เปิดใจปมภาพสาวปริศนา ยอมรับเป็นเรื่องจริงในอดีต ขอโทษทุกฝ่าย วอนหยุดแชร์ภาพจาก “แม่ภัทร” ร้องถูกพาเข้าศูนย์ สู่ผลตรวจ 129 เตียง พบห้องลูกกรง-ผู้ป่วยจิตเวชอาการรุนแรง
ตั้งกระทู้ใหม่