หายไปหลังถูกย่าดุ 5 วัน เด็กชายวัย 11 ถูกพบซ่อนในบ้านเพื่อนบ้าน
เด็กชายวัย 11 ปี ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ถูกพบตัวอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 หลังหายออกจากบ้านนาน 5 วัน เพราะน้อยใจที่ถูกคุณย่าตำหนิ โดยเจ้าหน้าที่พบเขาซ่อนตัวอยู่ในบ้านว่างของเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของครอบครัว
ญาติระบุว่า เด็กชายยังมีสติและสภาพจิตใจโดยรวมปกติ ไม่มีบาดแผล เพียงผอมลงจากเดิม ไม่ได้อยู่ในภาวะ “ปางตาย” ตามที่มีการบรรยายในข่าวบางแห่ง
เด็กชายชื่อ หลัว เหรินห่าว อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านม่ายเชอ เมืองอี่กู่ อำเภอเจิ้นสยง เมืองจ้าวทง มณฑลยูนนาน เขาอยู่กับคุณย่าวัย 69 ปีมาตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบ หลังพ่อออกไปทำงานต่างถิ่นและขาดการติดต่อ ส่วนแม่ทำงานอยู่ไกลบ้านและไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยม
คนในครอบครัวเล่าว่า เหรินห่าวเป็นเด็กที่ทั้งซุกซนและรู้จักช่วยแบ่งเบางานในไร่ เขาชอบเล่นโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ไม่มีซิมการ์ด และก่อนหน้านี้เคยออกไปซ่อนตัวหรือเที่ยวเล่นหลังถูกผู้ใหญ่ตำหนิ แต่โดยปกติจะกลับบ้านในช่วงกลางคืน
วิ่งออกจากบ้านหลังถูกตำหนิเรื่องเก็บถั่ว
ช่วงบ่ายวันที่ 23 กรกฎาคม ฝนกำลังจะตก คุณย่าจึงเรียกหลานชายให้ออกมาช่วยเก็บถั่วที่ตากไว้ แต่เด็กชายไม่ได้ออกมาช่วยและถูกตำหนิว่าไม่รู้จักช่วยงาน ก่อนจะวิ่งออกจากบ้านเข้าไปในทุ่งข้าวโพด
ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกได้ว่า เขาออกจากบ้านเมื่อเวลาประมาณ 16.03 น. และกระโดดเข้าไปในทุ่งข้าวโพดซึ่งมีถนนอยู่ด้านล่าง หลังจากนั้นกล้องบริเวณใกล้เคียงไม่สามารถจับภาพเส้นทางของเขาได้อีก
ในช่วงแรก คุณย่าคิดว่าหลานคงออกไปเพราะกำลังงอนเหมือนครั้งก่อน ๆ และจะกลับมาเอง เมื่อรุ่งเช้าวันถัดมายังไม่พบตัว ครอบครัวจึงเริ่มสอบถามคนในพื้นที่และประสานขอความช่วยเหลือ
ตำรวจ หน่วยดับเพลิง ชาวบ้าน ครู ผู้ปกครอง และเพื่อนนักเรียนช่วยกันค้นหาตามทุ่งข้าวโพด เส้นทางในหมู่บ้าน และพื้นที่โดยรอบ เบาะแสบางส่วนระบุว่ามีผู้พบเด็กที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วพบว่าเป็นคนละคน
พบตัวในบ้านว่างของเพื่อน
วันที่ 28 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่พบเหรินห่าวอยู่ในบ้านของเพื่อนนักเรียน ซึ่งครอบครัวเจ้าของบ้านเดินทางออกไปในช่วงปิดเทอม ทำให้บ้านไม่มีผู้อาศัยชั่วคราว โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านของคุณย่าไม่ถึง 1 กิโลเมตร
รายงานติดตามเหตุการณ์ระบุว่า ในสองวันแรกเด็กชายยังเคลื่อนย้ายและคอยหลบคนที่ออกตามหา ก่อนเข้าไปซ่อนในบ้านว่าง เขาหุงต้มบะหมี่และทอดมันฝรั่งกินประทังความหิว รวมทั้งเชื่อมต่อโทรศัพท์เครื่องเก่ากับเครือข่ายไวไฟของบ้านที่เคยใช้งานมาก่อน
ในที่สุด สุนัขตำรวจที่ดมกลิ่นจากเสื้อผ้าของเด็กได้แสดงอาการสนใจบริเวณประตูบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบและพบตัวเขาอยู่ด้านใน ญาติบอกว่าเด็กชายยังร่าเริง ไม่มีอาการบาดเจ็บ และมีเพียงน้ำหนักลดลง
ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างว่า เด็กชายไม่มีอาหารหรือน้ำตลอด 5 วัน โทรศัพท์หมดแบตเตอรี่ และอ่อนแรงจนไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ ประเด็นเหล่านี้ยังไม่มีคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่หรือญาติที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อจีน
ครอบครัวกล่าวว่าจะพูดคุยและสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อถูกตำหนิ โดยไม่ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ก็เตือนผู้ใหญ่ว่า แม้เด็กจะเคยออกจากบ้านแล้วกลับมาเอง แต่การหายไปผิดปกติทุกครั้งควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังตั้งแต่ต้น
สำหรับประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า เมื่อคนใกล้ตัวหายไปอย่างผิดปกติหรือติดต่อไม่ได้ สามารถแจ้งความได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง ควรเตรียมรูปถ่าย เวลาและสถานที่ที่พบครั้งสุดท้าย เสื้อผ้าที่สวมใส่ รวมถึงเหตุการณ์ก่อนหายตัว เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่เริ่มติดตามได้รวดเร็วขึ้น
..
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
น้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ด่วน!น่านวิกฤตหนักน้ำท่วมกระทบ7 อำเภอ
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
ผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?
เปิด 3 นักษัตร “มีของดีติดตัว” ยิ่งต่อยอด ยิ่งมีโอกาสรุ่ง!
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
เปิด 7 ประเทศในอาเซียนที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุด
สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?
เสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว
น้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?
ส่องไฟตรวจแบงก์ปลอมใส่หน้าจะอันตรายแค่ไหน?
ฟองขาวบนซุปกระดูกหมูบอกอะไรเรา?






