นาอูรูเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อดั้งเดิมอย่างเป็นทางการว่า "สาธารณรัฐนาโอเอโร" โดยบอกลาการออกเสียงตามแบบยุคอาณานิคมยุโรป
ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทั่วโลกรู้จักกันมานานในชื่อ นาอูรู (Nauru) ได้กลับมาใช้ชื่อดั้งเดิมว่า สาธารณรัฐนาโอเอโร (Republic of Naoero) อย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนภาษา มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของประชาชนในประเทศให้ชัดเจนขึ้น
ประธานาธิบดี เดวิด อาเดียง ยืนยันเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ว่า รัฐบาลยกเลิกแผนจัดประชามติระดับชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ โดยให้เหตุผลว่า “นาโอเอโร” ไม่ใช่ชื่อใหม่ที่ต้องรอการยอมรับ แต่เป็นชื่อที่ประชาชนใช้อยู่แล้ว ปรากฏอยู่บนตราประจำชาติ และได้รับการรองรับภายใต้รัฐธรรมนูญ
รัฐสภาเคยให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนชื่อประเทศเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 หลังร่างกฎหมายถูกเสนอครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มกราคม และผ่านระยะเวลารอพิจารณา 90 วัน สมาชิกสภาทั้ง 16 คนที่เข้าร่วมประชุมลงคะแนนสนับสนุนการแก้ไขดังกล่าว
ในเวลานั้น รัฐบาลระบุว่าจะมีการกำหนดวันลงประชามติเพื่อดำเนินกระบวนการตามรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้น ก่อนที่ประธานาธิบดีจะประกาศในภายหลังว่าไม่จำเป็นต้องจัดประชามติแล้ว
ชื่อเรียกอย่างย่อของประเทศจะใช้ว่า นาโอเอโร (Naoero) ส่วนประชาชนจะเรียกว่า dei-Naoero รัฐบาลได้เริ่มแจ้งองค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลประเทศต่าง ๆ พร้อมดำเนินการเปลี่ยนผ่านเอกสารและชื่อเรียกที่เกี่ยวข้องแล้ว
จาก Nauru กลับสู่ Naoero
รัฐบาลอธิบายว่า “Naoero” เป็นชื่อดั้งเดิมของเกาะ แต่เมื่อชื่อนี้เดินทางออกไปสู่โลกภายนอก ชาวต่างชาติในยุคอาณานิคมออกเสียงได้ยาก จึงค่อย ๆ เปลี่ยนรูปเป็น “Nauru” และถูกใช้อย่างแพร่หลายในระดับนานาชาติมาจนถึงปัจจุบัน
การเปลี่ยนชื่อจึงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงแก้การสะกดหรือการออกเสียง แต่เป็นความพยายามนำชื่อที่สัมพันธ์กับภาษาและตัวตนของประชาชนกลับมาใช้ ประธานาธิบดีอาเดียงระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจ และการให้เกียรติผู้คนรุ่นก่อน
หลังผ่านช่วงเวลาของการปกครองแบบอาณานิคมและการเป็นดินแดนในภาวะทรัสตีภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ ประเทศได้รับเอกราชในปี 1968 ปัจจุบันนาโอเอโรเป็นประเทศเอกราชที่มีพื้นที่เล็กเป็นอันดับสามของโลก รองจากนครรัฐวาติกันและโมนาโก และมีประชากรประมาณ 12,000 คน
ชื่อประเทศกับการฟื้นฟูภาษา
การนำชื่อ “นาโอเอโร” กลับมาใช้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น เอกสารของรัฐบาลระบุว่า ภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบการศึกษา เทคโนโลยี และสื่อ ทำให้ขอบเขตการใช้ภาษา Naoero โดยเฉพาะภาษาเขียนเริ่มลดลง
เมื่อปี 2025 รัฐบาลได้เสนอ ร่างกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานด้านภาษา Naoero เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองและพัฒนาภาษา จัดทำพจนานุกรมและหนังสือไวยากรณ์ รวมถึงผลักดันให้ภาษา Naoero เข้าไปอยู่ในหลักสูตรโรงเรียน เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถทั้งพูด อ่าน และเขียนภาษาของตนเองได้
ดังนั้น การเปลี่ยนจาก “นาอูรู” กลับเป็น “นาโอเอโร” จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนชื่อบนแผนที่ แต่เป็นการประกาศว่า ชื่อ ภาษา และมรดกของประชาชนในประเทศควรได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศด้วยชื่อที่พวกเขาเลือกใช้เอง
ที่มา: REFERENCES:
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/tiny-pacific-island-nation-nauru-reclaims-traditional-name-naoero-2026-07-30/
https://www.nauru.gov.nr/media/220968/nauru_bulletin__9_28may2026__311_.pdf
https://www.nauru.gov.nr/media/209190/nauru_bulletin__16_4nov2025__299_.pdf
https://www.un.org/dppa/decolonization/en/history/former-trust-and-nsgts
เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)
ญี่ปุ่นทดสอบยิง “โทมาฮอว์ก” จากเรือพิฆาตโชไกเป็นครั้งแรก
ด้านมืดประเทศจอร์เจีย ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้
เด็ก 15 ถูกตัดสินจำคุก 100 ปี หลังฆ่าคนตาย
เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
เลขเด็ด“คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม”
อยากขับ BTS–MRT เงินเดือนเท่าไหร่ ทำไมไม่มีตัวเลขเดียว
จาก 148 ถึง 250 กม./ชม. เปิดลิสต์ 7 รถไฟเหาะเร็วที่สุดในโลก
รายได้แดนเซอร์หมอลำซิ่ง
มนุษย์ยุคหินเอาชีวิตรอดจากฝนที่ตกติดต่อกันนาน ๆ ได้อย่างไร
LGBTQ ความหลากหลายที่ต้องเข้าใจ
เด็ก 15 ถูกตัดสินจำคุก 100 ปี หลังฆ่าคนตาย
เลขเด็ด“คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม”
LGBTQ ความหลากหลายที่ต้องเข้าใจ
ไขข้อข้องใจ “อาการขนลุก” เกิดจากอะไร ทำไมร่างกายจึงแสดงปฏิกิริยาแบบนี้
รายได้แดนเซอร์หมอลำซิ่ง



