โรงเรียนมัธยมต้นในญี่ปุ่น ยกเลิกวิชาว่ายน้ำแล้ว!!
โรงเรียนมัธยมต้นในญี่ปุ่น ยกเลิกวิชาว่ายน้ำแล้ว!!
ในอดีต... โรงเรียนของรัฐในญี่ปุ่นเกือบทุกแห่งจะมีการเรียนว่ายน้ำเป็นเรื่องปกติ เด็กๆต้องเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นปีที่ 2 เพราะรัฐบาลมองว่า "การว่ายน้ำเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยป้องกันการจมน้ำ และ ช่วยให้เด็กเอาตัวรอดได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ" แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมาก โรงเรียนมัธยมต้นของรัฐประมาณ 1 ใน 5 แห่งได้ยกเลิกการเรียนว่ายน้ำภาคปฏิบัติแล้ว!! ถึงแม้ว่าวิชานี้จะยังอยู่ในหลักสูตรก็ตาม เนื่องจากกฎหมายอนุญาตให้โรงเรียนหยุดสอนได้ หากไม่สามารถจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และ เหมาะสมสำหรับนักเรียนได้...
สาเหตุสำคัญที่สุด คือ ปัญหาอากาศร้อนจัดในญี่ปุ่นที่รุนแรงขึ้นทุกปี เมื่อก่อนโรงเรียนมักสอนว่ายน้ำในช่วงฤดูร้อน แต่ปัจจุบันอุณหภูมิสูงจนเด็กและครูมีความเสี่ยงเป็นโรคลมแดด ถึงแม้จะอยู่ในสระว่ายน้ำก็ตาม... โรงเรียนหลายแห่งจึงพยายามเลื่อนเวลาเรียนให้เร็วขึ้น เช่น ไปเรียนในเดือนมิถุนายนแทนเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม แต่สภาพอากาศก็ไม่แน่นอน บางปีเดือนมิถุนายนกลับเย็นผิดปกติ ทำให้น้ำในสระเย็นจนเด็กหนาวและไม่สามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นปัญหาที่จัดการได้ยาก เพราะไม่ว่าจะเลือกช่วงไหนก็อาจเจออากาศที่ไม่เหมาะสม
อีกปัญหา คือ "สระว่ายน้ำของโรงเรียนจำนวนมากมีอายุการใช้งานมานาน หลายแห่งทรุดโทรมและต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ในการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่" ซึ่งการดูแลสระว่ายน้ำก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ครูไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือ แต่ยังต้องช่วยดูแลคุณภาพน้ำ ตรวจสอบความสะอาด ตรวจสอบความปลอดภัย และ เฝ้าระวังนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องได้รับการดูแลตลอดเวลา ภาระงานของครูจึงหนักขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลายคนมองว่า "การให้ทุกโรงเรียนมีสระว่ายน้ำของตัวเอง ไม่คุ้มค่าอีกต่อไป ทั้งในด้านเงินและกำลังคน..."
นอกจากนี้ สังคมก็เปลี่ยนไป โรงเรียนต้องใส่ใจความรู้สึกของนักเรียนมากขึ้น เด็กหลายคนรู้สึกไม่สบายใจที่จะสวมชุดว่ายน้ำแบบเดิม โรงเรียนจึงอนุญาตให้ใส่เสื้อกันแดดเพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต และ ต้องจัดการเรื่องเครื่องแต่งกายให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน ทำให้การจัดการเรียนการสอนมีความซับซ้อนกว่าเดิม และ ผลจากการลดจำนวนชั่วโมงเรียนว่ายน้ำ ทำให้ทักษะการว่ายน้ำของเด็กญี่ปุ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลพบว่า "สัดส่วนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สามารถว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ได้อย่างน้อย 25 เมตร ลดลงเหลือเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของเดิม [ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง]" ซึ่งปัญหานี้ยิ่งรุนแรงขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด เพราะโรงเรียนจำนวนมากต้องยกเลิกการเรียนว่ายน้ำเป็นเวลานาน เด็กหลายรุ่นจึงแทบไม่มีโอกาสฝึกเลย...
คนรุ่นเก่าหลายคนเล่าว่า "เมื่อก่อนเด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถูกคาดหวัง ให้ว่ายน้ำได้อย่างน้อย 25 หรือ 50 เมตรก่อนเรียนจบ" โรงเรียนมักเปิดสระหลังเลิกเรียนให้เด็กมาซ้อมเพิ่มเติม และ สระว่ายน้ำของเทศบาลก็มีค่าบริการไม่แพง เด็กจึงสามารถไปฝึกว่ายน้ำในช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดได้ง่าย ต่างจากปัจจุบันที่โอกาสในการฝึกฝนน้อยลงมาก!! อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า "การตั้งเป้าหมายให้เด็กทุกคนว่ายน้ำได้ 25 เมตร อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการจมน้ำ"
"โทรุ ฮาชิโมโตะ" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดโอซาก้า กล่าวว่า "สิ่งที่สำคัญกว่าการว่ายน้ำได้ไกล คือ การรู้จักลอยตัวในน้ำให้นานที่สุด!! เพราะในสถานการณ์จริง คนที่ตกน้ำไม่ได้ต้องว่ายแข่ง แต่ต้องรอความช่วยเหลือ... หากสามารถลอยตัวและควบคุมสติได้ โอกาสรอดชีวิตจะสูงกว่าการว่ายน้ำได้เพียงระยะสั้น" เขาจึงเสนอว่า "การเรียนว่ายน้ำควรกลับไปสู่เป้าหมายเดิม คือ การป้องกันการจมน้ำ ไม่ใช่การฝึกเพื่อแข่งขันหรือทำเวลา..."
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
โรงแรมสุดหรูหราในไทย ที่คนไทยทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้เข้าพัก
“โลกหลังความตาย” มีหน้าตาอย่างไร?
พิกัดมู ขอพร "พระแม่ลักษมี" เทวีแห่งความร่ำรวย-ความรัก ถอดรหัสบารมีดอกบัวชมพู คัดชุดเด็ด 16 ต.ค. 69
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
ย้อนดูเลขเด็ดงวด 1 ต.ค. 69 เลข 70 เข้าเป้า ก่อนติดตามหวย 16 ต.ค.
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ซื้อหวย 5 ใบเหมือนกัน กับซื้อ 5 เลขต่างกัน โอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวต่างกันไหม?
เปิด 10 จังหวัด คนถูกรางวัลที่ 1 มากที่สุด จังหวัดไหนมีเศรษฐีใหม่บ่อยที่สุด?
จังหวัดนี้เคยถูกวางแผนให้เป็น “กรุงเทพฯ แห่งที่ 2” ก่อนสงครามเปลี่ยนทุกอย่าง
ท่านหญิงปีนัง หลานปู่ ร.5 องค์สุดท้าย เปิดชีวิตผ่าน ลายน้ำทอง
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก

