INTERPOL เตือนภัยไซเบอร์เอเชียพุ่ง ทั้งแรนซัมแวร์ ฟิชชิง และสแกมด้วย AI
INTERPOL เตือนภัยไซเบอร์เอเชียพุ่ง ทั้งแรนซัมแวร์ ฟิชชิง และสแกมด้วย AI
รายงานฉบับใหม่ของ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ INTERPOL เตือนว่า ภัยไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งการหลอกลวงแบบฟิชชิง แรนซัมแวร์ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างตัวตนหรือภาพปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงิน
ข้อมูลดังกล่าวมาจากรายงาน INTERPOL Asia and South Pacific Cyber Threat Assessment Report 2025/2026 ซึ่งประเมินสถานการณ์ระหว่างเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 ถึงมีนาคม ค.ศ. 2025 โดยอ้างอิงข้อมูลจากประเทศสมาชิก 18 ประเทศ รวมทั้งข้อมูลจากภาคเอกชนและกรณีปฏิบัติการด้านอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาค
รายงานระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจแจ้งว่า อาชญากรรมไซเบอร์คิดเป็นมากกว่า 30% ของอาชญากรรมทั้งหมดที่บันทึกไว้ในประเทศ ขณะที่หนึ่งในสามของประเทศที่สำรวจพบคดีฟิชชิงมากกว่า 10,000 คดี สะท้อนว่าภัยออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัญหาขนาดใหญ่ที่กระทบทั้งประชาชน ธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
AI ทำให้การหลอกลวงดูสมจริงกว่าเดิม
INTERPOL ระบุว่า กลุ่มอาชญากรไซเบอร์กำลังนำ AI, บริการแรนซัมแวร์แบบเช่าใช้ หรือ Ransomware-as-a-Service: RaaS และเทคนิควิศวกรรมสังคม หรือ Social Engineering มาใช้ขยายการโจมตีในระดับอุตสาหกรรม
AI สามารถช่วยมิจฉาชีพเขียนข้อความฟิชชิงให้ดูเป็นธรรมชาติ สร้างตัวตนปลอม รวมถึงผลิตภาพ เสียง และวิดีโอแบบ Deepfake เพื่อปลอมเป็นผู้บริหาร บุคคลสาธารณะ หรือคนใกล้ชิดของเหยื่อ
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ค.ศ. 2024 การพูดคุยเกี่ยวกับ Deepfake บนฟอรัมอาชญากรรมไซเบอร์และช่องทาง Telegram ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ก่อเหตุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นถึง 600%
รายงานยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในฮ่องกงถูกหลอกให้เข้าร่วมวิดีโอคอล ซึ่งผู้ร่วมประชุมทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วย Deepfake เลียนแบบผู้บริหาร ก่อนที่พนักงานจะโอนเงินจำนวน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามคำสั่งปลอม
นอกจากใช้หลอกให้ลงทุนหรือโอนเงินแล้ว เทคโนโลยี Deepfake ยังถูกนำไปใช้เพื่อคุกคาม แบล็กเมล บีบบังคับ และเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน จึงไม่ควรเชื่อภาพ เสียง หรือวิดีโอเพียงเพราะดูเหมือนบุคคลจริง
แรนซัมแวร์โจมตีกว่า 135,000 ครั้งในปีเดียว
ในปี ค.ศ. 2024 ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ตรวจพบการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับ แรนซัมแวร์มากกว่า 135,000 ครั้ง โดยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ ภาคการผลิต และบริการทางการเงิน
แรนซัมแวร์เป็นมัลแวร์ที่ล็อกไฟล์หรือระบบขององค์กร ก่อนเรียกเงินเพื่อแลกกับการปลดล็อกข้อมูล บางกลุ่มไม่ได้หยุดเพียงการเข้ารหัสไฟล์ แต่ยังขโมยข้อมูลออกไปก่อน แล้วใช้ข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลหรือความเสียหายต่อชื่อเสียงมากดดันให้องค์กรยอมจ่ายเงิน
การโจมตีจึงอาจกระทบมากกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว เพราะเมื่อระบบโรงงาน สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐ หรือผู้ให้บริการสาธารณะถูกล็อก การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมากอาจหยุดชะงักตามไปด้วย
ศูนย์สแกมขยายตัวเป็นเครือข่ายข้ามชาติ
INTERPOL พบว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงขนาดใหญ่ในหลายประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา และฟิลิปปินส์ โดยใช้รูปแบบหลอกลวงทั้ง Romance Scam การลงทุนปลอม และการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย
รายงานประเมินว่าศูนย์สแกมเหล่านี้สามารถสร้างรายได้เกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่อาชญากรรมในรูปแบบ “Romance Baiting” หรือการสร้างความสัมพันธ์เพื่อหลอกเอาเงิน ก่อให้เกิดความเสียหายในภูมิภาคสูงถึง 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การหลอกแบบนี้อาจเริ่มจากข้อความธรรมดาบนโซเชียลมีเดีย แอปหาคู่ หรือแอปแชต ผู้ก่อเหตุจะค่อย ๆ สร้างความไว้ใจ ก่อนชักชวนให้ลงทุน ขอให้ช่วยโอนเงิน หรือส่งลิงก์ไปยังเว็บไซต์และแอปพลิเคชันปลอม
ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยจึงไม่ได้ถูกหลอกด้วยข้อความเพียงครั้งเดียว แต่ถูกสร้างความสัมพันธ์และควบคุมทางอารมณ์ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
สถิติภัยไซเบอร์ที่ควรจับตา
ข้อมูลจากรายงานของ INTERPOL ยังพบแนวโน้มสำคัญหลายประการ ได้แก่
- ในแต่ละเดือน ประมาณ 5.5 คนจากทุก 1,000 คน ในภูมิภาคกดลิงก์ฟิชชิง สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกประมาณสองเท่า โดยบริการคลาวด์เป็นเป้าหมายสำคัญของการปลอมแปลง
- การโจมตีแบบ DDoS เพิ่มขึ้น 92% ในปี ค.ศ. 2024 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- การบุกรุกระบบเป็นสาเหตุของเหตุข้อมูลรั่วไหลประมาณ 80% โดยตรวจพบมัลแวร์ใน 83% และแรนซัมแวร์ใน 51% ของกรณีดังกล่าว
- มัลแวร์ขโมยข้อมูลที่ถูกใช้งานในภูมิภาครวมถึง RedLine, Lumma Stealer, LokiBot, Negasteal และ ZBot โดยมุ่งขโมยรหัสผ่าน ข้อมูลธนาคาร และข้อมูลส่วนบุคคล
- ตลอดปี ค.ศ. 2024 มีภัยคุกคามไซเบอร์มากกว่า 6.5 พันล้านรายการถูกตรวจพบและสกัดกั้นในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้
ช่องโหว่ที่ผู้โจมตีมักนำมาใช้ ได้แก่ การตั้งค่าระบบผิดพลาด การเข้ารหัสที่ไม่แข็งแรง กุญแจ API ที่ไม่ได้รับการปกป้อง และระบบตรวจสอบที่ไม่ครอบคลุม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่องค์กรควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
คนทั่วไปควรป้องกันตัวอย่างไร
ภัยไซเบอร์จำนวนมากไม่ได้เริ่มจากการเจาะระบบที่ซับซ้อน แต่อาศัยการทำให้เหยื่อรีบ ตกใจ โลภ หรือเชื่อใจ จนยอมกดลิงก์ เปิดไฟล์ หรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
วิธีลดความเสี่ยงเบื้องต้น ได้แก่
- อย่ากดลิงก์จากข้อความที่เร่งให้ยืนยันบัญชี รับรางวัล หรือโอนเงินทันที
- ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์และผู้ส่งทุกครั้ง โดยเฉพาะตัวสะกดที่คล้ายของจริง
- เปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอนกับอีเมล ธนาคาร และโซเชียลมีเดีย
- ไม่ติดตั้งแอปจากไฟล์หรือเว็บไซต์ที่บุคคลอื่นส่งมาให้
- เมื่อได้รับคำสั่งโอนเงินจากผู้บริหาร ญาติ หรือคนรู้จัก ควรโทรกลับผ่านช่องทางที่เคยใช้อยู่เดิม
- อย่าใช้ข้อมูลในวิดีโอคอล เสียง หรือภาพถ่ายเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว เพราะอาจถูกสร้างด้วย AI
- อัปเดตระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ และแอปพลิเคชันให้เป็นรุ่นล่าสุด
รายงานของ INTERPOL สะท้อนว่า ภัยไซเบอร์ในเอเชียกำลังพัฒนาไปสู่เครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เป็นระบบ และใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น สิ่งสำคัญที่คนทั่วไปควรจำจึงไม่ใช่เพียง “อย่ากดลิงก์แปลก ๆ” แต่ต้องตรวจสอบคำขอที่เกี่ยวข้องกับเงิน รหัสผ่าน และข้อมูลส่วนบุคคลผ่านอีกช่องทางหนึ่งเสมอ แม้ข้อความ เสียง หรือใบหน้าที่เห็นจะดูเหมือนของจริงก็ตาม
SOURCES:
INTERPOL, The Hacker News
REFERENCES:
https://www.interpol.int/News-and-Events/News/2026/New-INTERPOL-report-highlights-escalating-cyber-threats-across-Asia-and-South-Pacific
https://www.interpol.int/content/download/24327/file/CYBER_ASP Cyber Threat Assessment Report_2025_2026_v4.pdf
https://thehackernews.com/2026/06/interpol-warns-phishing-ransomware-and.html
เขียนโดย Annonymus TN
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ยาวกว่ากำแพงเมืองจีน-ทำไมออสเตรเลียถึงสร้างรั้วยาวที่สุดในโลก
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
ป้ายแดงมีไว้ทำไม รถใหม่ทุกคันต้องใช้หรือไม่?
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
ทำไมเบียร์ต้องมีฟองอยู่ด้านบน
น้ำแข็งแห้งคืออะไร ทำไมวางไว้แล้วไม่มีน้ำ
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
ขนมอาลัว มรดกความหวานลูกครึ่งโปรตุเกส สู่ขนมไทยยอดนิยม
ทำไม ‘‘มันฝรั่งทอดชิ้นเดียว’’ ขายได้เกือบ 3 ล้าน เกิดอะไรขึ้น!!?
แมงกะพรุน นักล่าที่ไร้สมอง ผู้ครองพิษร้ายแห่งท้องทะเล
ขนมอาลัว มรดกความหวานลูกครึ่งโปรตุเกส สู่ขนมไทยยอดนิยม
ทำไม ‘‘มันฝรั่งทอดชิ้นเดียว’’ ขายได้เกือบ 3 ล้าน เกิดอะไรขึ้น!!?
ป้ายแดงมีไว้ทำไม รถใหม่ทุกคันต้องใช้หรือไม่?
ฝนเม็ดแรกของโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร?
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด



