รัฐบาลทรัมป์ออกกฎใหม่ จำกัดเวลาพำนักวีซ่านักศึกษาและสื่อต่างชาติ
รัฐบาลทรัมป์ออกกฎใหม่ จำกัดเวลาพำนักวีซ่านักศึกษาและสื่อต่างชาติ
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกฎใหม่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออก เพื่อกำหนดระยะเวลาพำนักที่ชัดเจนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และผู้แทนสื่อต่างประเทศ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมผู้ถือวีซ่านักศึกษาประเภท F วีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนประเภท J และวีซ่าผู้แทนสื่อต่างประเทศประเภท I โดยจะยกเลิกระบบเดิมที่อนุญาตให้บุคคลเหล่านี้พำนักในสหรัฐฯ ตาม “ระยะเวลาการคงสถานะ” หรือ Duration of Status
ภายใต้ระบบใหม่ นักศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะได้รับอนุญาตให้พำนักตามระยะเวลาของหลักสูตรหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติ แต่โดยทั่วไปจะไม่เกิน 4 ปี ส่วนนักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ครั้งละไม่เกิน 240 วัน ขณะที่นักข่าวสัญชาติจีนจะถูกจำกัดเหลือ 90 วัน
ยกเลิกระบบพำนักตามระยะเวลาของหลักสูตร
ที่ผ่านมา ผู้ถือวีซ่าประเภท F, J และ I จำนวนมากไม่ได้รับวันที่สิ้นสุดการพำนักแบบตายตัวในบันทึกการเดินทางเข้าสหรัฐฯ แต่สามารถอยู่ในประเทศได้ตราบเท่าที่ยังคงปฏิบัติตามเงื่อนไขของหลักสูตร โครงการแลกเปลี่ยน หรือภารกิจด้านสื่อ
ระบบดังกล่าวเรียกว่า “Duration of Status” หรือ D/S ซึ่งหมายถึงการได้รับอนุญาตให้พำนักตลอดช่วงเวลาที่ยังรักษาสถานะวีซ่าอย่างถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือวีซ่าสามารถอยู่ในสหรัฐฯ ได้โดยไม่มีเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ หรือ DHS เห็นว่าระบบนี้ทำให้รัฐบาลตรวจสอบผู้ถือวีซ่าที่พำนักเป็นเวลานานได้ยาก จึงเปลี่ยนมาใช้ระยะเวลาการอนุญาตที่มีวันสิ้นสุดแน่นอน
มาร์กเวย์น มัลลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติบางส่วนใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองในทางที่ผิด ด้วยการลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องเพื่อยืดเวลาพำนักอยู่ในประเทศ
รัฐบาลทรัมป์ให้เหตุผลว่า กฎใหม่นี้จะช่วยลดการฉ้อโกงเกี่ยวกับวีซ่า เพิ่มโอกาสในการตรวจสอบประวัติ และเสริมความมั่นคงของระบบตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่า ผู้ถือวีซ่าส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎหมาย และระบบใหม่น่าจะสร้างภาระด้านเอกสารเพิ่มขึ้น

นักศึกษาต่างชาติอยู่ได้สูงสุด 4 ปี
ภายใต้กฎใหม่ นักศึกษาต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะได้รับระยะเวลาพำนักตามหลักสูตรหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติ แต่ไม่เกิน 4 ปี
หากหลักสูตรใช้เวลานานกว่านั้น เช่น หลักสูตรปริญญาเอก งานวิจัย หรือโครงการแลกเปลี่ยนระยะยาว ผู้ถือวีซ่าจะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุการพำนักต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ หรือ USCIS
กระบวนการขอต่ออายุเปิดโอกาสให้รัฐบาลตรวจสอบอีกครั้งว่า ผู้ยื่นคำร้องยังคงรักษาสถานะอย่างถูกต้อง มีความก้าวหน้าในการศึกษา และมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการอยู่ต่อ
ผู้ถือวีซ่า F, J และ I ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ ภายใต้ระบบเดิม จะถูกเปลี่ยนเข้าสู่ระบบกำหนดระยะเวลา โดยรายละเอียดวันสิ้นสุดสถานะอาจแตกต่างกันไปตามเอกสารการศึกษา การทำงาน และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบุคคล
ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้วไม่ควรสรุปว่าทุกคนจะได้รับระยะเวลาพำนัก 4 ปีเท่ากัน แต่ควรตรวจสอบแบบฟอร์ม I-94 เอกสาร I-20 หรือ DS-2019 รวมถึงประกาศจากสถานศึกษาและ USCIS อีกครั้ง
ลดเวลาเตรียมตัวหลังเรียนจบเหลือ 30 วัน
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ นักศึกษาที่ถือวีซ่า F-1 จะมีเวลาเตรียมตัวหลังสิ้นสุดหลักสูตร 30 วัน ลดลงจากเดิม 60 วัน
ภายในช่วงเวลาดังกล่าว นักศึกษาต้องเตรียมเดินทางออกจากสหรัฐฯ ย้ายไปเรียนในสถานศึกษาแห่งใหม่ หรือดำเนินการเปลี่ยนสถานะให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานศึกษาและเปลี่ยนหลักสูตรก็จะเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาหรือย้ายสถาบันระหว่างที่อยู่ในสหรัฐฯ
นักศึกษาจึงควรวางแผนล่วงหน้า ไม่ควรรอจนใกล้วันสิ้นสุดหลักสูตร เพราะการยื่นคำร้องล่าช้าอาจกระทบต่อสถานะทางกฎหมาย การฝึกงาน หรือการสมัครโครงการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา
นักข่าวต่างชาติอยู่ได้ครั้งละ 240 วัน
สำหรับผู้ถือวีซ่าสื่อประเภท I นักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่จะได้รับระยะเวลาพำนักครั้งละไม่เกิน 240 วัน แต่ยังสามารถยื่นขอต่ออายุได้ หากยังมีภารกิจด้านสื่อที่เข้าเงื่อนไข
นักข่าวสัญชาติจีนจะถูกจำกัดระยะเวลาพำนักเหลือครั้งละ 90 วัน หมายความว่าจะต้องยื่นขอต่ออายุบ่อยกว่านักข่าวจากประเทศอื่น ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางฮ่องกงและมาเก๊าไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด 90 วันดังกล่าว
ปักกิ่งเคยวิจารณ์มาตรการที่มุ่งจำกัดนักข่าวจีนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ขณะที่องค์กรด้านสื่อและเสรีภาพสื่อเตือนว่า การต้องขอต่ออายุบ่อยครั้งอาจทำให้นักข่าวเกิดความไม่แน่นอนในการทำงานและกระทบต่อการรายงานข่าวจากสหรัฐฯ
ผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจคนเข้าเมืองเตือนว่า แม้กฎนี้ไม่ได้ยกเลิกวีซ่านักศึกษาหรือปิดกั้นการศึกษาต่อโดยตรง แต่ขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนเรื่องการต่อสถานะอาจทำให้ผู้สมัครบางส่วนหันไปเลือกเรียนในประเทศอื่น
ข้อมูลจากรายงาน Open Doors ระบุว่า สหรัฐฯ มีนักศึกษาต่างชาติ 1,126,690 คนในปีการศึกษา 2023–2024 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อนหน้า
ขณะที่การวิเคราะห์ของ NAFSA ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 43,800 ล้านดอลลาร์ และสนับสนุนการจ้างงานมากกว่า 378,000 ตำแหน่งในปีการศึกษาเดียวกัน
นักศึกษากลุ่มนี้ไม่ได้สร้างรายได้ให้มหาวิทยาลัยผ่านค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง และบริการต่างๆ ในชุมชน อีกทั้งหลายคนยังทำงานต่อในฐานะนักวิจัย วิศวกร แพทย์ ผู้ประกอบการ และบุคลากรในภาคเทคโนโลยี
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจึงกังวลว่า หากสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีขั้นตอนซับซ้อนและไม่แน่นอนมากขึ้น ประเทศคู่แข่งด้านการศึกษา เช่น แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย อาจดึงดูดนักศึกษาและบุคลากรทักษะสูงไปแทน
คนไทยที่กำลังเรียนหรือสมัครเรียนควรทำอย่างไร
นักศึกษาไทยที่ถือวีซ่า F-1 หรือกำลังเตรียมสมัครเรียนในสหรัฐฯ ควรตรวจสอบวันสิ้นสุดสถานะของตนเองจากเอกสารราชการ ไม่ควรดูเฉพาะวันหมดอายุบนหน้าวีซ่า เพราะวันหมดอายุของวีซ่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอาจไม่ใช่วันเดียวกัน
ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย หรือ Designated School Official เพื่อยืนยันว่า กฎใหม่ส่งผลต่อหลักสูตร การย้ายสถาบัน การฝึกงานแบบ CPT การทำงานแบบ OPT และการขอต่ออายุอย่างไร
ผู้ที่มีแผนเรียนหลักสูตรเกิน 4 ปี เปลี่ยนสาขา ย้ายมหาวิทยาลัย หรือเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ควรตรวจสอบข้อมูลกับ USCIS กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และสถานศึกษาก่อนดำเนินการทุกครั้ง
กฎดังกล่าวมีกำหนดมีผลหลังประกาศใน Federal Register 60 วัน และยังอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาสหรัฐฯ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงควรติดตามประกาศฉบับทางการ รวมถึงแนวปฏิบัติจาก USCIS และสถานศึกษาอย่างใกล้ชิด เพราะรายละเอียดในการบังคับใช้อาจมีคำชี้แจงเพิ่มเติมภายหลัง
ที่มา: REFERENCES:
https://www.reuters.com/world/us-change-visa-regulations-foreign-students-journalists-2026-07-16/
https://apnews.com/article/357189fdffc55daecbc2585c4276a6cc
https://www.federalregister.gov/documents/2025/08/28/2025-16554/establishing-a-fixed-time-period-of-admission-and-an-extension-of-stay-procedure-for-nonimmigrant
https://www.iie.org/news/us-hosts-more-than-1-1-million-intl-students-at-higher-education-institutions-all-time-high/
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไมรูปภาพถึงแตกและไม่คมชัด หลังอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..งวดนี้ 5 มาแรง!!
2 โจ๋สุดห้าว! เจอคนจริงไล่บี้หนีตายย้อนศร..หลังแจกกล้วยและแลบลิ้นใส่รถ
ทำไมเขตสัมพันธวงศ์จึงมีพื้นที่เล็กที่สุดในกรุงเทพฯ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
งูบินพาราไดซ์ นักร่อนแห่งพงไพรที่โบยบินได้โดยไม่ต้องมีปีก
สามเหลี่ยมทองคำฝั่งลาว มีอะไรน่าสนใจ พร้อมข้อมูลเที่ยวและการเดินทาง
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..งวดนี้ 5 มาแรง!!
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไมเขตสัมพันธวงศ์จึงมีพื้นที่เล็กที่สุดในกรุงเทพฯ
ทำไมรูปภาพถึงแตกและไม่คมชัด หลังอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย
2 โจ๋สุดห้าว! เจอคนจริงไล่บี้หนีตายย้อนศร..หลังแจกกล้วยและแลบลิ้นใส่รถ
จับตาทะเลแดง อิหร่านขอฮูตีเตรียมปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี
"โน้ส อุดม-โย อรุณี" ควงคู่หวานกลางสนามบิน..ทำเอาแฟนๆ ฟินไม่ไหวแล้ว!
มืออาชีพต้องแบบนี้ นักข่าวหญิงถูกแมลงสาบบินมาเกาะและไต่มาที่คอระหว่างการถ่ายทอดสด! เธอยังคงสงบนิ่งและรายงานข่าวต่อไป