หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รัฐบาลทรัมป์ออกกฎใหม่ จำกัดเวลาพำนักวีซ่านักศึกษาและสื่อต่างชาติ

เขียนโดย good4289

รัฐบาลทรัมป์ออกกฎใหม่ จำกัดเวลาพำนักวีซ่านักศึกษาและสื่อต่างชาติ

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกฎใหม่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออก เพื่อกำหนดระยะเวลาพำนักที่ชัดเจนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และผู้แทนสื่อต่างประเทศ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมผู้ถือวีซ่านักศึกษาประเภท F วีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนประเภท J และวีซ่าผู้แทนสื่อต่างประเทศประเภท I โดยจะยกเลิกระบบเดิมที่อนุญาตให้บุคคลเหล่านี้พำนักในสหรัฐฯ ตาม “ระยะเวลาการคงสถานะ” หรือ Duration of Status

ภายใต้ระบบใหม่ นักศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะได้รับอนุญาตให้พำนักตามระยะเวลาของหลักสูตรหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติ แต่โดยทั่วไปจะไม่เกิน 4 ปี ส่วนนักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ครั้งละไม่เกิน 240 วัน ขณะที่นักข่าวสัญชาติจีนจะถูกจำกัดเหลือ 90 วัน

ยกเลิกระบบพำนักตามระยะเวลาของหลักสูตร

ที่ผ่านมา ผู้ถือวีซ่าประเภท F, J และ I จำนวนมากไม่ได้รับวันที่สิ้นสุดการพำนักแบบตายตัวในบันทึกการเดินทางเข้าสหรัฐฯ แต่สามารถอยู่ในประเทศได้ตราบเท่าที่ยังคงปฏิบัติตามเงื่อนไขของหลักสูตร โครงการแลกเปลี่ยน หรือภารกิจด้านสื่อ

ระบบดังกล่าวเรียกว่า “Duration of Status” หรือ D/S ซึ่งหมายถึงการได้รับอนุญาตให้พำนักตลอดช่วงเวลาที่ยังรักษาสถานะวีซ่าอย่างถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือวีซ่าสามารถอยู่ในสหรัฐฯ ได้โดยไม่มีเงื่อนไข

อย่างไรก็ตาม กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ หรือ DHS เห็นว่าระบบนี้ทำให้รัฐบาลตรวจสอบผู้ถือวีซ่าที่พำนักเป็นเวลานานได้ยาก จึงเปลี่ยนมาใช้ระยะเวลาการอนุญาตที่มีวันสิ้นสุดแน่นอน

มาร์กเวย์น มัลลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติบางส่วนใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองในทางที่ผิด ด้วยการลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องเพื่อยืดเวลาพำนักอยู่ในประเทศ

รัฐบาลทรัมป์ให้เหตุผลว่า กฎใหม่นี้จะช่วยลดการฉ้อโกงเกี่ยวกับวีซ่า เพิ่มโอกาสในการตรวจสอบประวัติ และเสริมความมั่นคงของระบบตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่า ผู้ถือวีซ่าส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎหมาย และระบบใหม่น่าจะสร้างภาระด้านเอกสารเพิ่มขึ้น

 

นักศึกษาต่างชาติอยู่ได้สูงสุด 4 ปี

ภายใต้กฎใหม่ นักศึกษาต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะได้รับระยะเวลาพำนักตามหลักสูตรหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติ แต่ไม่เกิน 4 ปี

หากหลักสูตรใช้เวลานานกว่านั้น เช่น หลักสูตรปริญญาเอก งานวิจัย หรือโครงการแลกเปลี่ยนระยะยาว ผู้ถือวีซ่าจะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุการพำนักต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ หรือ USCIS

กระบวนการขอต่ออายุเปิดโอกาสให้รัฐบาลตรวจสอบอีกครั้งว่า ผู้ยื่นคำร้องยังคงรักษาสถานะอย่างถูกต้อง มีความก้าวหน้าในการศึกษา และมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการอยู่ต่อ

ผู้ถือวีซ่า F, J และ I ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ ภายใต้ระบบเดิม จะถูกเปลี่ยนเข้าสู่ระบบกำหนดระยะเวลา โดยรายละเอียดวันสิ้นสุดสถานะอาจแตกต่างกันไปตามเอกสารการศึกษา การทำงาน และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบุคคล

ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้วไม่ควรสรุปว่าทุกคนจะได้รับระยะเวลาพำนัก 4 ปีเท่ากัน แต่ควรตรวจสอบแบบฟอร์ม I-94 เอกสาร I-20 หรือ DS-2019 รวมถึงประกาศจากสถานศึกษาและ USCIS อีกครั้ง

ลดเวลาเตรียมตัวหลังเรียนจบเหลือ 30 วัน

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ นักศึกษาที่ถือวีซ่า F-1 จะมีเวลาเตรียมตัวหลังสิ้นสุดหลักสูตร 30 วัน ลดลงจากเดิม 60 วัน

ภายในช่วงเวลาดังกล่าว นักศึกษาต้องเตรียมเดินทางออกจากสหรัฐฯ ย้ายไปเรียนในสถานศึกษาแห่งใหม่ หรือดำเนินการเปลี่ยนสถานะให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานศึกษาและเปลี่ยนหลักสูตรก็จะเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาหรือย้ายสถาบันระหว่างที่อยู่ในสหรัฐฯ

นักศึกษาจึงควรวางแผนล่วงหน้า ไม่ควรรอจนใกล้วันสิ้นสุดหลักสูตร เพราะการยื่นคำร้องล่าช้าอาจกระทบต่อสถานะทางกฎหมาย การฝึกงาน หรือการสมัครโครงการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

นักข่าวต่างชาติอยู่ได้ครั้งละ 240 วัน

สำหรับผู้ถือวีซ่าสื่อประเภท I นักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่จะได้รับระยะเวลาพำนักครั้งละไม่เกิน 240 วัน แต่ยังสามารถยื่นขอต่ออายุได้ หากยังมีภารกิจด้านสื่อที่เข้าเงื่อนไข

นักข่าวสัญชาติจีนจะถูกจำกัดระยะเวลาพำนักเหลือครั้งละ 90 วัน หมายความว่าจะต้องยื่นขอต่ออายุบ่อยกว่านักข่าวจากประเทศอื่น ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางฮ่องกงและมาเก๊าไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด 90 วันดังกล่าว

ปักกิ่งเคยวิจารณ์มาตรการที่มุ่งจำกัดนักข่าวจีนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ขณะที่องค์กรด้านสื่อและเสรีภาพสื่อเตือนว่า การต้องขอต่ออายุบ่อยครั้งอาจทำให้นักข่าวเกิดความไม่แน่นอนในการทำงานและกระทบต่อการรายงานข่าวจากสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจคนเข้าเมืองเตือนว่า แม้กฎนี้ไม่ได้ยกเลิกวีซ่านักศึกษาหรือปิดกั้นการศึกษาต่อโดยตรง แต่ขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนเรื่องการต่อสถานะอาจทำให้ผู้สมัครบางส่วนหันไปเลือกเรียนในประเทศอื่น

ข้อมูลจากรายงาน Open Doors ระบุว่า สหรัฐฯ มีนักศึกษาต่างชาติ 1,126,690 คนในปีการศึกษา 2023–2024 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อนหน้า

ขณะที่การวิเคราะห์ของ NAFSA ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 43,800 ล้านดอลลาร์ และสนับสนุนการจ้างงานมากกว่า 378,000 ตำแหน่งในปีการศึกษาเดียวกัน

นักศึกษากลุ่มนี้ไม่ได้สร้างรายได้ให้มหาวิทยาลัยผ่านค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง และบริการต่างๆ ในชุมชน อีกทั้งหลายคนยังทำงานต่อในฐานะนักวิจัย วิศวกร แพทย์ ผู้ประกอบการ และบุคลากรในภาคเทคโนโลยี

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจึงกังวลว่า หากสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีขั้นตอนซับซ้อนและไม่แน่นอนมากขึ้น ประเทศคู่แข่งด้านการศึกษา เช่น แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย อาจดึงดูดนักศึกษาและบุคลากรทักษะสูงไปแทน

คนไทยที่กำลังเรียนหรือสมัครเรียนควรทำอย่างไร

นักศึกษาไทยที่ถือวีซ่า F-1 หรือกำลังเตรียมสมัครเรียนในสหรัฐฯ ควรตรวจสอบวันสิ้นสุดสถานะของตนเองจากเอกสารราชการ ไม่ควรดูเฉพาะวันหมดอายุบนหน้าวีซ่า เพราะวันหมดอายุของวีซ่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอาจไม่ใช่วันเดียวกัน

ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย หรือ Designated School Official เพื่อยืนยันว่า กฎใหม่ส่งผลต่อหลักสูตร การย้ายสถาบัน การฝึกงานแบบ CPT การทำงานแบบ OPT และการขอต่ออายุอย่างไร

ผู้ที่มีแผนเรียนหลักสูตรเกิน 4 ปี เปลี่ยนสาขา ย้ายมหาวิทยาลัย หรือเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ควรตรวจสอบข้อมูลกับ USCIS กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และสถานศึกษาก่อนดำเนินการทุกครั้ง

กฎดังกล่าวมีกำหนดมีผลหลังประกาศใน Federal Register 60 วัน และยังอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาสหรัฐฯ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงควรติดตามประกาศฉบับทางการ รวมถึงแนวปฏิบัติจาก USCIS และสถานศึกษาอย่างใกล้ชิด เพราะรายละเอียดในการบังคับใช้อาจมีคำชี้แจงเพิ่มเติมภายหลัง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
good4289's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย good4289
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำทำไมรูปภาพถึงแตกและไม่คมชัด หลังอัปโหลดลงโซเชียลมีเดียเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..งวดนี้ 5 มาแรง!!2 โจ๋สุดห้าว! เจอคนจริงไล่บี้หนีตายย้อนศร..หลังแจกกล้วยและแลบลิ้นใส่รถทำไมเขตสัมพันธวงศ์จึงมีพื้นที่เล็กที่สุดในกรุงเทพฯมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายงูบินพาราไดซ์ นักร่อนแห่งพงไพรที่โบยบินได้โดยไม่ต้องมีปีกสามเหลี่ยมทองคำฝั่งลาว มีอะไรน่าสนใจ พร้อมข้อมูลเที่ยวและการเดินทาง10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..งวดนี้ 5 มาแรง!!10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำทำไมเขตสัมพันธวงศ์จึงมีพื้นที่เล็กที่สุดในกรุงเทพฯทำไมรูปภาพถึงแตกและไม่คมชัด หลังอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
2 โจ๋สุดห้าว! เจอคนจริงไล่บี้หนีตายย้อนศร..หลังแจกกล้วยและแลบลิ้นใส่รถจับตาทะเลแดง อิหร่านขอฮูตีเตรียมปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี"โน้ส อุดม-โย อรุณี" ควงคู่หวานกลางสนามบิน..ทำเอาแฟนๆ ฟินไม่ไหวแล้ว!มืออาชีพต้องแบบนี้ นักข่าวหญิงถูกแมลงสาบบินมาเกาะและไต่มาที่คอระหว่างการถ่ายทอดสด! เธอยังคงสงบนิ่งและรายงานข่าวต่อไป
ตั้งกระทู้ใหม่