ประธานสภาฯ สั่งยกเลิกขึ้นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.-สว. 20%
ประธานสภาฯ สั่งยกเลิกขึ้นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.-สว. 20%
แผนปรับขึ้นค่าตอบแทนให้ผู้ช่วย สส. ผู้ช่วย สว. ที่ปรึกษากรรมาธิการ และคณะทำงานทางการเมืองในอัตรา 20% ถูกยกเลิกแล้ว หลังประธานสภาฯ เห็นว่าไม่สอดคล้องกับสถานะการเงินการคลังของประเทศ โดยยืนยันว่าเป็นเพียงการยกเลิกการขึ้นค่าตอบแทน ไม่ใช่การยุบตำแหน่งบุคลากรในรัฐสภา
เดิมทีสภาฯ มีมติปรับขึ้นค่าตอบแทนให้บุคลากรกลุ่มดังกล่าวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 และกำหนดให้ระเบียบมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ล่าสุดแผนดังกล่าวถูกพับเก็บไปก่อนที่จะเริ่มใช้จริง
เหตุผลที่ต้องทบทวนการขึ้นค่าตอบแทน
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า หลังนายโสภณ ซารัมย์ เข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ ได้สั่งให้ทบทวนเรื่องนี้ทันที เนื่องจากเห็นว่าการปรับขึ้นค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับสถานะการเงินการคลังของประเทศในช่วงเวลานี้
ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภาจึงมีมติยกเลิกระเบียบดังกล่าว ส่งผลให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะไม่เสนอของบประมาณสำหรับการปรับขึ้นค่าตอบแทนรายการนี้ในปีงบประมาณ 2570
การยกเลิกก่อนมีผลบังคับใช้ยังหมายความว่า จะไม่มีการปรับเพิ่มภาระงบประมาณตามอัตราที่กำหนดไว้เดิม ขณะที่ค่าตอบแทนของบุคลากรแต่ละตำแหน่งยังคงเป็นไปตามอัตราปัจจุบัน
หากระเบียบเดิมมีผล จะได้รับเพิ่มเท่าไร
ตามรายละเอียดของระเบียบเดิม ผู้ช่วยหรือผู้ชำนาญการประจำตัว สส. จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มจากเดือนละ 15,000 บาท เป็น 18,000 บาท
ส่วนผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. จะได้รับเพิ่มจากเดือนละ 24,000 บาท เป็น 28,800 บาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตรา 20% เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีมติยกเลิกระเบียบแล้ว การปรับค่าตอบแทนตามตัวเลขดังกล่าวจึงจะไม่เกิดขึ้นตามกำหนดเดิม
ย้ำว่าไม่ได้ยุบตำแหน่งผู้ช่วย
ประเด็นสำคัญที่อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด คือ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการยุบตำแหน่งผู้ช่วย สส. ผู้ช่วย สว. ที่ปรึกษากรรมาธิการ หรือบุคลากรในคณะทำงานทางการเมือง
ตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรเหล่านี้ยังคงอยู่ตามเดิม สิ่งที่ถูกยกเลิกมีเพียงระเบียบเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าตอบแทนเท่านั้น
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังยืนยันว่า การทบทวนเรื่องค่าตอบแทนไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวบุคคลแอบอ้างเป็นผู้ช่วย สส. หรือบุคลากรรัฐสภา เนื่องจากนโยบายทบทวนเริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 และมีมติยกเลิกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนที่กรณีดังกล่าวจะกลายเป็นกระแสข่าว
กำชับตรวจประวัติคณะทำงานการเมืองเข้มขึ้น
พร้อมกันนี้ ประธานสภาฯ ได้กำชับให้ตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติของบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานทางการเมืองของประธานและรองประธานสภาอย่างเข้มงวด
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันบุคคลที่มีประวัติหรือคุณสมบัติไม่เหมาะสมเข้ามาปฏิบัติงาน รวมถึงช่วยรักษาความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของรัฐสภาไทย
สรุปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการยกเลิกแผนขึ้นค่าตอบแทน 20% ที่เดิมจะเริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่การเลิกจ้างหรือยุบตำแหน่งผู้ช่วยและบุคลากรทางการเมือง ส่วนอัตราค่าตอบแทนจะยังคงอยู่ในระดับเดิมต่อไป
SOURCES:
เนื้อหาต้นฉบับจากโพสต์ Facebook, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
REFERENCES:
https://www.facebook.com/share/p/1Ldk4eRXFu/
เขียนโดย Fukurou
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ต้นกำเนิดขนมพาย จากภาชนะใส่อาหารที่ไม่ได้ทำไว้ให้กิน
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ทำไมปุ่มตัวเลขบนเครื่องคิดเลขกับโทรศัพท์จึงเรียงต่างกัน
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 กรกฎาคม 2569 รางวัลที่ 1 คือ 639214 ตรวจหวยครบทุกเลข
ไขข้อสงสัย ทำไมร่างกายสั่งให้เราหลับตาทุกครั้งที่จาม
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
SOS ย่อมาจากอะไร? คำตอบจริงอาจไม่ใช่ Save Our Souls
เจาะลึกพฤติกรรมคนไทยปี 2026 ยืนหนึ่งสาย "คุยเล่น-ไลฟ์สไตล์" ครองแชมป์ใช้ Gemini มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมปุ่มตัวเลขบนเครื่องคิดเลขกับโทรศัพท์จึงเรียงต่างกัน
ต้นกำเนิดขนมพาย จากภาชนะใส่อาหารที่ไม่ได้ทำไว้ให้กิน
8 โรคที่ต้องแจ้งทันตแพทย์ก่อนขูดหินปูน!
เจาะลึกพฤติกรรมคนไทยปี 2026 ยืนหนึ่งสาย "คุยเล่น-ไลฟ์สไตล์" ครองแชมป์ใช้ Gemini มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระเป๋าเล็กบนกางเกงยีนส์ไม่ได้มีไว้แค่ใส่เหรียญ แล้วใช้งานอย่างไรได้บ้าง?
SOS ย่อมาจากอะไร? คำตอบจริงอาจไม่ใช่ Save Our Souls
“สรรเพชญ” ลงพื้นที่พะวง เร่งผลักดัน 2 โครงการแก้ตลิ่งพัง-น้ำท่วม ยกระดับความปลอดภัยชุมชนและคุณภาพชีวิตประชาชน
เนื้อเพลงฮิต 5 อันดับแรก ที่กลายเป็นวลีเด็ดทางวัฒนธรรม
ทอม ครูซ เตรียมร่วมพิธีปิดฟุตบอลโลก 2026 ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ
ทำไมญี่ปุ่นจึงถูกจับตา หลังมีรายงานสายลับรัสเซียใช้โตเกียวเป็นฐานปฏิบัติการ