ทะเลสาบสงขลาเกิดสันดอนทรายคล้าย “หลังมังกร” คนแห่ไปชมด้วยตา
“ทะเลสาบสงขลา” กลายเป็นจุดที่หลายคนพูดถึงในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม หลังมีสันดอนทรายขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมากลางทะเลสาบ ลักษณะเป็นแนวยาวคดเคี้ยว เมื่อมองจากระยะไกลคล้าย “สันหลังมังกร” จนทำให้นักท่องเที่ยวและชาวเน็ตจำนวนมากเดินทางไปชมด้วยตาตัวเอง
แม้หลายคนจะเรียกกันว่า “หลังมังกร” แต่ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักบริเวณนี้ในชื่อ “หาดในเล” ซึ่งเป็นสันดอนทรายกลางทะเลสาบสงขลา บริเวณบ้านโพธิ์โม หมู่ที่ 6 ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
หลังจากมีภาพถูกเผยแพร่ในสื่อและโซเชียลมีเดีย สถานที่แห่งนี้ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นภาพธรรมชาติที่ดูแปลกตา โดยเฉพาะแนวทรายที่ทอดยาวกลางน้ำ ทำให้หลายคนตั้งใจมาเดินเล่น ถ่ายรูป และชมบรรยากาศของทะเลสาบในช่วงน้ำลด
ทำไมสันดอนทรายถึงโผล่ขึ้นมา?
ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี ระดับน้ำในทะเลสาบสงขลามักลดลง ทำให้บางครั้งมีสันดอนทรายโผล่ขึ้นมาให้เห็นอยู่แล้ว
แต่ปีนี้แตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา เพราะช่วงปลายปีก่อนมีฝนตกหนักและตกต่อเนื่อง น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำได้พัดพาทรายจำนวนมากลงมาสะสมในทะเลสาบ เมื่อระดับน้ำลดลง ทรายที่สะสมไว้จึงโผล่ขึ้นมาเป็นสันดอนขนาดใหญ่กว่าที่เคยเกิดขึ้น จนดูคล้ายแนวหลังมังกรกลางน้ำ
จุดที่ทำให้ภาพนี้สะดุดตา คือแนวทรายที่มีความยาวและโค้งไปตามสภาพพื้นที่ เมื่อมองจากมุมสูงหรือมองจากระยะไกล จึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายสันหลังของสัตว์ขนาดใหญ่
จุดเด่นของ “หาดในเล”
บริเวณสันดอนทรายแห่งนี้มีจุดที่สูงกว่าระดับน้ำโดยรอบประมาณ 1 เมตร ทำให้มองเห็นแนวทรายได้ชัดเจนกลางทะเลสาบ และยังมีสันดอนทรายอีกแห่งอยู่ไม่ไกล ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำประมาณ 40 เซนติเมตร
รอบ ๆ สันดอนทรายยังเป็นพื้นที่น้ำตื้นในรัศมีประมาณ 100 เมตร โดยระดับน้ำลึกเพียงประมาณ 30-40 เซนติเมตร นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินเล่น ลุยน้ำ หรือเล่นน้ำได้ค่อนข้างสะดวกในช่วงที่สภาพอากาศและระดับน้ำเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลักษณะนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามระดับน้ำ ฝน และกระแสน้ำในแต่ละวัน ผู้ที่ต้องการไปชมควรตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องเส้นทาง การเดินทางด้วยเรือ และสภาพอากาศ
ไปชมธรรมชาติแบบไม่รบกวนพื้นที่
แม้ “หาดในเล” จะกลายเป็นจุดถ่ายรูปที่หลายคนสนใจ แต่สิ่งสำคัญคือการท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง เพราะพื้นที่กลางทะเลสาบยังเป็นระบบนิเวศและแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน
หากเดินทางไปชม ควรระวังพื้นทรายที่อาจยุบตัวหรือมีจุดลื่น สวมรองเท้าที่เหมาะกับการลุยน้ำ ไม่ทิ้งขยะลงทะเลสาบ และควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่รบกวนสัตว์น้ำหรือวิถีชีวิตของชุมชน
ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นอาจเป็นเวลาที่เหมาะกับการชมบรรยากาศมากกว่า เพราะแดดไม่แรงจนเกินไป และยังช่วยให้ถ่ายภาพแนวสันดอนทรายได้สวยขึ้น แต่ก็ควรติดตามสภาพอากาศก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
สันดอนทรายคล้าย “หลังมังกร” แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่จุดเช็กอินใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในทะเลสาบสงขลา ที่บางช่วงเวลาอาจเผยภาพสวยงามแปลกตาให้คนได้เห็น หากไปชมอย่างเข้าใจและช่วยกันดูแล พื้นที่แห่งนี้ก็จะยังคงเป็นเสน่ห์ของพัทลุงและทะเลสาบสงขลาต่อไป
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
มีนายกไทยที่เคยติดคุกหรือไม่?
แนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก
ไดโนเสาร์มีขนจริงหรือ
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
โลกร้อนขึ้นจริงไหม
7 คู่สีเสื้อผ้าที่แต่งง่าย ดูดี และไม่มีวันตกเทรนด์
ประเทศที่เจอฟอสซิลไดโนเสาร์มากที่สุด
มีนายกไทยที่เคยติดคุกหรือไม่?
ไดโนเสาร์มีขนจริงหรือ
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
7 นิสัยที่ทำให้ผิวหน้าพังโดยไม่รู้ตัว
ประเทศที่เจอฟอสซิลไดโนเสาร์มากที่สุด
🇹🇭 เห็นทุกปี แต่เคยสงสัยไหม? ทำไมวันที่ 28 กรกฎาคม ถึงมี "ธงสีเหลือง" เต็มบ้านเต็มเมือง
โซเชียลไทยถล่ม "เพจสถานทูตจีน" ยับ! หลังจี้สอบปม รปภ.ใช้กำลังกับแฟนคลับจีน ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายถีบ จนท.ก่อน
รู้ยัง? ฟุตบอลโลก 2030 มีเจ้าภาพหลัก สเปน โปรตุเกส โมร็อกโก พร้อมจัดใหญ่ฉลอง 100 ปี!
Meta เปิดตัว Facebook Verified เครื่องหมายติ๊กถูกฟรี ยืนยันบัญชีผู้ใช้มีตัวตนจริง แยกจาก Meta Verified แบบเสียเงิน

