6 สิ่งของธรรมดาๆ ที่คุณอาจไม่รู้ว่าเคยเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีกรรมฝังศพ
6 สิ่งของธรรมดาๆ ที่คุณอาจไม่รู้ว่าเคยเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีกรรมฝังศพ
เมื่อเรามองไปรอบตัวในบ้าน เราจะเห็นสิ่งของธรรมดามากมาย เช่น หมอน น้ำหอม เครื่องสำอาง อ่างอาบน้ำ หรือ แปรงสีฟัน... เราแทบไม่เคยตั้งคำถามว่า "สิ่งของเหล่านี้มีที่มาอย่างไร?" เพราะเราคิดว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น!! แต่เมื่อศึกษาประวัติศาสตร์จะพบว่า "หลายสิ่งที่เราใช้กันทุกวันกลับมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย งานศพ และ การเตรียมร่างของผู้เสียชีวิต" ในอารยธรรมโบราณอย่างน่าประหลาดใจ... อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ คือ "สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อคนตายตั้งแต่แรกทั้งหมด บางอย่างมีอยู่แล้วแต่ถูกนำมาใช้ในพิธีศพ ในขณะที่บางอย่างได้รับการพัฒนา หรือ ได้รับความนิยมจากการใช้งานในพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย ก่อนจะค่อยๆกลายมาเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คนในเวลาต่อมา...
ตัวอย่างแรกคือ "หมอน" ทุกวันนี้หมอนมีไว้เพื่อช่วยให้เรานอนหลับสบาย แต่ในอดีต หมอนไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้นุ่มหรือสบายเหมือนในปัจจุบัน ในดินแดน "เมโสโปเตเมียโบราณ" ผู้คนใช้แท่นรองศีรษะที่ทำจากหินแข็งหรือไม้ แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆเพื่อใช้รองศีรษะของผู้เสียชีวิต จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อความสบาย แต่เพื่อช่วยพยุงศีรษะให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่า "จะช่วยปกป้องวิญญาณและรักษาสภาพร่างกายของผู้ตาย" ในอียิปต์ก็มีการฝังศพพร้อมแท่นรองศีรษะที่สลักคำอธิษฐาน ถึงเทพเจ้าเพื่อคุ้มครองผู้ตาย ส่วนในจีนและญี่ปุ่นก็มีการใช้หมอนที่ทำจากไม้ หิน หรือหยก ซึ่งเชื่อว่าความเย็นของวัสดุจะช่วยชะลอการเน่าเปื่อย และ ช่วยให้ผู้ตายเดินทางสู่โลกหลังความตายได้อย่างสงบ
อีกสิ่งหนึ่งคือ "วิกผม" ทุกวันนี้วิกถูกใช้เพื่อความสวยงาม แฟชั่น หรือ ช่วยผู้ที่ผมร่วง แต่ในอียิปต์โบราณ วิกผมมีบทบาทสำคัญในพิธีศพ นักบวชจะโกนศีรษะของผู้ตายแล้วสวมวิกที่ทำจากเส้นผมมนุษย์ เส้นใยพืช หรือ ขนสัตว์ให้กับศพ เพราะเชื่อว่า "ผู้ตายควรมีรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์เมื่อเดินทางไปสู่โลกหลังความตาย" โดยวิกบางชิ้นถูกตกแต่งอย่างประณีตด้วยสีทอง และ ถูกจัดแต่งทรงให้คล้ายกับชนชั้นสูงหรือฟาโรห์ เพื่อแสดงถึงเกียรติยศและสถานะ หลังจากนั้น... เมื่อชาวกรีกและชนชาติอื่นเข้ามาติดต่อกับอียิปต์ พวกเขาก็นำแนวคิดการใช้วิกไปใช้ในชีวิตประจำวัน จนในที่สุดวิกผมก็กลายเป็นเครื่องประดับแฟชั่น และ สัญลักษณ์ของความสง่างามในหลายๆอารยธรรม
"น้ำหอม" ก็เป็นอีกตัวอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ปัจจุบันเราใช้น้ำหอมเพื่อให้ร่างกายมีกลิ่นหอมและสร้างความมั่นใจ แต่ในสมัยโบราณ... หน้าที่สำคัญของน้ำหอม คือ "ช่วยลดกลิ่นจากการเน่าเปื่อยของศพ" โดยผู้ทำพิธีศพในเมโสโปเตเมียและอียิปต์จะผสมยางไม้ กำยาน เมอร์ อบเชย สมุนไพร และ น้ำมันหอมต่างๆ แล้วทาลงบนร่างผู้ตายและผ้าพันศพ เพื่อช่วยปกปิดกลิ่นและชะลอการเสื่อมสภาพของร่างกาย ชาวโรมันก็ใช้น้ำมันหอมในสุสาน ส่วนอารยธรรมในทวีปอเมริกาใต้ก็ใช้เรซินจากพืช ร่วมกับไขมันสัตว์ในการดองศพ เมื่อเวลาผ่านไป สูตรน้ำหอมที่เคยใช้ในพิธีศพได้รับการพัฒนาให้มีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น จนกลายเป็นสินค้าหรูหราที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
"เครื่องสำอาง" ก็มีประวัติที่เชื่อมโยงกับพิธีศพเช่นกัน ในอียิปต์โบราณ นักบวชจะทาเครื่องสำอางให้กับมัมมี่ก่อนนำไปฝัง พวกเขาใช้โคห์ลสีดำทารอบดวงตา ใช้เม็ดสีเขียวจากแร่ธรรมชาติทาบริเวณคิ้ว และ ใช้สีแดงแต่งริมฝีปากหรือแก้ม เพราะเชื่อว่า "การตกแต่งใบหน้าจะช่วยให้ผู้ตาย กลับมามีรูปลักษณ์สมบูรณ์ พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในโลกหลังความตาย" นอกจากนี้ยังเชื่อว่า "เครื่องสำอางบางชนิดมีพลังป้องกันวิญญาณชั่วร้ายด้วย!!" ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเริ่มนำเทคนิคการแต่งหน้าเหล่านี้ มาใช้กับคนที่ยังมีชีวิตเพื่อความสวยงาม จนกลายเป็นวัฒนธรรมการแต่งหน้าที่แพร่หลายไปทั่วโลก...
แม้แต่ "อ่างอาบน้ำ" ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยในช่วงศตวรรษที่ 19 ของอังกฤษ โรงงานที่ผลิตโลงศพหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนมาผลิตอ่างอาบน้ำเหล็กหล่อ เนื่องจากสามารถใช้แม่พิมพ์ เทคนิคการขึ้นรูป และ การเคลือบผิวแบบเดียวกันได้ รูปร่างของอ่างอาบน้ำยุคแรกหลายแบบ จึงมีลักษณะคล้ายโลงศพอย่างเห็นได้ชัด บางเอกสารยังระบุว่า "มีการเรียกผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างไม่เป็นทางการว่า "โลงอาบน้ำ"" อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าว่าบางคนถึงกับนำโลงศพจริงมาดัดแปลงเป็นอ่างอาบน้ำ แม้เรื่องนี้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าการผลิตอ่างอาบน้ำในยุคแรก ได้รับอิทธิพลจากอุตสาหกรรมทำโลงศพไม่น้อย!!
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ "แปรงสีฟัน" ในอดีตการทำความสะอาดช่องปาก ไม่ได้มีไว้สำหรับคนเป็นเท่านั้น!! หลายอารยธรรมเชื่อว่า "ผู้ตายควรมีร่างกายที่สะอาดสมบูรณ์ ก่อนเดินทางไปยังโลกหลังความตาย" ซึ่งนักบวชในเมโสโปเตเมีย ใช้กิ่งไม้ที่ปลายถูกทำให้แตกเป็นเส้นคล้ายแปรง เพื่อขัดฟันของผู้เสียชีวิต ส่วนในอียิปต์มีการใช้เครื่องมือขนาดเล็กทำความสะอาดฟัน และ ทาเรซินที่มีกลิ่นหอมลงในช่องปากของศพ เพื่อแสดงความเคารพ ในประเทศจีน ช่วงราชวงศ์ถัง มีการผลิตแปรงด้ามกระดูกที่ติดขนหมูและฝังไว้พร้อมกับผู้ตาย โดยเชื่อว่าผู้ตายจะสามารถใช้สิ่งของเหล่านี้ในโลกหน้าได้!!
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 ปริศนาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยังถูกถกเถียงจนถึงวันนี้
7 บทลงโทษ “หนึ่งในโทษประหารที่รุนแรงที่สุดของจีนโบราณ”
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
ชายปริศนาแห่งซอมเมอร์ตัน คดีเก่า 70 ปีที่ยังมีคำถามค้างคา
กินเผ็ดแล้วน้ำมูกไหล เกิดจากอะไร อันตรายไหม?
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
1 Day Vlog with Her (นางสนมระดับสูง) ตามติดชีวิตนางสนมระดับสูง 1 วันทำอะไรบ้าง?
อำเภอที่เจริญมากที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในต่างจังหวัดของไทย
สองเพื่อนซี้จากแก๊งลูกเสือ ทุบสถิติโลก "กางเต็นท์เร็วที่สุด" ด้วยเวลาเพียง 1 นาที!
“ไป๋สุ่ยไถ” ระเบียงธารน้ำขาว ความงามของธรณีวิทยาที่แชงกรีลา
แนวทางเลขเด็ด "หวยปฏิทินจีน" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..งวดนี้มีเลขเด่นอะไร!
😃 ชวนลองเข้ามาดูช็อตเด็ดจากรางวัลภาพถ่ายสัตว์ป่าสุดฮาที่ทำให้เราถึงกับขำกลิ้ง 😆
ศาลลาวตัดสินจำคุกตลอดชีวิตนักธุรกิจไทยข้อหาคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำของอีดีแอล
"โน้ส อุดม" พาแฟนไปเจอคุณแม่แล้ว! พีคหนักเจอคำถามทำใจฝ่อ
"เจนนี่ BLACKPINK" โดนถล่มหนัก! หลังโพสต์เก่าที่โปรโมทแว่นตา..กลายมาเป็นประเด็นให้ถกเถียงกัน
3 ความสามารถลับ ของสัตว์โลก!!