วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตจำกัดอำนาจสงครามทรัมป์ ปมอิหร่าน
วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านมติอำนาจสงครามด้วยคะแนน 50 ต่อ 48 เสียง หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านมาก่อนหน้า แม้มติยังมีข้อถกเถียงเรื่องผลทางกฎหมาย แต่แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองชัดเจนขึ้น
วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 50 ต่อ 48 เสียง เห็นชอบมติอำนาจสงครามที่มุ่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หากไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านมติเดียวกันไปก่อนหน้า และถูกมองเป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อทำเนียบขาวในช่วงที่ประเด็นอิหร่านยังอยู่ในสายตาของสภาคองเกรส
ประเด็นที่ทำให้ข่าวนี้ถูกจับตา ไม่ใช่เพียงคะแนนที่เฉียดฉิว แต่เป็นการที่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนโหวตร่วมกับเดโมแครต ในจังหวะที่ทรัมป์ยังต้องการแรงสนับสนุนจากพรรคของตัวเองต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศ
มติที่ผ่านวุฒิสภาระบุให้ประธานาธิบดีถอดถอนกองกำลังสหรัฐฯ ออกจากการเป็นคู่ขัดแย้งกับอิหร่าน เว้นแต่จะได้รับอำนาจจากรัฐสภา หรือเกี่ยวข้องกับการป้องกันตนเองตามเงื่อนไขที่กฎหมายรองรับ
Reuters รายงานว่า นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กฎหมาย War Powers Resolution ปี 1973 ที่ทั้งสองสภาของสหรัฐฯ ผ่านมติในลักษณะที่สั่งให้ประธานาธิบดีถอนกองกำลังออกจากสถานการณ์สู้รบ
คะแนน 50 ต่อ 48 และเสียงแตกในรีพับลิกัน
การลงมติในวุฒิสภาครั้งนี้มีรีพับลิกัน 4 คนลงคะแนนสนับสนุนร่วมกับเดโมแครต ได้แก่ ซูซาน คอลลินส์, แรนด์ พอล, บิล แคสสิดี และลิซา เมอร์คาวสกี ขณะที่จอห์น เฟตเตอร์แมน วุฒิสมาชิกเดโมแครตจากเพนซิลเวเนีย ลงคะแนนคัดค้าน
สมาชิกรีพับลิกัน 2 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมโหวต คือ มิทช์ แมคคอนเนลล์ และเดฟ แมคคอร์มิค ซึ่ง Reuters ระบุว่าการขาดหายของทั้งสองคนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้มติผ่านได้ด้วยคะแนนเฉียดฉิว
ก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรผ่านมติเดียวกันด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง โดยมีรีพับลิกัน 4 คนโหวตร่วมกับเดโมแครตเช่นกัน ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นหนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนแรงต้านต่อการใช้อำนาจด้านสงครามของฝ่ายบริหาร
ทำเนียบขาวชี้มติไม่มีผลผูกพัน
ฝั่งทำเนียบขาวโต้กลับว่ามติดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญทางกฎหมาย เพราะไม่ต้องส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม และไม่มีผลบังคับใช้โดยตรง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยังระบุว่า สหรัฐฯ ได้ยุติการเป็นคู่ขัดแย้งแล้วภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เมษายน ตามมุมมองของฝ่ายบริหาร
จุดนี้ทำให้มติดังกล่าวมีสถานะซับซ้อน แม้ผ่านทั้งสองสภา แต่ยังมีข้อถกเถียงว่ามีผลทางกฎหมายจริงเพียงใด เนื่องจากฝ่ายบริหารตั้งคำถามต่อรัฐธรรมนูญของ War Powers Act ส่วนผู้สนับสนุนมติมองว่า รัฐสภาต้องมีบทบาทในการอนุมัติการทำสงคราม
Reuters รายงานด้วยว่า ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายบางส่วนมองว่าประเด็นนี้อาจต้องไปจบที่ศาล หากมีการท้าทายผลผูกพันของมติในอนาคต
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญในเชิงการเมือง
สำหรับผู้อ่านไทย ข่าวนี้ช่วยให้เห็นการตรวจสอบอำนาจฝ่ายบริหารในระบบการเมืองสหรัฐฯ โดยเฉพาะเรื่องสงคราม ซึ่งมีผลต่อการทูต ความมั่นคง ราคาพลังงาน และทิศทางความสัมพันธ์ในตะวันออกกลาง
แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมักถูกจับตาในตลาดโลก เพราะเกี่ยวข้องกับเส้นทางพลังงาน ราคาน้ำมัน และบรรยากาศการลงทุนระหว่างประเทศ
The Guardian รายงานว่า มติดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ชี้ว่าชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่มั่นใจต่อผลลัพธ์ของสงครามอิหร่าน และมีความกังวลต่อความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง
ในเชิงการเมืองภายในสหรัฐฯ มตินี้ยังเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันต้องรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ทำให้เสียงแตกภายในพรรคถูกจับตามากกว่าปกติ
สิ่งที่ยังต้องติดตาม
แม้มติจะผ่านทั้งสองสภาแล้ว แต่คำถามสำคัญยังอยู่ที่ผลปฏิบัติจริง หากทำเนียบขาวยืนยันว่าไม่มีผลผูกพัน และไม่มีฝ่ายใดสามารถบังคับใช้ผ่านกระบวนการศาลได้ทันที มติดังกล่าวอาจมีน้ำหนักเชิงสัญลักษณ์มากกว่าผลทางกฎหมาย
อีกด้านหนึ่ง สภาคองเกรสยังมีอำนาจตรวจสอบงบประมาณและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยเฉพาะหากมีผลต่อโครงการนิวเคลียร์หรือการใช้เงินสนับสนุนทางทหารในอนาคต
สำหรับตอนนี้ มติ 50 ต่อ 48 เสียงจึงเป็นทั้งสัญญาณเตือนทางการเมืองต่อทรัมป์ และเป็นบททดสอบสำคัญของเส้นแบ่งอำนาจระหว่างประธานาธิบดีกับรัฐสภาสหรัฐฯ ในเรื่องการทำสงคราม
KEY TAKEAWAYS:
- วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านมติอำนาจสงครามต่ออิหร่านด้วยคะแนน 50 ต่อ 48 เสียง
- รีพับลิกัน 4 คนโหวตร่วมกับเดโมแครต ขณะที่เดโมแครต 1 คนโหวตค้าน
- สภาผู้แทนราษฎรผ่านมติเดียวกันไปก่อนหน้า ด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง
- ทำเนียบขาวระบุว่ามติดังกล่าวไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย
- ประเด็นที่ต้องติดตามคือ มตินี้จะมีผลจริงเพียงใด หากฝ่ายบริหารไม่ยอมปฏิบัติตาม
แหล่งที่มา: Reuters, The Guardian
อ้างอิง:
https://www.reuters.com/world/us/us-senate-joins-house-voting-halt-iran-war-rebuking-trump-2026-06-23/
https://www.theguardian.com/us-news/2026/jun/23/trump-iran-war-powers-resolution
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
คลื่นร้อนยุโรปกระทบปารีส หอไอเฟล–ลูฟร์ปิดเร็วหนีอุณหภูมิสูง
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ยาน Perseverance วิ่งมาราธอนบนดาวอังคาร ครบ 42 กม. หลังทำงาน 5 ปี
อยู่ใกล้คนมากขึ้น แต่ทำไมหลายคนกลับรู้สึกว่าไม่รู้จักใครจริง ๆ
สูตรหวยลาวจากสถิติย้อนหลัง เลขเด่น
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
5 รายละเอียดในหนังสยองขวัญ ที่ซ่อนความหมายไว้มากกว่าฉากหลอน
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน
สถานที่กางเต็นท์ท่ามกลางธรรมชาติที่น่าไปที่สุดในประเทศไทย
กรรมมีจริงไหม ทำไมบางคนทำผิดแต่ยังดูสบายดี
สูตรหวยลาวจากสถิติย้อนหลัง เลขเด่น
5 รายละเอียดในหนังสยองขวัญ ที่ซ่อนความหมายไว้มากกว่าฉากหลอน
ยาน Perseverance วิ่งมาราธอนบนดาวอังคาร ครบ 42 กม. หลังทำงาน 5 ปี

