ตอไม้สักยักษ์โผล่กลางแม่น้ำน่าน ชาวบ้านเล่าตำนานเก่าเมืองพิษณุโลก
ระดับน้ำในแม่น้ำน่านลดลงจนตอไม้สักขนาดใหญ่โผล่บริเวณหน้าวัดน้อย จ.พิษณุโลก ทำให้เรื่องเล่าที่ชาวบ้านพูดถึงกันมาหลายสิบปีกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
ตอไม้สักขนาดใหญ่ที่จมอยู่ในแม่น้ำน่าน กลับมาโผล่ให้เห็นชัดบริเวณหน้าวัดน้อย จังหวัดพิษณุโลก หลังระดับน้ำลดลงต่อเนื่องในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 จุดที่พบอยู่ใกล้ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและบริเวณวังจันทน์ ทำให้ชาวบ้านและผู้สนใจพากันไปดูด้วยตา รวมถึงมีบางส่วนเดินทางไปกราบไหว้ตามความเชื่อท้องถิ่น
ข้อมูลจากต้นฉบับระบุว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ระดับน้ำแม่น้ำน่านบริเวณตัวเมืองพิษณุโลกจากสถานีตรวจวัด N5A อยู่ที่ 1.29 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 108.3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำที่ลดลงทำให้ส่วนหนึ่งของตอไม้สีเข้มโผล่พ้นผิวน้ำอย่างชัดเจน
ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงซากไม้กลางน้ำสำหรับคนในพื้นที่ แต่ยังเกี่ยวพันกับเรื่องเล่าที่ถูกถ่ายทอดกันมายาวนาน ทั้งเรื่องไม้สักขนาดใหญ่ที่เคยปรากฏเป็นช่วง ๆ และความเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวมีความศักดิ์สิทธิ์
จุดที่ตอไม้โผล่ และเหตุผลที่คนสนใจ
ตอไม้ดังกล่าวปรากฏบริเวณหน้าวัดน้อย ใกล้พื้นที่สำคัญของเมืองพิษณุโลก เมื่อข่าวแพร่ออกไป ผู้คนจำนวนหนึ่งพายเรือเข้าไปใกล้จุดที่ตอไม้โผล่ พร้อมนำดอกไม้ ธูป และเครื่องสักการะไปบูชา
ในเชิงข่าว ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือระดับน้ำที่ลดลงจนทำให้ตอไม้สักขนาดใหญ่ปรากฏชัดกว่าที่เคย ส่วนที่สองคือเรื่องเล่าท้องถิ่นที่ผูกกับแม่น้ำน่านและชุมชนริมฝั่งมาเป็นเวลานาน
ชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าตอไม้มีอายุเก่าแก่มาก เพราะเนื้อไม้มีสีเข้มและมีลักษณะคล้ายไม้กลายเป็นหิน แต่ในข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่มีผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยันอายุจริงของตอไม้ จึงควรแยกให้ชัดระหว่าง “ความเชื่อของชาวบ้าน” กับ “ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว”
คำบอกเล่าจากคนในพื้นที่
ธนาเกียรติ ชะบัง อายุ 66 ปี รองผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลหัวรอ ให้ข้อมูลว่า เขารู้จักตอไม้ต้นนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพราะเติบโตอยู่ริมแม่น้ำน่านและเคยเห็นลำต้นไม้สักขนาดใหญ่อยู่บริเวณใกล้ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหลายครั้ง
เขายังเล่าว่า เมื่อปี 2555 เคยมีกลุ่มผู้ศรัทธาจากจังหวัดพิจิตรเดินทางมาประกอบพิธีเกี่ยวกับตอไม้ และพยายามนำขึ้นจากแม่น้ำ โดยว่าจ้างเครนขนาดใหญ่และใช้เรือช่วยลาก แต่ตอไม้ไม่ขยับ จนสุดท้ายต้องล้มเลิกความพยายาม
ข้อมูลส่วนนี้เป็นคำบอกเล่าจากคนในพื้นที่ ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมตอไม้กลางแม่น้ำน่านจึงมีความหมายมากกว่าการพบซากไม้ทั่วไป เพราะมันถูกผูกกับความทรงจำของชุมชนและเหตุการณ์ในอดีตที่คนท้องถิ่นยังเล่าต่อกันมา
ตำนานไม้สักที่ลอยไม่ผ่านวัดใหญ่
เรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงมาก คือเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้น ตอไม้หรือลำต้นไม้ขนาดใหญ่มักลอยไปตามกระแสน้ำจากบริเวณวัดยางหมี่มโน ผ่านวัดโพธิยาน ไปถึงวัดน้อย แต่ไม่เคยลอยเลยไปถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก
โสภณ แสงตาละห์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ระบุว่า เคยเห็นปรากฏการณ์นี้ด้วยตนเองประมาณ 2–3 ครั้ง และผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนยังเล่าเรื่องอุบัติเหตุของคนที่เคยว่ายน้ำข้ามแม่น้ำบริเวณดังกล่าวในอดีต จนทำให้คนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำผ่านจุดนั้น
ส่วนพระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิยาน ให้ข้อมูลว่า เรื่องไม้สักยักษ์กลางแม่น้ำน่านเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ตามคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน เคยมีไม้ขนาดใหญ่จำนวน 5 ท่อนลอยอยู่ในแม่น้ำ โดยเคลื่อนตัวไปทางใต้แต่ไม่เคยผ่านวัดใหญ่ และบางครั้งลอยย้อนกลับขึ้นไปทางต้นน้ำแต่ไม่เลยวัดยาง
เคยโผล่ชัดมาแล้วในอดีต
พระครูสุนทรโรจนคุณยังเล่าว่า ประมาณปี 2540 ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเคยลดลงจนทำให้ลำต้นไม้ขนาดใหญ่ปรากฏชัดบริเวณหน้าวัดโพธิยาน ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาดูด้วยความสนใจ ก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึงและลำต้นไม้จมหายลงไปใต้น้ำอีกครั้ง
หลังจากนั้น มีชาวบ้านบางกลุ่มจัดพิธีกรรมเพื่อเชิญให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นอีก แต่ตามคำบอกเล่าไม่ประสบความสำเร็จ เรื่องนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานริมแม่น้ำน่านที่ถูกพูดถึงซ้ำเมื่อระดับน้ำลดและตอไม้กลับมาโผล่
ในมุมของการรายงานข่าว สิ่งที่ยืนยันได้คือมีตอไม้สักขนาดใหญ่โผล่กลางแม่น้ำน่านหลังระดับน้ำลด และมีคำบอกเล่าจากคนในพื้นที่เกี่ยวกับประวัติของตอไม้ ส่วนเรื่องอายุที่แน่ชัด ความเป็นไม้กลายเป็นหิน หรือที่มาทางโบราณคดี ยังไม่มีหลักฐานยืนยันในต้นฉบับ
การปรากฏของตอไม้ครั้งนี้จึงเป็นทั้งเหตุการณ์ธรรมชาติจากระดับน้ำที่ลดลง และเป็นจุดที่ทำให้เรื่องเล่าท้องถิ่นของเมืองพิษณุโลกกลับมาอยู่ในสายตาผู้คนอีกครั้ง โดยเฉพาะในชุมชนที่ผูกพันกับแม่น้ำน่านมายาวนาน
- ตอไม้สักขนาดใหญ่โผล่กลางแม่น้ำน่าน บริเวณหน้าวัดน้อย จ.พิษณุโลก หลังระดับน้ำลดลง
- ข้อมูลต้นฉบับระบุว่า 21 มิถุนายน 2569 ระดับน้ำบริเวณตัวเมืองอยู่ที่ 1.29 เมตร
- ชาวบ้านบางส่วนเดินทางไปดูและกราบไหว้ตามความเชื่อท้องถิ่น
- คนในพื้นที่เล่าว่าตอไม้เกี่ยวพันกับตำนานริมแม่น้ำน่านมาหลายสิบปี
- ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในต้นฉบับที่ยืนยันอายุจริงหรือที่มาของตอไม้
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
ทำไมผู้ชายทำกับข้าวเป็นถึงดูมีเสน่ห์ในสายตาผู้หญิงมากกว่าที่หลายคนคิด
เจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
ญี่ปุ่นขึ้นค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. ใครต้องจ่ายแพงขึ้นบ้าง
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ชาเขียวหรือชาดำ ถ้าดื่มเพื่อคุมน้ำตาล แบบไหนน่าจับตากว่า
ปลาคาร์ป จากปลาอาหารสู่ปลาสวยงามราคาสูง ทำไมถึงมีค่าขนาดนี้
6 ตัวละครทีวีที่คนดูจำได้ ทั้งที่แทบไม่เคยเห็นหน้า
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
สนามบินที่ตั้งคร่อมอยู่ใน 2 จังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
Cat Toothpaste Helps — But Only If You Use It the Right Way
ชาเขียวหรือชาดำ ถ้าดื่มเพื่อคุมน้ำตาล แบบไหนน่าจับตากว่า
6 ตัวละครทีวีที่คนดูจำได้ ทั้งที่แทบไม่เคยเห็นหน้า
ปลาคาร์ป จากปลาอาหารสู่ปลาสวยงามราคาสูง ทำไมถึงมีค่าขนาดนี้
อาหารแสนอร่อยของไทย ที่ต่างชาติมองว่าเป็นอาหารไทยที่เผ็ดที่สุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล





