สวนสัตว์จีนเปิดรับ “คนแต่งเป็นหมีดำ” เงินปีละแสนหยวน งานแปลกที่ทำให้โซเชียลถกกันสนั่น
สวนสัตว์ในมณฑลเหอหนานกลายเป็นไวรัล หลังประกาศรับคนใส่ชุดหมีดำเดินเล่นและโต้ตอบกับนักท่องเที่ยว พร้อมเงื่อนไขแปลกอย่าง “ห้ามพูดภาษาคน” ระหว่างทำงาน
งานที่ฟังเหมือนมุกในโซเชียล แต่เกิดขึ้นจริงในจีน เมื่อสวนสัตว์ป่าเมืองลั่วเหอ มณฑลเหอหนาน เปิดรับคนมารับบทเป็น “หมีดำ” โดยเสนอค่าตอบแทนรายปี 100,000 หยวน หรือราว 465,000 บาท พร้อมเงื่อนไขที่ทำให้ชาวเน็ตหยุดเลื่อนฟีดทันที คือระหว่างทำงานต้องไม่พูดภาษาคน
ตำแหน่งนี้ไม่ใช่การเลี้ยงสัตว์ ไม่ใช่ไกด์ และไม่ใช่มาสคอตทั่วไปในห้าง แต่เป็นนักแสดงที่ต้องสวมชุดหมีดำ เดินอยู่ในพื้นที่สวนสัตว์ โต้ตอบกับนักท่องเที่ยว เต้น ยืนนิ่ง กระโดด ทำท่าทางแปลก ๆ และรับอาหารจากผู้เข้าชมได้ตามรูปแบบกิจกรรมที่สวนสัตว์วางไว้
จากข้อมูลในประกาศรับสมัคร ผู้สมัครต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี ไม่จำกัดเพศ สุขภาพแข็งแรง และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การแสดงระดับมืออาชีพ จุดที่ทำให้ประกาศนี้ถูกพูดถึงมากที่สุด คือข้อกำหนดว่า ระหว่างอยู่ในงานต้องงดพูดภาษาคน ยกเว้นกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือผู้เข้าชมต้องการความช่วยเหลือ
แทนที่จะพูด ผู้รับบทหมีดำต้องใช้ภาษากาย ท่าทาง และเสียงแบบสัตว์ในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยว บางสื่อจีนรายงานเพิ่มเติมว่า คนที่มีบุคลิกร่าเริง กล้าปล่อยตัว ไม่กลัวการเข้าสังคม และรับการป้อนอาหารจากนักท่องเที่ยวได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ยืนยันกับสื่อจีนว่า ตำแหน่งนี้มีอยู่จริง โดยสวนสัตว์อยู่ในช่วงทดลองดำเนินการ และตำแหน่งดังกล่าวมีผู้ได้รับคัดเลือกแล้วในบางรายงาน ขณะที่รายงานของ Global Times ระบุว่า มีผู้สมัครเกือบ 100 คนให้ความสนใจกับงานนี้ หลังประกาศกลายเป็นไวรัล
ประเด็นนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่เพราะ “งานแปลก” แต่เพราะมันแตะหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการตลาดของสวนสัตว์ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว งานบริการยุคใหม่ และเส้นแบ่งระหว่างความบันเทิงกับความเข้าใจของผู้เข้าชม
ฝั่งสวนสัตว์อธิบายว่า แนวคิดนี้ถูกวางไว้เพื่อเพิ่มประสบการณ์แบบมีส่วนร่วมให้กับนักท่องเที่ยว โดยให้คนในชุดหมีดำสามารถโต้ตอบได้ยืดหยุ่นกว่า และลดความเสี่ยงจากการให้คนเข้าใกล้หมีจริงโดยตรง เหตุผลนี้ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวถูกมองได้ทั้งในมุม “กิจกรรมสร้างสีสัน” และ “กลยุทธ์ดึงคนเข้าพื้นที่”
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า ถ้านักท่องเที่ยวบางคนเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นคือหมีจริง สวนสัตว์ควรชี้แจงอย่างไรให้ชัดเจน เพราะกิจกรรมแนวนี้อาจกลายเป็นความเข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่ที่คนคาดหวังว่าจะได้เห็นสัตว์จริง
เรื่องนี้ยังทำให้หลายคนย้อนนึกถึงกรณีสวนสัตว์หางโจวเมื่อปี 2023 ที่เคยถูกชาวเน็ตสงสัยว่า “หมีหมา” หรือ sun bear เป็นคนใส่ชุดหรือไม่ ก่อนที่สวนสัตว์จะออกมาปฏิเสธและยืนยันว่าเป็นหมีจริง เหตุการณ์นั้นทำให้ภาพจำเรื่อง “หมีเหมือนคน” ในสวนสัตว์จีนกลายเป็นมุกไวรัลระดับนานาชาติ
ต่างกันตรงที่กรณีลั่วเหอครั้งนี้ สวนสัตว์ไม่ได้ปฏิเสธว่ามีคนแต่งเป็นหมี แต่ประกาศรับสมัครอย่างเปิดเผยว่าเป็น “นักแสดงหมีดำ” จึงเปลี่ยนประเด็นจากคำถามว่า “นี่คือหมีจริงไหม” ไปเป็น “สวนสัตว์ควรทำกิจกรรมแบบนี้อย่างไรให้โปร่งใสและไม่ทำให้คนเข้าใจผิด”
สำหรับคนอ่านไทย เรื่องนี้อาจดูไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วใกล้กับประสบการณ์ท่องเที่ยวมากกว่าที่คิด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลกกำลังแข่งขันกันด้วยกิจกรรมที่ถ่ายรูปได้ แชร์ง่าย และสร้างไวรัลได้เร็ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าไอเดียนี้ตลกหรือแปลกแค่ไหน แต่คือผู้เข้าชมได้รับข้อมูลชัดเจนพอหรือไม่ว่า สิ่งที่กำลังดูคือสัตว์จริง กิจกรรมการแสดง หรือประสบการณ์จำลอง
อีกมุมหนึ่ง งานนี้ยังสะท้อนภาพของ “งานบริการเชิงแสดง” ที่พนักงานไม่ได้แค่ทำหน้าที่ แต่ต้องสร้างอารมณ์ร่วมให้ผู้ชม ตั้งแต่การเต้น ท่าทาง ไปจนถึงการควบคุมตัวเองไม่ให้พูดในเวลางาน แม้ประกาศจะถูกเล่าด้วยน้ำเสียงขำขัน แต่เงื่อนไขเรื่องอากาศร้อน ชุดหนา และการทำงานกลางแจ้ง ก็เป็นจุดที่ชาวเน็ตจีนตั้งคำถามไม่น้อย
สรุปแล้ว ข่าวสวนสัตว์จีนรับคนแต่งเป็นหมีดำจึงไม่ใช่แค่เรื่องแปลกในอินเทอร์เน็ต แต่เป็นตัวอย่างของสถานที่ท่องเที่ยวที่พยายามสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนอยากมาเยือน ขณะเดียวกันก็เปิดคำถามเรื่องความชัดเจน ความปลอดภัย และขอบเขตของความบันเทิงในพื้นที่ที่ผู้คนคาดหวังความจริงจากสัตว์ป่า
- สวนสัตว์ป่าเมืองลั่วเหอ มณฑลเหอหนาน ประกาศรับคนแต่งเป็นหมีดำ พร้อมค่าตอบแทนรายปี 100,000 หยวน
- งานนี้ต้องสวมชุดหมีดำ โต้ตอบกับนักท่องเที่ยว เต้น กระโดด ยืนนิ่ง และรับอาหารจากผู้เข้าชม
- เงื่อนไขที่ทำให้ไวรัลคือ ระหว่างทำงานต้องไม่พูดภาษาคน ยกเว้นกรณีจำเป็น
- สวนสัตว์ให้เหตุผลว่าเป็นกิจกรรมเพื่อเพิ่มประสบการณ์และลดความเสี่ยงจากการใกล้ชิดหมีจริง
- ประเด็นที่ยังถูกถกเถียงคือ ความโปร่งใสต่อผู้เข้าชม และขอบเขตของการใช้การแสดงในสวนสัตว์
แหล่งที่มา:
Global Times, Sohu, Sina, The Washington Post, Al Jazeera, ข้อมูลต้นฉบับจากผู้ใช้
อ้างอิง:
https://www.globaltimes.cn/page/202606/1363764.shtml
https://m.sohu.com/a/1037448007_121345914
https://www.washingtonpost.com/world/2023/08/01/china-sun-bear-zoo-standing-human/
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
ตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้
บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสีย
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
หญิงอินโดนีเซียเสียชีวิตหลังถูกงูเหลือมยักษ์ทำร้าย สิ่งที่ควรรู้จากเหตุการณ์บนเกาะทาลิอาบู
10 เรื่องที่ควรรู้เรื่อง AI ก่อนใช้จริงในชีวิตประจำวัน
เหล่าทาสต้องรู้ ให้ “ข้าวคลุกทู” เสี่ยงอันตราย?
แมวขาวมณี ทำไมแมวไทยตาสวยสายพันธุ์นี้จึงถูกเรียกว่าอัญมณีแห่งสยาม
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสีย
ตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้
บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก
แรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คน
หญิงอินโดนีเซียเสียชีวิตหลังถูกงูเหลือมยักษ์ทำร้าย สิ่งที่ควรรู้จากเหตุการณ์บนเกาะทาลิอาบู
เงินเฟ้อ พ.ค. 69 ขึ้น 2.79% ทำไมหลายบ้านยังรู้สึกว่าเงินหายเร็ว
หญิงอินโดนีเซียเสียชีวิตหลังถูกงูเหลือมยักษ์ทำร้าย สิ่งที่ควรรู้จากเหตุการณ์บนเกาะทาลิอาบู
อังกฤษเตรียมห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ TikTok
ฝนหนัก 17–19 มิ.ย. 69 เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันก่อนเดินทาง
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 5.5 เขย่าใกล้โตเกียว ทำไมเตือนภัยมือถือดังพร้อมกันหลายพื้นที่
