ญี่ปุ่นส่งคดีอดีตแพทย์ฝึกหัด ใช้กล้องนาฬิกาแอบถ่ายหญิงตั้งครรภ์

คดีอดีตแพทย์ฝึกหัดในญี่ปุ่นถูกกล่าวหาว่าใช้กล้องนาฬิกาแอบถ่ายหญิงตั้งครรภ์ก่อนคลอด กำลังถูกจับตาเพราะแตะประเด็นใหญ่กว่าคดีอาญา นั่นคือความเป็นส่วนตัวและความไว้วางใจของผู้ป่วยในโรงพยาบาล
สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า อดีตแพทย์ฝึกหัดชายวัย 26 ปี ซึ่งเคยสังกัดโรงพยาบาลในจังหวัดชิกะ ถูกส่งเอกสารคดีให้พนักงานอัยการ หลังถูกสงสัยว่าใช้กล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่ในนาฬิกาข้อมือ บันทึกภาพหญิงตั้งครรภ์ในช่วงก่อนคลอดภายในโรงพยาบาล
คดีนี้ไม่ได้เริ่มจากโรงพยาบาลโดยตรง แต่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่พบเบาะแสจากอีกเหตุการณ์หนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เมื่อชายรายดังกล่าวถูกจับในโอซาก้า หลังถูกสงสัยว่าพยายามแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนหญิงในห้างสรรพสินค้า จากนั้นการตรวจสอบเพิ่มเติมจึงนำไปสู่การพบอุปกรณ์กล้องขนาดเล็กและไฟล์ภาพจำนวนมาก
ตามรายงานของ FNN และคันไซทีวี ผู้ถูกกล่าวหาให้การในทำนองว่าเคยแอบถ่าย “ประมาณ 100 ครั้ง” และอ้างว่าการถ่ายภาพหญิงตั้งครรภ์ก่อนคลอดเป็นไปเพื่อการเรียนรู้ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้กำลังถูกตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม และยังต้องย้ำว่าเป็นสถานะ “ถูกกล่าวหา/ถูกส่งคดี” ไม่ใช่คำพิพากษาสุดท้ายของศาล
สิ่งที่ทำให้คดีนี้ถูกวิจารณ์หนัก คือสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่ผู้ป่วยควรรู้สึกปลอดภัยมากที่สุด โดยเฉพาะห้องคลอดหรือห้องผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยอยู่ในภาวะเปราะบาง ต้องพึ่งพาบุคลากรทางการแพทย์ และไม่สามารถควบคุมสถานการณ์รอบตัวได้เหมือนพื้นที่สาธารณะทั่วไป
ในมุมกฎหมาย ญี่ปุ่นมี “กฎหมายลงโทษการถ่ายภาพท่าทางทางเพศและการจัดการบันทึกภาพที่ถูกยึด” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2023 โดยกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นอธิบายว่า กฎหมายนี้มุ่งคุ้มครองสิทธิของบุคคลไม่ให้ภาพร่างกายหรือสภาพทางเพศของตนถูกถ่ายหรือถูกนำไปให้ผู้อื่นเห็นโดยขัดต่อเจตนา
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คดีของคนคนหนึ่ง แต่เป็นคำถามต่อระบบความปลอดภัยในโรงพยาบาลว่า จะป้องกันอุปกรณ์บันทึกภาพขนาดเล็กได้อย่างไร จะตรวจสอบการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวของบุคลากรในพื้นที่อ่อนไหวอย่างไร และจะสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยได้อย่างไรว่า การรักษาจะไม่กลายเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว
สำหรับคนไข้และครอบครัว สิ่งที่ควรรู้คือการถ่ายภาพหรือวิดีโอในบริบททางการแพทย์ควรมีเหตุผลชัดเจน มีขอบเขตการใช้งาน และควรเป็นไปตามกฎของสถานพยาบาล หากผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายใจ สามารถถามได้ว่าใครอยู่ในห้อง มีอุปกรณ์ใดใช้บันทึกภาพหรือไม่ และภาพดังกล่าวถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด
คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย แต่บทเรียนที่เห็นชัดคือ ความปลอดภัยของผู้ป่วยไม่ได้จบแค่การรักษาถูกต้องหรือแพทย์มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ความเป็นส่วนตัว ศักดิ์ศรี และการยินยอมของผู้ป่วยก็เป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยในระบบสาธารณสุขเช่นกัน
แหล่งที่มา: HK01 / FNN / กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น
อ้างอิง:
https://www.hk01.com/article/60359145
https://www.fnn.jp/articles/-/1058219
https://www.moj.go.jp/keiji1/keiji12_00200.html
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
อยากถูกหวย ศาสนาต่าง ๆ มองโชคลาภอย่างไร และอะไรคือความจริงที่ควรรู้
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
ยังไม่ซื้อบ้านหรือรถ อาจฉลาดกว่า ถ้ายังต้องการสภาพคล่องชีวิต
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ไบซันไม่ใช่ควาย โคอาล่าไม่ใช่หมี 3 สัตว์ที่ชื่อพาเข้าใจผิด
10 ความเข้าใจผิดเรื่องกาแฟที่คนทำงานทำทุกเช้า ดื่มถูกเวลาอาจได้ผลต่างกัน
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
10 ความเข้าใจผิดเรื่องรักษ์โลก ใช้แบบไหนถึงช่วยจริง
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
อยากถูกหวย ศาสนาต่าง ๆ มองโชคลาภอย่างไร และอะไรคือความจริงที่ควรรู้
ไบซันไม่ใช่ควาย โคอาล่าไม่ใช่หมี 3 สัตว์ที่ชื่อพาเข้าใจผิด
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
ไบซันไม่ใช่ควาย โคอาล่าไม่ใช่หมี 3 สัตว์ที่ชื่อพาเข้าใจผิด
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
F-16 และ Gripen บินหน้าฝนได้ไหม แยกข้อเท็จจริงจากกระแสโซเชียล
จากตำนาน "มือถือหนีบหน้าอก" สู่ผู้สื่อข่าวสายสตรอง: การคัมแบ็กในวัย 41 ปีของ Larissa Riquelme


