คอนโดล้นตลาด 3.5 แสนยูนิต! ผู้เชี่ยวชาญชี้ คนซื้อกำลังได้เปรียบที่สุดในรอบหลายปี
คอนโดกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังมีห้องเหลือขายราว 350,000 ยูนิต ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ข่าวร้ายของผู้พัฒนาโครงการ แต่อาจเป็นจังหวะสำคัญของคนที่กำลังคิดจะซื้อคอนโดเพื่ออยู่จริง
ข้อมูลจาก Knight Frank Thailand ระบุว่า ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ และปริมณฑลในไตรมาส 1 ปี 2569 มีสต็อกคงค้างประมาณ 350,000 ยูนิต หากไม่มีอุปทานใหม่จำนวนมากเข้ามาเพิ่ม อาจต้องใช้เวลาประมาณ 5–6 ปีในการระบายสต็อกเหล่านี้
ตัวเลขนี้ทำให้ตลาดคอนโดเข้าสู่ช่วงที่ “ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น” แต่ไม่ได้หมายความว่าคอนโดทุกแห่งจะราคาถูกลงทันที หรือทุกทำเลจะน่าซื้อเหมือนกันหมด
สิ่งที่เปลี่ยนไปคืออำนาจต่อรอง
ในอดีต โครงการเปิดใหม่หลายแห่งขายได้เร็ว โดยเฉพาะช่วงตลาดคอนโดคึกคักก่อนโควิด แต่วันนี้ภาพต่างออกไปมาก อัตราการจองของโครงการเปิดใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงเหลือ 24.3% จาก 43.8% ในไตรมาสก่อนหน้า
แปลแบบง่าย ๆ คือ คอนโดเปิดขายใหม่ 100 ยูนิต มีคนจองประมาณ 24 ยูนิตเท่านั้น
สาเหตุไม่ได้แปลว่าคนไม่อยากมีบ้านหรือไม่อยากซื้อคอนโดอีกแล้ว แต่ผู้ซื้อระวังตัวมากขึ้น รายได้ต้องพอผ่อนจริง ดอกเบี้ยต้องรับไหว ทำเลต้องใช้งานได้ และราคาต้องคุ้มพอเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น
ไม่มีคอนโดใหม่ใน CBD สะท้อนอะไร
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ไตรมาสแรกปี 2569 ไม่มีโครงการคอนโดใหม่เปิดตัวในพื้นที่ CBD หรือย่านศูนย์กลางธุรกิจเลยแม้แต่โครงการเดียว
เรื่องนี้สะท้อนว่าผู้พัฒนาโครงการเริ่มระวังต้นทุนที่ดินและราคาขายมากขึ้น เพราะคอนโดใจกลางเมืองมักมีต้นทุนสูง ทำให้ราคาขายต่อยูนิตสูงตามไปด้วย ขณะที่กำลังซื้อของตลาดไม่ได้พร้อมรับราคาแพงเหมือนเดิม
โครงการใหม่จึงขยับออกไปยังพื้นที่รอบใจกลางเมืองและชานเมืองมากขึ้น โดยข้อมูลระบุว่าโครงการเปิดใหม่กว่า 58% อยู่ในพื้นที่รอบใจกลางเมือง และอีก 42% อยู่ในพื้นที่ชานเมือง
พูดง่าย ๆ คือ ผู้พัฒนาเริ่มหันไปหาตลาดที่ราคาจับต้องได้มากกว่าเดิม
คอนโดใหม่ส่วนใหญ่เริ่มลงมาจับตลาดแมส
ข้อมูลราคายิ่งสะท้อนภาพนี้ชัดขึ้น เพราะกว่า 68% ของคอนโดเปิดใหม่อยู่ในระดับต่ำกว่า 80,000 บาทต่อตารางเมตร
นี่เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังขยับจากการขายคอนโดหรูหรือขายนักลงทุน ไปสู่การขายคนอยู่จริงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาคอนโดราคาไม่สูงเกินไป อยู่ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก และผ่อนต่อเดือนไม่เกินกำลัง
แต่ต้องระวังว่า “ราคาถูกลง” ไม่ได้แปลว่า “คุ้ม” เสมอไป
บางโครงการอาจลดราคาเพราะทำเลแข่งขันสูง บางโครงการอาจเหลือห้องตำแหน่งไม่ดี บางแห่งอาจมีค่าส่วนกลางสูง หรือปล่อยเช่ายากกว่าที่คิด คนซื้อจึงต้องดูมากกว่าป้ายโปรโมชั่น
ยอดโอนโต แต่ไม่ได้แปลว่าตลาดแข็งแรงเต็มที่
แม้อัตราจองจะลดลง แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการรัฐ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอน
ตัวเลขนี้ควรอ่านให้ถูก
ยอดโอนที่เพิ่มขึ้นหมายความว่ามีคนตัดสินใจซื้อและโอนจริงมากขึ้นในช่วงนั้น แต่ไม่ได้ลบปัญหาสต็อกค้างที่สะสมมาหลายปี เพราะตลาดยังมีห้องเหลือขายจำนวนมาก และกำลังซื้อโดยรวมยังเปราะบาง
ดังนั้นภาพรวมตอนนี้ไม่ใช่ “ตลาดพัง” และไม่ใช่ “ตลาดกลับมาร้อนแรง” แต่เป็นตลาดที่ผู้ซื้อเลือกมากขึ้น และผู้ขายต้องปรับตัวมากขึ้น
คนซื้อคอนโดควรดูอะไรเป็นพิเศษ
ถ้ากำลังคิดจะซื้อคอนโดในช่วงนี้ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่รีบตัดสินใจเพราะเห็นคำว่าโปรแรง แต่ควรใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์
- เทียบหลายโครงการในทำเลเดียวกัน
ถ้าโครงการหนึ่งลดราคา อีกโครงการอาจให้ของแถมมากกว่า หรือมีห้องตำแหน่งดีกว่า อย่าดูแค่ราคาขายต่อยูนิต ให้ดูราคาต่อตารางเมตร ขนาดห้อง ชั้น ทิศ วิว ค่าส่วนกลาง และระยะเดินทางจริง
- ดูสต็อกเหลือขายของโครงการ
ถ้าโครงการเหลือห้องจำนวนมาก อาจต่อรองได้มากขึ้น แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเหลือเพราะอะไร ถ้าเหลือเพราะทำเลอ่อน ห้องอับ หรือปล่อยเช่ายาก ราคาถูกก็อาจไม่คุ้ม
- เช็กภาระผ่อนจริงหลังหมดโปร
โปรโมชั่นช่วงแรกอาจทำให้ดูผ่อนเบา แต่ต้องคำนวณหลังหมดช่วงโปรด้วยว่าไหวหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าดอกเบี้ยเปลี่ยน รายได้ไม่แน่นอน หรือมีหนี้อื่นอยู่แล้ว
- แยกซื้ออยู่เองกับซื้อลงทุน
ถ้าซื้ออยู่เอง ให้ดูชีวิตประจำวันเป็นหลัก เช่น เดินทางสะดวกไหม แหล่งงานอยู่ใกล้แค่ไหน ของกิน โรงพยาบาล และระบบขนส่งตอบโจทย์หรือเปล่า
แต่ถ้าซื้อลงทุน ต้องดูค่าเช่าจริงในพื้นที่ อัตราห้องว่าง คู่แข่งในทำเลเดียวกัน และราคาขายต่อในอนาคต ไม่ใช่ดูแค่คำโฆษณาว่า “ปล่อยเช่าง่าย”
- ต่อรองมากกว่าราคา
ช่วงที่สต็อกเหลือมาก คนซื้ออาจไม่ได้ต่อรองได้แค่ราคาห้อง แต่อาจต่อรองเรื่องค่าโอน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าส่วนกลางล่วงหน้า ที่จอดรถ หรือเงื่อนไขการผ่อนดาวน์ได้ด้วย
สัญญาณนี้เป็นโอกาสของใคร
คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดอาจไม่ใช่นักเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง มีรายได้มั่นคง กู้ผ่าน และมีเวลาค่อย ๆ เปรียบเทียบหลายโครงการ
เพราะตลาดแบบนี้ทำให้คนซื้อไม่ต้องรีบตัดสินใจจากความกลัวว่าจะพลาดดีล แต่สามารถเดินดูของจริง ขอข้อเสนอหลายที่ แล้วค่อยเลือกโครงการที่เหมาะกับชีวิตและกำลังผ่อนของตัวเองมากที่สุด
ส่วนคนที่หวังซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร ต้องระวังมากกว่าเดิม เพราะสต็อกที่ยังมีจำนวนมากอาจกดดันทั้งค่าเช่าและราคาขายต่อในบางทำเล
สรุปแล้วควรซื้อไหม
คำตอบไม่ใช่ซื้อหรือไม่ซื้อแบบเหมารวม
ถ้าเจอโครงการทำเลดี ราคาเหมาะกับรายได้ ห้องใช้งานได้จริง และต่อรองเงื่อนไขได้ดี ช่วงนี้อาจเป็นจังหวะที่น่าสนใจ
แต่ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องรายได้ การกู้ หรือทำเลที่เลือก การรอและเปรียบเทียบเพิ่มอาจปลอดภัยกว่า
ตัวเลขคอนโดค้างสต็อก 350,000 ยูนิตจึงไม่ได้บอกแค่ว่าตลาดมีปัญหา แต่บอกว่าคนซื้อมีเวลาคิดมากขึ้น มีตัวเลือกมากขึ้น และมีโอกาสต่อรองมากขึ้น
ในตลาดที่ผู้ขายต้องเร่งระบายสต็อก คนที่ได้เปรียบที่สุดอาจไม่ใช่คนที่รีบซื้อก่อนใคร แต่คือคนที่เช็กละเอียด ต่อรองเป็น และไม่ซื้อเกินกำลังของตัวเอง
อ้างอิง:
https://www.nationthailand.com/business/property/40067333
https://spacebar.th/business/knight-frank-thailand-condo
https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470840
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
เชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ




