5 หนังสือที่ถูกอ้างว่าเขียนผ่านวิญญาณ เรื่องลี้ลับในโลกวรรณกรรม
บางเล่มดังเพราะนักเขียนมีชีวิตอยู่ บางเล่มกลับดังเพราะมีคนอ้างว่า “คนตาย” เป็นผู้เล่าให้เขียน หนังสือกลุ่มนี้จึงไม่ได้น่าสนใจแค่ความหลอน แต่ยังสะท้อนความอยากรู้ของมนุษย์ว่า เส้นแบ่งระหว่างจินตนาการ จิตใต้สำนึก และความเชื่อเรื่องวิญญาณอยู่ตรงไหน
เรื่องแบบนี้ควรอ่านในฐานะ “ตำนานวรรณกรรม” มากกว่าหลักฐานว่าผีมีจริง เพราะหลายกรณีมีเอกสารว่าเคยตีพิมพ์จริง มีคนเกี่ยวข้องจริง และมีเสียงวิจารณ์จริง แต่สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้คือ ข้อความเหล่านั้นมาจากวิญญาณจริงหรือไม่
หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Jap Herron นิยายปี 1917 ที่ เอมิลี แกรนท์ ฮัทชิงส์ อ้างว่าได้รับการบอกเล่าผ่านกระดานอุยจาจากวิญญาณของ มาร์ก ทเวน หลังนักเขียนดังเสียชีวิตไปแล้วหลายปี เรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเชื่อส่วนตัว เพราะชื่อของมาร์ก ทเวนถูกนำไปผูกกับหนังสือ จน คลารา คลีเมนส์ ลูกสาวของเขาไม่พอใจและมีการดำเนินคดีเพื่อหยุดการใช้ชื่อพ่อในทางที่เธอมองว่าไม่เหมาะสม
ความน่าสนใจของ Jap Herron จึงไม่ได้อยู่ที่เนื้อเรื่องเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คำถามว่า “ใครมีสิทธิ์ใช้ชื่อของนักเขียนหลังเขาตายไปแล้ว” ถ้าวิญญาณพิสูจน์ไม่ได้ สิ่งที่เหลืออยู่คือประเด็นเรื่องชื่อเสียง มรดกทางวรรณกรรม และความเชื่อของสังคมยุคนั้นที่ยังให้พื้นที่กับกระดานอุยจาอย่างมาก
อีกกรณีคือ The Sorry Tale งานที่เกี่ยวข้องกับ เพิร์ล เคอร์แรน หญิงชาวเซนต์หลุยส์ที่อ้างว่าสื่อสารกับวิญญาณชื่อ เพเชนซ์ เวิร์ธ ผ่านกระดานอุยจา เรื่องของเพเชนซ์ เวิร์ธโด่งดังมาก เพราะไม่ได้มีแค่ข้อความสั้น ๆ แต่มีทั้งนิยาย บทกวี และงานเขียนจำนวนมาก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ในสังคมอเมริกันช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Smithsonian ระบุว่า Pearl Curran ถูกมองเหมือนผู้จดคำจาก Patience Worth และ The Sorry Tale ตีพิมพ์ในปี 1917 พร้อมเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์จำนวนหนึ่ง
ฝ่ายที่เชื่อมองว่านี่คือเสียงจากอีกโลก ส่วนฝ่ายที่ไม่เชื่อมักอธิบายว่า เพิร์ลอาจมีพรสวรรค์ด้านภาษาอยู่แล้ว หรืออาจดึงความรู้ที่ซึมซับไว้โดยไม่รู้ตัวออกมาในรูปแบบตัวตนสมมติ ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน กรณีนี้ยังน่าสนใจ เพราะทำให้เห็นว่าบางครั้ง “นักเขียน” อาจไม่ได้เป็นเพียงชื่อบนปก แต่เป็นตัวละครที่สังคมช่วยกันสร้างความหมายขึ้นมา
เล่มที่ต่างออกไปคือ Divine Comedies ของกวีอเมริกัน เจมส์ เมอร์ริล งานชิ้นนี้ไม่ได้อยู่แค่ในหมวดเรื่องแปลก เพราะได้รับการยอมรับจริงในวงการวรรณกรรม และคว้ารางวัล Pulitzer Prize สาขากวีนิพนธ์ โดย The Pulitzer Prizes ระบุชื่อ Divine Comedies เป็นผลงานชนะรางวัลของ James Merrill
สิ่งที่ทำให้กรณีของเมอร์ริลน่าสนใจคือ เขากับ เดวิด แจ็กสัน ใช้กระดานอุยจาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงานกวี โดยมีชื่อวิญญาณ Ephraim เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สำหรับผู้อ่านวรรณกรรม งานของเมอร์ริลมักถูกมองซับซ้อนกว่านั้น เพราะกระดานอุยจาอาจเป็นทั้งความเชื่อ เครื่องมือเล่นกับภาษา หรือวิธีเปิดพื้นที่ให้จินตนาการทำงานในรูปแบบที่ไม่ปกติ
ถัดมาคือ A Wanderer in the Spirit Lands หนังสือปี 1896 ที่อ้างว่าเล่าเรื่องจากวิญญาณชื่อ Franchezzo โดย A. Farnese ทำหน้าที่เหมือนผู้ถ่ายทอด หนังสือเล่มนี้พาผู้อ่านเข้าสู่ภาพโลกหลังความตาย มีดินแดนมืด ดินแดนสว่าง การชดใช้ และการค่อย ๆ ยกระดับทางจิตวิญญาณ Internet Archive ระบุข้อมูลหนังสือฉบับปี 1896 พร้อมชื่อ Franchezzo และ A. Farnese ไว้ในรายการหนังสือ
เล่มนี้อ่านได้สองทาง ทางหนึ่งคืออ่านแบบความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย อีกทางคืออ่านแบบวรรณกรรมจินตนาการที่ใช้ภาพนรก สวรรค์ และการไถ่บาปมาอธิบายศีลธรรมของมนุษย์ จุดที่ควรจำคือ รายละเอียดที่มากไม่ได้แปลว่าพิสูจน์ได้จริงเสมอไป แต่มันช่วยให้เห็นว่าในยุคนั้น ผู้คนใช้เรื่องโลกวิญญาณอธิบายความผิด ความหวัง และความกลัวของตัวเองอย่างไร
เล่มสุดท้ายคือ A Vision ของ วิลเลียม บัตเลอร์ เยตส์ กวีไอริชเจ้าของรางวัลโนเบล งานนี้เกิดจากการทดลอง automatic writing กับภรรยา จอร์จี ไฮด์-ลีส์ หลังแต่งงานกันไม่นาน ข้อความจำนวนมากที่เกิดขึ้นถูกนำไปพัฒนาเป็นระบบความคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ จิตวิญญาณ วัฏจักรชีวิต และสัญลักษณ์ต่าง ๆ JSTOR Daily อธิบายว่า George Yeats มีบทบาทสำคัญในโลกความคิดลี้ลับของ Yeats และเกี่ยวข้องกับงาน A Vision อย่างมาก
กรณีของ Yeats ทำให้เรื่องนี้ลึกกว่า “ผีเขียนหนังสือ” เพราะมันแตะคำถามว่า แรงบันดาลใจมาจากไหนกันแน่ บางอย่างอาจมาจากความเชื่อ บางอย่างอาจมาจากจิตใต้สำนึก บางอย่างอาจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนที่ช่วยกันสร้างระบบความคิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ถ้าจะอ่านหนังสือกลุ่มนี้ให้สนุกและไม่หลงทาง มี 3 อย่างที่ควรแยกออกจากกันให้ชัด
อย่างแรกคือ หนังสือมีอยู่จริงหรือไม่ หลายเล่มมีประวัติการตีพิมพ์และชื่อผู้เกี่ยวข้องจริง
อย่างที่สองคือ ผู้เกี่ยวข้องอ้างอะไร เช่น อ้างว่าสื่อสารผ่านกระดานอุยจา ผ่าน automatic writing หรือผ่านการรับข้อความจากวิญญาณ
อย่างสุดท้ายคือ ข้ออ้างนั้นพิสูจน์ได้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในพื้นที่ของความเชื่อ การตีความ และประวัติศาสตร์วัฒนธรรม มากกว่าจะเป็นข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
นี่คือเหตุผลที่หนังสือเหล่านี้ยังมีเสน่ห์ แม้เวลาจะผ่านไปนานมากแล้ว เพราะมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องผี แต่เล่าเรื่องความกลัวตาย ความหวังว่าจะยังมีบางอย่างหลังความตาย และความลึกลับของสมองมนุษย์ที่บางครั้งก็สร้างภาษา เรื่องราว และตัวตนขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง
สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่าเสียงที่อยู่หลังหนังสือเหล่านี้คือวิญญาณจริง จิตใต้สำนึก หรือฝีมือของคนที่มีพรสวรรค์ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดคือ หนังสือเหล่านี้ทำให้โลกวรรณกรรมมีพื้นที่แปลกประหลาดที่ทั้งน่ากลัว น่าคิด และน่าถามต่อว่า งานเขียนหนึ่งเล่มจำเป็นต้องมี “ผู้เขียน” เพียงคนเดียวเสมอไปหรือไม่
แหล่งที่มา: TwainQuotes / Smithsonian Magazine / The Pulitzer Prizes / JSTOR Daily / Internet Archive
อ้างอิง: https://www.twainquotes.com/japherron.html, https://www.smithsonianmag.com/arts-culture/excerpts-frompatience-worthsthe-sorry-tale-65242095/, https://www.pulitzer.org/winners/james-merrill, https://daily.jstor.org/wb-yeats-live-in-spirit-medium/, https://archive.org/details/wandererinspirit1896fran
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
วัดป่าภูหายหลง สวรรค์บนดิน ปากช่อง นครราชสิมา




