ร้านอาหารเล็กติดหล่มไทยช่วยไทย พลัส ยอดขายหายแต่เข้าไม่ถึงสิทธิรัฐ
เขียนโดย ศุภกร เจริญกิจ
ร้านอาหารเล็กหลายแห่งกำลังเจอปัญหาซ้อนกันสองด้าน ลูกค้าถามหาไทยช่วยไทย พลัสมากขึ้น แต่บางร้านกลับเข้าโครงการไม่ได้ ขณะที่ยอดขายลด ต้นทุนเพิ่ม และต้องประคองลูกจ้างไว้เหมือนเดิม
ประเด็นนี้เริ่มชัดขึ้นหลังสมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ขอให้พิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ประมาณ 2–5 ล้านบาทต่อปี กลุ่มนี้เป็นร้านที่ไม่ได้ใหญ่ระดับเชน แต่ก็มีรายได้เกินเกณฑ์เดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ คือร้านอาหารกลุ่มนี้จำนวนมากอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม มีการจ้างงาน ส่งประกันสังคม และมีพนักงานประมาณ 5–20 คนต่อร้าน ตามข้อมูลที่สมาคมภัตตาคารไทยสะท้อนผ่านสื่อเศรษฐกิจ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมักเป็นร้านที่มียอดขายเฉลี่ยวันละ 10,000–30,000 บาท หรือรายได้ราว 2–5 ล้านบาทต่อปี
ปัญหาของร้านเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ “ไม่ได้ส่วนลดจากรัฐ” แต่คือเมื่อลูกค้าถามว่าใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัสได้หรือไม่ แล้วพบว่าใช้ไม่ได้ บางส่วนอาจเลือกไปร้านอื่นที่เข้าร่วมโครงการแทน ฐานเศรษฐกิจระบุว่า สมาชิกสมาคมภัตตาคารไทยในหลายพื้นที่สะท้อนว่ามีลูกค้าเดินเข้ามาถามเรื่องสิทธิ และบางร้านต้องปฏิเสธลูกค้าหลายสิบรายต่อวัน
ไทยช่วยไทย พลัส เป็นโครงการที่รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ผ่านแอปเป๋าตัง โดยเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ใช้ได้ระหว่างเวลา 06.00–23.00 น. ส่วนการสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีเริ่มวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00–21.00 น.
เงื่อนไขหลักที่คนใช้สิทธิควรรู้ คือโครงการให้วงเงินสมทบเดือนละ 1,000 บาทต่อคน รวม 4 เดือน ใช้จ่ายได้สูงสุดวันละ 200 บาทต่อคนต่อวัน และวงเงินที่เหลือในแต่ละเดือนไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้
ฝั่งประชาชนตอบรับโครงการค่อนข้างแรง Thai PBS รายงานว่า วันที่ 2 ของการลงทะเบียนมียอดสะสม 25.1 ล้านคน และมีร้านค้าพร้อมใช้งาน 5.4 แสนร้านค้า ขณะที่วันแรกของการใช้สิทธิ มีผู้ใช้สิทธิ 8.9 แสนคน เงินสะพัด 170 ล้านบาท และมีร้านค้าที่ได้รับเงินจากโครงการแล้วกว่า 200,000 ร้านค้า

แต่เมื่อโครงการได้รับความนิยมมาก ร้านที่เข้าไม่ได้จึงยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันชัดขึ้น เพราะผู้บริโภคมีแรงจูงใจจะเลือกร้านที่ใช้สิทธิได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังเป็นเรื่องใหญ่ของครัวเรือน และการจ่ายค่าอาหารแต่ละมื้อถูกตัดสินใจจากความคุ้มค่ามากขึ้น
สมาคมภัตตาคารไทยระบุว่า ช่วงไตรมาส 2 ร้านอาหารจำนวนมากเผชิญยอดขายลดลงเฉลี่ย 30–50% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นราว 15–20% ยังไม่รวมค่าแรง ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่าสถานประกอบการ ค่าการตลาด และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี
ภาพที่เกิดขึ้นจึงเป็นสถานการณ์ “รายได้ลดลง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น” ร้านอาหารบางแห่งอาจยังเปิดต่อได้ แต่กำไรบางลง บางร้านต้องลดค่าใช้จ่าย ลดชั่วโมงพนักงาน หรือชะลอการจ้างงานใหม่ ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อไปตลอดช่วงโครงการ 4 เดือน ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่เจ้าของร้านเท่านั้น
ร้านอาหารเล็กยังเชื่อมกับห่วงโซ่เศรษฐกิจหลายชั้น ตั้งแต่คนขายผัก เนื้อสัตว์ วัตถุดิบ ขนส่ง พนักงานหน้าร้าน พนักงานครัว ไปจนถึงไรเดอร์เดลิเวอรี สมาคมภัตตาคารไทยระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 7 แสนล้านบาทต่อปี และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานจำนวนมาก
ประเด็นที่สมาคมภัตตาคารไทยเสนอจึงไม่ใช่การเปิดทางให้ร้านอาหารขนาดใหญ่หรือเชนใหญ่เข้าร่วมโครงการ แต่ต้องการให้รัฐมองเห็นร้านอาหารขนาดเล็กที่อยู่ในระบบภาษีและมีรายได้เกินเกณฑ์เพียงบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ 2–5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งยังมีภาระต้นทุนและการจ้างงานเหมือนธุรกิจจริงทั่วไป
สำหรับคนทั่วไป เรื่องนี้อาจกระทบใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะถ้าร้านอาหารที่คุ้นเคยเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือ ในระยะสั้นลูกค้าอาจเลือกใช้สิทธิกับร้านอื่น แต่ในระยะยาวร้านเดิมอาจต้องขึ้นราคา ลดเมนู ลดพนักงาน หรือปิดบางช่วงเวลาเพื่อประคองต้นทุน
จุดที่ต้องจับตาต่อ คือรัฐบาลจะปรับเกณฑ์รายได้ เปิดมาตรการเสริม หรือมีช่องทางช่วยเหลือร้านอาหารกลุ่มนี้อย่างไร โดยเฉพาะก่อนที่การใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีจะเริ่มเต็มรูปแบบ เพราะเมื่อการใช้สิทธิย้ายขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น การแข่งขันระหว่างร้านที่เข้าโครงการได้กับร้านที่เข้าไม่ได้อาจยิ่งชัดกว่าเดิม
ถ้ารัฐขยายเกณฑ์ให้ครอบคลุมร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ 2–5 ล้านบาทต่อปีมากขึ้น มาตรการนี้อาจช่วยพยุงร้านที่อยู่ในระบบภาษี รักษาการจ้างงาน และทำให้เงินช่วยเหลือหมุนไปถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจริงมากขึ้น
แต่ถ้าเงื่อนไขยังเหมือนเดิม ร้านอาหารกลุ่มที่อยู่ “ตรงกลาง” อาจกลายเป็นกลุ่มที่ถูกมองข้าม ทั้งที่ไม่ใช่ร้านใหญ่ ไม่ได้มีทุนหนา และยังต้องแบกรับต้นทุนทุกวันเหมือนร้านขนาดเล็กทั่วไป
อ้างอิง: https://thestandard.co/small-restaurants-sales-down-thai-chuay-thai-plus/ , https://www.thansettakij.com/business/660860 , https://www.thaipbs.or.th/news/content/506543
เขียนโดย ศุภกร เจริญกิจ
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
เจดีย์บนเสาหินกอทูเล เสน่ห์ศรัทธากลางภูเขาหินปูนรัฐกะเหรี่ยง
หรือแท้จริงแล้ว “แดร็กคิวลา” คือผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าและโรคเลือด?
"นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569
ขนมเกิดขึ้นเมื่อใด? ทำไมตัองมีขนม?
วิน วิลเลี่ยม หรือ พิมรี่พาย ใครขายมากกว่า
5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลก
RC Cola หายไปไหน ทำไมหลายคนคิดว่าเลิกขาย ทั้งที่กำลังกลับมาอีกครั้ง
เที่ยวลาว
4 จังหวัดไทยที่ติดมาเลเซีย รู้จักประตูชายแดนใต้ใกล้ตัวกว่าที่คิด
เลขเกิดประจำตัวของเราคืออะไรกันนะ? ส่องอุปนิสัยจากตัวเลข
เที่ยวลาว
ขนมเกิดขึ้นเมื่อใด? ทำไมตัองมีขนม?
"นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569
😊 ชวนลองเข้ามาดูสิ่งที่จะเราหาดูไม่ได้บ่อยนักให้ได้ชมกัน 😁
หรือแท้จริงแล้ว “แดร็กคิวลา” คือผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าและโรคเลือด?
ปูม้ากับปูทะเล ต่างกันอย่างไร? ไขข้อสงสัย เลือกกินแบบไหนถึงถูกใจ
สปป.ลาว สุดเจ๋ง ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ครบทั้ง 104 แมตช์ให้รับชมฟรีทั่วประเทศ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เช็กก่อน 21 มิ.ย. ใครต้องยืนยันสิทธิ ใครต้องรอลงทะเบียน
ฝนหนัก 8–14 มิ.ย. 2569 พื้นที่ไหนต้องระวัง บ้านแบบไหนควรรีบเตรียมตัวก่อนน้ำมา
ร้านนอกสิทธิ์สะเทือน? ผู้ประกอบการชี้ไทยช่วยไทย 60/40 อาจดึงลูกค้าไปทางอื่น
