ยูเนสโกแนะนำให้ญี่ปุ่น พิจารณาพื้นที่ "อาสึกะ-ฟูจิวาระ" เป็นมรดกโลก!!
"องค์การยูเนสโก" กำลังจะพิจารณาเพิ่มกลุ่มโบราณสถาน "อาสึกะ-ฟูจิวาระ" ในจังหวัดนาระ ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของญี่ปุ่น หลังจากหน่วยงานที่ปรึกษาของยูเนสโก เสนอแนะอย่างเป็นทางการว่า "สถานที่เหล่านี้มีคุณค่าระดับโลก และ ควรได้รับการขึ้นทะเบียน เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นเริ่มสร้าง "รัฐรวมศูนย์" หรือ "ประเทศที่มีรัฐบาลกลางปกครอง" อย่างจริงจังได้อย่างไรในอดีต
โดยหลายร้อยปีก่อน ญี่ปุ่นยังไม่ได้เป็นประเทศที่มีระบบปกครองเข้มแข็งเหมือนปัจจุบัน แต่มีเมืองหลวง พระราชวัง วัด และ สุสานของชนชั้นปกครอง ที่ค่อยๆพัฒนาเป็นศูนย์กลางอำนาจ จนกลายเป็นรากฐานของประเทศญี่ปุ่นในเวลาต่อมา
การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะเกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ที่จะจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคมนี้ หากผ่านการรับรอง ญี่ปุ่นจะมีแหล่งมรดกโลกทั้งหมด 27 แห่ง แบ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม 22 แห่ง และ มรดกทางธรรมชาติ 5 แห่ง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของประเทศ
กลุ่มโบราณสถานอาสึกะ-ฟูจิวาระ ประกอบด้วยแหล่งโบราณคดีทั้งหมด 19 แห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 6 ถึงต้นศตวรรษที่ 8 หรือประมาณ 1,300-1,400 ปีก่อน สถานที่เหล่านี้รวมทั้งซากพระราชวังอาสึกะและพระราชวังฟูจิวาระ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มสร้างระบบการปกครองแบบรวมศูนย์ นอกจากนี้ยังมีซากเมืองหลวงเก่า วัดพุทธโบราณ และ สุสานขนาดใหญ่ของชนชั้นสูงในอดีต สิ่งเหล่านี้ช่วยให้นักประวัติศาสตร์เข้าใจว่า "ญี่ปุ่นยุคแรกมีการจัดการบ้านเมือง ศาสนา และสังคมอย่างไร?"
ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นที่มีชื่อเสียงมาก คือ "สุสานเนินดินทากามัตสึกะ" ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใสอยู่ภายใน ภาพเหล่านี้มีความสำคัญมากเพราะช่วยให้เห็นการแต่งกาย ศิลปะ และ วัฒนธรรมของคนในยุคนั้น อีกแห่งคือสุสานคิโทระ ซึ่งมีแผนภูมิทางดาราศาสตร์โบราณอยู่ภายใน และ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแผนที่ดวงดาวที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คนในสมัยนั้น มีความรู้ด้านดาราศาสตร์ และ วิทยาการค่อนข้างสูง!!
"ยูเนสโกยัง" มองว่า "โบราณสถานเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนแค่ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น กับประเทศอื่นในเอเชียตะวันออก" โดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่และคาบสมุทรเกาหลี เพราะในยุคนั้น ญี่ปุ่นรับเอาความรู้ เทคโนโลยี ศาสนา การก่อสร้าง และ วัฒนธรรมจากต่างประเทศเข้ามาปรับใช้ เช่น ระบบการปกครองแบบราชสำนัก การสร้างวัดพุทธ และ ความรู้ด้านดาราศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าญี่ปุ่นไม่ได้พัฒนาแบบโดดเดี่ยว แต่มีการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้านมาอย่างยาวนาน
โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มโบราณสถานอาสึกะ-ฟูจิวาระ ถูกบรรจุไว้ในรายชื่อเบื้องต้นของยูเนสโกตั้งแต่ปี 2007 หลังจากนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นและหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ได้ใช้เวลาหลายปีในการรวบรวมข้อมูล ศึกษาหลักฐาน และปรับปรุงเอกสารเสนอชื่อ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานของยูเนสโก เดิมทีมีการเสนอองค์ประกอบทั้งหมด 22 แห่ง แต่ภายหลังลดเหลือ 19 แห่ง เพื่อให้การเสนอมีความชัดเจนและแข็งแรงมากขึ้น ในเดือนมกราคมปีที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งเอกสารอย่างเป็นทางการให้ยูเนสโกพิจารณา
นายกรัฐมนตรี "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ของญี่ปุ่น ซึ่งมีบ้านเกิดและฐานเสียงทางการเมืองอยู่ที่จังหวัดนารา ได้แสดงความยินดีอย่างมากกับข้อเสนอแนะครั้งนี้ โดยเธอกล่าวว่า "ฉันรู้สึกดีใจที่มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของญี่ปุ่น ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ" และ "รัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานที่เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ เพราะนอกจากจะเป็นเกียรติแก่ประเทศแล้ว ยังช่วยให้คนทั่วโลกหันมาสนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้น!! รวมถึงช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์โบราณสถานให้คงอยู่ต่อไปในอนาคตด้วย!!"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน
เตือนแล้วนะ! 10 ต้นไม้อัปมงคล ห้ามปลูกในบ้าน โบราณทัก ชีวิตตกต่ำ-อันตรายกว่าที่คิด
บ้านล่องหน Mirrorcube Treehotel ในสวีเดน ไอเดียเจ๋งเลยนะเนี่ย
แอปเปิลถอด VK ออกจาก App Store รัสเซียขอคำชี้แจง
สงครามยืดเยื้อ ทำให้รัสเซีย ต้องพึ่งพาจีน แบบหมดทางเลือก
10 โทรศัพท์มือถือยุค 2000 ต้น ที่ล้ำที่สุดมีรุ่นไหนบ้าง
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ


