กินหวานบ่อยอาจกระทบความจำ งานทบทวนชี้สมองอาจฟื้นตัวไม่เต็มที่
หลายคนคุ้นกับคำเตือนว่า “กินหวานมากไป” อาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องน้ำหนัก เบาหวาน หรือโรคเรื้อรัง แต่ข้อมูลจากงานทบทวนและวิเคราะห์งานวิจัยล่าสุดกำลังชี้ให้เห็นอีกด้านที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือผลที่อาจเกิดกับสมองและความจำ โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมกินหวานเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
งานวิจัยจาก University of Technology Sydney ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 ระบุว่า ทีมวิจัยได้ทบทวนและวิเคราะห์งานทดลองในสัตว์จำนวน 27 งาน เพื่อดูว่าเมื่อสัตว์ทดลองที่เคยกินอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง หรือทั้งไขมันสูงและน้ำตาลสูง ถูกเปลี่ยนกลับมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ความจำและพฤติกรรมด้านอื่น ๆ จะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด
ผลที่พบคือ การปรับอาหารให้ดีขึ้นยังมีประโยชน์ต่อความจำ แต่การฟื้นตัวอาจไม่สมบูรณ์เสมอไป โดยเฉพาะในกลุ่มที่เคยได้รับอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือทั้งน้ำตาลสูงและไขมันสูง งานวิจัยพบว่าความจำของสัตว์ทดลองกลุ่มนี้ฟื้นตัวได้น้อยกว่ากลุ่มที่เคยได้รับอาหารไขมันสูงเพียงอย่างเดียว
นักวิจัยให้ความสนใจกับ “ฮิปโปแคมปัส” ซึ่งเป็นบริเวณสำคัญของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ งานทบทวนก่อนหน้านี้ในวารสาร Nutrients ก็ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ความจำที่พึ่งพาการทำงานของฮิปโปแคมปัสดูเหมือนจะไวต่อผลของอาหารพลังงานสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะงานล่าสุดเป็นการวิเคราะห์งานทดลองในสัตว์ ไม่ใช่งานที่พิสูจน์โดยตรงในมนุษย์ทั้งหมด นักวิจัยเองระบุว่า การศึกษาผลของอาหารต่อสมองในมนุษย์ทำได้ยากกว่า เพราะการเปลี่ยนอาหารมักเกิดพร้อมกับการเปลี่ยนพฤติกรรมอื่น เช่น การออกกำลังกาย อารมณ์ การนอน และกิจวัตรประจำวัน จึงแยกผลของอาหารอย่างเดียวได้ไม่ง่าย
กลไกที่อาจเกี่ยวข้องมีหลายด้าน เช่น การอักเสบในระบบประสาท การเปลี่ยนแปลงของการทำงานในฮิปโปแคมปัส การตอบสนองต่ออินซูลิน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหรือซ่อมแซมเซลล์ประสาท แต่นักวิจัยยังไม่ได้สรุปว่าเป็นกลไกใดกลไกหนึ่งแบบตายตัว งานวิชาการก่อนหน้านี้ยังชี้ว่าอาจมีทั้งเรื่องการอักเสบ ปัจจัยบำรุงเซลล์ประสาท และกระบวนการเมตาบอลิซึมเข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกัน
สิ่งสำคัญคือ งานวิจัยนี้ไม่ได้หมายความว่าการกินขนมหรือของหวานครั้งเดียวจะทำให้ความจำแย่ลงทันที ประเด็นหลักอยู่ที่รูปแบบการกินในระยะยาว โดยเฉพาะอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเติมสูงเป็นประจำ เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวานจัด หรืออาหารแปรรูปบางประเภท
สำหรับคนทั่วไป ข้อแนะนำที่ปลอดภัยกว่าคือไม่ต้องถึงขั้นตัดของหวานทุกอย่างออกจากชีวิต แต่ควรลดความถี่และปริมาณของน้ำตาลเติม เลือกน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่หวานให้บ่อยขึ้น และเพิ่มอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย เช่น ปลา ถั่ว ผัก ผลไม้ไม่หวานจัด และอาหารไม่ผ่านการแปรรูปมากเกินไป
การดูแลสมองจึงไม่ได้อยู่ที่อาหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการนอนให้พอ การขยับร่างกายสม่ำเสมอ และการควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือด หากมีปัญหาความจำที่รบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข ไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากอาหารเพียงอย่างเดียว
โดยสรุป งานวิจัยล่าสุดช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ข้อสังเกตว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำอาจไม่ดีต่อความจำและสุขภาพสมองในระยะยาว แม้ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ แต่การลดหวานลงตั้งแต่วันนี้ยังเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพสมอง
อ้างอิง: https://www.uts.edu.au/news/2026/05/sugary-diets-may-cause-lasting-memory-damage
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
สุดขอบจักรวาล มีอยู่จริงไหม?
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ความลับก้นขวดไวน์ ทำไมต้องมีรอยบุ๋ม
รูเล็ก ๆ ปลายคัตเตอร์ มีไว้ทำอะไร? หลายคนใช้ผิดมาตลอด
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
แจกเลขดับลดต้นทุน บน – ล่าง @โชยุ งวด 1 ส.ค. 69 มาแล้วครับ!
อาหารของชาวไวกิ้ง พวกเขากินอะไรกัน?
ประเทศที่มีคนติดคุกเยอะที่สุดในโลก?
10 วัดน่าเที่ยวถวายเทียนพรรษา อยุธยา
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ความลับก้นขวดไวน์ ทำไมต้องมีรอยบุ๋ม
สุดขอบจักรวาล มีอยู่จริงไหม?
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
ชวนลองมาดูกันอีกกับการเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหาดูยากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 7)
ประเทศที่มีคนติดคุกเยอะที่สุดในโลก?



