หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมมนุษย์ถึงยังหามนุษย์ต่างดาวไม่เจอ?


เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน



     มนุษย์เฝ้ามองท้องฟ้ามานาน กว่าประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้เสียอีก ตั้งแต่ยุคที่มนุษย์ยังใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ เราก็เห็นดวงดาวส่องแสงอยู่เหนือศีรษะ และ เริ่มตั้งคำถามเหมือนกันแทบทุกยุคทุกสมัยว่า "เราอยู่เพียงลำพังหรือเปล่า?"

คำถามนี้ฟังดูเหมือนปรัชญา แต่ในความเป็นจริงมันคือคำถามทางวิทยาศาสตร์ที่จริงจังมากที่สุดข้อหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะหากวันหนึ่งเราพบว่ามีอารยธรรมอื่นอยู่ในจักรวาล นั่นจะเปลี่ยนทุกอย่างตั้งแต่วิทยาศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา เศรษฐกิจ ไปจนถึงความหมายของคำว่า "มนุษย์" แต่สิ่งน่าประหลาดก็คือ แม้จักรวาลจะกว้างใหญ่จนเกินจินตนาการ เรากลับยังไม่พบหลักฐานชัดเจนของสิ่งมีชีวิต ที่ทรงปัญญาจากต่างดาวเลยแม้แต่ครั้งเดียว


     ปัญหานี้ถูกเรียกว่า "ความย้อนแย้งของแฟร์มี" ซึ่งเกิดจากคำถามง่ายๆของนักฟิสิกส์ชื่อ "เอนรีโก แฟร์มี" ที่ถามขึ้นระหว่างวงสนทนามื้อกลางวันว่า "แล้วทุกคนอยู่ที่ไหนกันหมด?" คำถามนี้ฟังเหมือนเรื่องเล่น แต่จริงๆแล้วมันสะเทือนวงการดาราศาสตร์อย่างรุนแรง เพราะเมื่อมองตามหลักความน่าจะเป็น จักรวาลควรเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล กาแล็กซีทางช้างเผือกเพียงแห่งเดียว ก็มีดาวฤกษ์ประมาณหนึ่งแสนล้านดวงแล้ว และ ปัจจุบันเราพบแล้วว่าดาวจำนวนมากมีดาวเคราะห์โคจรรอบตัวเอง อีกทั้งยังมีดาวเคราะห์จำนวนไม่น้อยอยู่ใน "เขตเอื้ออาศัย" หรือ บริเวณที่อุณหภูมิอาจเหมาะต่อการมีน้ำในสถานะของเหลว ซึ่งน้ำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตแบบที่เรารู้จัก ถ้าจักรวาลมีเงื่อนไขที่เหมาะสมมากมายขนาดนี้ เหตุใดเราจึงยังไม่พบใครเลย?

     ในศตวรรษที่ 20 นักดาราศาสตร์ชื่อ "แฟรงก์ เดรก" ได้สร้าง "สมการเดรก" เพื่อประเมินจำนวนอารยธรรมที่อาจสื่อสารได้ในกาแล็กซี สมการนี้ไม่ได้เป็นสูตรมหัศจรรย์ที่ให้คำตอบเป๊ะๆ แต่มันช่วยแยกคำถามใหญ่ให้กลายเป็นปัจจัยย่อย เช่น มีดาวเกิดใหม่มากแค่ไหน? มีกี่ดวงที่มีดาวเคราะห์? มีกี่ดาวเคราะห์ที่เหมาะกับชีวิต? มีกี่แห่งที่ชีวิตวิวัฒน์จนฉลาดพอจะสร้างเทคโนโลยี? และ อารยธรรมเหล่านั้นอยู่รอดได้นานเพียงใด? ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือ "เมื่อแทนค่าหลายแบบลงไป บางครั้งผลลัพธ์บอกว่าในกาแล็กซี อาจมีอารยธรรมจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง เรากลับเงียบงันราวกับจักรวาลว่างเปล่า..."

 



     ความเงียบนี้เองที่ทำให้เกิดสมมติฐานจำนวนมหาศาล นักวิทยาศาสตร์บางคนเสนอว่า "ชีวิตอาจเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ชีวิตทรงปัญญา เกิดขึ้นยากอย่างเหลือเชื่อ" บนโลกเอง ชีวิตเซลล์เดียวเกิดขึ้นเร็วหลังโลกก่อตัวไม่นาน แต่กว่าจะวิวัฒน์มาเป็นสิ่งมีชีวิตซับซ้อน ก็ใช้เวลาหลายพันล้านปี และ กว่าจะมีมนุษย์ที่สร้างวิทยุได้ ก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานเมื่อเทียบกับอายุโลก หากลองย่ออายุโลกทั้งใบให้เหลือเพียงหนึ่งปี มนุษย์สมัยใหม่จะปรากฏขึ้นในช่วงไม่กี่นาที ก่อนเที่ยงคืนวันสุดท้ายเท่านั้น นั่นหมายความว่า "หน้าต่างเวลา" ของอารยธรรมเทคโนโลยีอาจสั้นมากจน โอกาสที่ 2 อารยธรรมจะเกิดขึ้นพร้อมกัน และ ตรวจจับกันได้มีน้อยกว่าที่เราคิด...


     ลองจินตนาการว่า "มีอารยธรรมหนึ่งอยู่ห่างจากเรา 5,000 ปีแสง พวกเขาอาจเคยมีเทคโนโลยีสูงเมื่อ 5 พันปีก่อน และ กำลังส่งสัญญาณออกมา แต่ตอนนี้อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว ในขณะที่มนุษย์เพิ่งเริ่มมีวิทยุเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เราอาจกำลังฟังห้องที่เคยมีคนอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว" หรือ ในทางกลับกัน "อาจมีอารยธรรมที่กำลังถือกำเนิดในขณะนี้ แต่สัญญาณของพวกเขาจะเดินทางมาถึงเรา อีกหลายหมื่นปีในอนาคต ปัญหาของจักรวาลไม่ใช่แค่ "ระยะทาง" แต่คือ "เวลา" ที่ใหญ่โตเกินจินตนาการได้!!"

     มนุษย์มักจินตนาการถึงการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว ราวกับในภาพยนตร์ ที่ยานอวกาศบินมาถึงโลกอย่างรวดเร็ว แต่กฎของฟิสิกส์จริงกลับโหดร้ายกว่านั้นมาก ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ ไม่มีวัตถุใดเคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วแสงได้ การเดินทางระหว่างดาวจึงเป็นเรื่องมหาศาล แม้แต่ดาวฤกษ์ที่ใกล้เราที่สุดยังอยู่ห่างกว่า 4 ปีแสง หากใช้เทคโนโลยีปัจจุบัน ยานอวกาศอาจต้องใช้เวลาหลายหมื่นปี เพื่อเดินทางข้ามระยะทางระดับนี้ นั่นหมายความว่าแม้อารยธรรมอื่นจะมีอยู่จริง พวกเขาอาจไม่เคยคิดว่าการเดินทางมายังโลก เพราะมันอาจจะไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ต้องใช้ไป... ยิ่งไปกว่านั้น เราอาจกำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของอารยธรรมต่างดาว เพราะมนุษย์มักใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางในการคาดเดา เราคิดว่าสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจะต้องอยากสำรวจจักรวาล อยากสื่อสาร หรือ อยากขยายอาณานิคม แต่ไม่มีหลักฐานว่าทุกอารยธรรมจะคิดแบบมนุษย์ บางทีพวกเขาอาจพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อจำลองโลกเสมือนและใช้ชีวิตอยู่ในจักรวาลดิจิทัล มากกว่าจะออกเดินทางจริง บางอารยธรรมอาจมองว่าการติดต่อกับเผ่าพันธุ์อื่น คือ ความเสี่ยงร้ายแรง และ เลือกซ่อนตัวเงียบๆ เหมือนสัตว์ในป่าที่ไม่ส่งเสียงเพื่อหลีกเลี่ยงผู้ล่า...

เขียนโดย : ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 158 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] นักวิจัย และ นักวิชาการอิสระ ที่มีงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ระดับประเทศไทย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กระบี่ไม่ได้ดังแค่ทะเล ทำไม NASA ถึงหยิบภาพชายฝั่งไปอธิบาย10 อาชีพในสหรัฐฯ ที่ AI แทนยาก เพราะยังต้องใช้ทักษะมนุษย์จุดพักรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยชาไทย ชานม เรียกอะไรกัน? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนยังสับสน"สร้อยคอแห่งปาเตียลา" ปริศนาอัญมณีราชวงศ์สู่งานบูรณะระดับตำนานของคาร์เทียร์ต้นไม้หายากที่มีเฉพาะแถวภาคอีสานของไทยมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งรู้หรือไม่? ว่ามีสัตว์ที่ไม่ต้องดื่มน้ำตลอดชีวิต มีอยู่จริงนะ5 โรงเรียนช่างกลเก่าในความทรงจำ ที่เลิกเปิดสอนไปแล้ว10 ต้นผลไม้ที่สามารถปลูกหน้าบ้านได้ ให้ร่มเงา กินได้ และยังเป็นมงคลที่มาของคำว่า “ทอม” และ “กะเทย” ในสังคมไทยแนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
โดนเกย์มอมยา /ยาเสียสาวดาราจีน "จิน เจ๋อ" เสียชีวิตกระทันหันที่บ้านญี่ปุ่นเตรียมส่งเรือพิฆาตให้อินโดนีเซียยูเนสโกแนะนำให้ญี่ปุ่น พิจารณาพื้นที่ "อาสึกะ-ฟูจิวาระ" เป็นมรดกโลก!!
ตั้งกระทู้ใหม่