“หนุ่ม 24 ตาบอดเฉียบพลัน แพทย์เตือนพฤติกรรมกินหวานจัด เสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน”
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เมื่อค่ำวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา "อามินห์" วัย 24 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองฝูโจว ประเทศจีน ตกใจอย่างมากเมื่อจู่ๆดวงตาข้างขวาของเขาก็มืดสนิท โดยไม่มีการกระแทกหรืออุบัติเหตุใดๆ ภายในพริบตา การมองเห็นทั้งหมดหายไป เหลือเพียงความหวาดกลัวอย่างรุนแรง เขารีบให้คนพาไปโรงพยาบาลทันที พร้อมความคิดว่า "ถ้าไม่ไปตอนนี้ อาจจะตาบอดไปตลอดชีวิต"
ที่โรงพยาบาล แพทย์ฉุกเฉินพบว่า "ตาขวาของเขาไม่สามารถรับรู้แสงได้เลย รูม่านตาขยายและไม่ตอบสนองต่อแสง สรุปวินิจฉัยคือ "ภาวะหลอดเลือดแดงจอประสาทตาอุดตัน" หรือ "โรคหลอดเลือดตาอุดตัน" ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางจักษุที่รุนแรงมาก และ พบได้น้อยในคนอายุน้อย..."
แม้ทีมแพทย์จะพยายามอย่างเต็มที่ จนสามารถฟื้นฟูการมองเห็นส่วนกลางของตาขวาได้บางส่วน แต่ก้อนลิ่มไขมันยังคงไม่หายไป เพียงแค่เคลื่อนตัวไปยังหลอดเลือดที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียลานสายตาในอนาคตได้ ซึ่งแพทย์กล่าวว่า "โรคของภาวะนี้ค่อนข้างแย่ และ การมองเห็นมักไม่ฟื้นกลับมาเกินระดับ 0.1"
ในตอนแรก "อามินห์" รู้สึกเสียใจและไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าตนยังอายุน้อยและไม่มีโรคประจำตัว จนเมื่อแพทย์ซักประวัติการใช้ชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งทำให้พบสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งนั่นเองที่ทำให้เขาจึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก...
“แพทย์พบว่า พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มหวานจัดเป็นประจำ อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง” ซึ่งเขาชื่นชอบมากนั่นเอง โดยเขาดื่มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 แก้ว และ มักเลือกเมนูหวานจัด โดยใส่ท็อปปิ้งเยอะ และ มีความมันสูง... ซึ่งแพทย์กล่าวอธิบายว่า "แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าชานมเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ถือเป็นปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ที่นำไปสู่ภาวะนี้ในคนหนุ่มสาว เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้มีน้ำตาลและไขมันสูง ทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น เกิดภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และ ก่อให้เกิดลิ่มไขมัน โดยลิ่มเหล่านี้สามารถไหลเวียนในกระแสเลือด และ ไปอุดตันหลอดเลือดที่จอประสาทตา ทำให้การไหลเวียนของเลือดหยุดชะงักทันที..."
แพทย์ยังกล่าวเน้นย้ำว่า "ภาวะหลอดเลือดตาอุดตัน ไม่ได้เป็นโรคของผู้สูงอายุอีกต่อไป เดิมทีมักพบในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือ ไขมันในเลือดสูง แต่ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม ทำให้โรคนี้พบในคนอายุน้อยมากขึ้นอย่างน่ากังวล"
กรณีของ "อามินห์" ถือเป็นคำเตือนสำคัญว่า "เมื่อเลือดมีความหนืดและมีไขมันสูง ไม่เพียงแต่ดวงตาเท่านั้นที่เสี่ยง แต่ยังรวมถึงหัวใจและสมองด้วย" ที่สำคัญ "ช่วงเวลาทอง" ในการรักษาโรคดังกล่าว มีเพียง 40-60 นาทีเท่านั้น หากเกินเวลานี้ เซลล์จอประสาทตาจะตายถาวร จากการขาดออกซิเจน และ อาจนำไปสู่การตาบอดถาวร...
อ้างอิง : https://soha.vn/nguoi-dan-ong-24-tuoi-dot-nhien-mu-loa-bac-si-chi-dich-danh-thu-pham-la-loai-nuoc-hiem-nguoi-tre-nao-khong-me-198260421212510926.htm
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
เปิดรายชื่อโรงเรียนวัดชื่อดัง คุณภาพเด่นไม่แพ้เอกชน
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว


