หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกแช่แข็งนานกว่า 500 ปี สภาพของเธอดูเหมือนกำลังนั่งหลับอยู่

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน



     สุสานโบราณ มักสร้างความสนใจให้มนุษย์มาอย่างยาวนาน เพราะภายในไม่ได้มีเพียงโครงกระดูก แต่ยังเก็บรักษาร่องรอยของยุคสมัยหนึ่งเอาไว้ ในประวัติศาสตร์ สุสานขนาดใหญ่ของชนชั้นสูง มักมีของฝังร่วมที่มีค่า เช่น ทองคำ เงิน เครื่องปั้นดินเผา และ วัตถุโลหะ ด้วยเหตุนี้ สุสานจำนวนไม่น้อยจึงเคยตกเป็นเป้าหมายของการลักลอบขุดค้น อย่างไรก็ตาม สำหรับโบราณคดีสมัยใหม่ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ามูลค่าทางวัตถุ คือข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ ความเชื่อที่ยังคงหลงเหลืออยู่ใต้ผืนดิน และ หนึ่งในการค้นพบที่สร้างความสั่นสะเทือนมากที่สุด คือ กรณีของเด็กหญิงที่ถูกพบในเทือกเขาแอนดีส เมื่อปี ค.ศ. 1995 ขณะนั้น คณะนักวิทยาศาสตร์จากเยอรมนี กำลังสำรวจพื้นที่ภูเขาสูง ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวจัด ตลอดทั้งปี และ การขุดค้นทำได้ยากอย่างยิ่ง หลังจากพยายามอย่างหนัก ทีมวิจัยได้ค้นพบร่างหนึ่งที่ถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็ง


     ผลการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า "เป็นร่างของเด็กหญิงอายุประมาณ 13 ปี" การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการยืนยันว่า "เธอถูกฝังอยู่ในชั้นน้ำแข็งมานานกว่า 500 ปี" ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจอย่างมาก คือ สภาพร่างกายที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างน่าทึ่ง เมื่อถูกนำออกมา ผิวหนัง เส้นผม และ ลักษณะต่างๆ ของร่างกายยังคงอยู่เกือบสมบูรณ์ แม้กระทั่งเสื้อผ้า จนดูราวกับว่าเธอกำลังนั่งหลับอยู่เท่านั้น...

     เพื่อความสะดวกในการศึกษา นักวิจัยจึงตั้งชื่อให้เธอว่า "ฮัวนิตา" จากการเปรียบเทียบอายุสมัย และ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ นักวิจัยเชื่อว่า "เธอมีชีวิตอยู่ในยุคของจักรวรรดิอินคา ซึ่งเป็นอารยธรรมที่รุ่งเรืองในภูมิภาคอเมริกาใต้"

ร่องรอยของพิธีบูชายัญที่น่าสะพรึงกลัว
     การค้นพบ "ฮัวนิตา" ไม่ได้เป็นที่สนใจเพียงเพราะสภาพร่างที่สมบูรณ์หายาก แต่ยังรวมถึงคำถามสำคัญเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของเธอ นักวิจัยหลายฝ่ายเชื่อว่า "เธออาจเป็นเหยื่อของพิธีบูชายัญ ซึ่งเคยมีอยู่ในสังคมอินคาโบราณ"

     "ชาวอินคา" มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับเทือกเขาแอนดีส และ ความเชื่อในเทพแห่งภูเขา ตามความเชื่อของพวกเขา เครื่องบูชาที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้นที่จะแลกกับการคุ้มครองจากเทพเจ้า ดังนั้น... เด็กหญิงที่ยังเยาว์และยังไม่ได้แต่งงาน จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ และ อาจถูกเลือกให้เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา

     "ฮัวนิตา" อาจเป็นหนึ่งในกรณีดังกล่าว โดยการที่เด็กหญิงวัยเพียง 13 ปีต้องกลายเป็นเครื่องสังเวย สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่มนุษย์ในอดีตเผชิญกับ ภัยพิบัติ โรคระบาด และ ความอดอยาก ผ่านความศรัทธาในอำนาจเหนือธรรมชาติ เมื่อยังไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ในการอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ หลายชุมชนจึงเชื่อว่าความทุกข์ยาก "เกิดจากความโกรธของเทพเจ้า" ซึ่งนำไปสู่การประกอบพิธีบูชายัญ เพื่อขอความคุ้มครอง

     ไม่เพียงแต่ชาวอินคาเท่านั้น พิธีบูชายัญมนุษย์ยังเคยปรากฏในหลายอารยธรรมทั่วโลก เบื้องหลังพิธีกรรมเหล่านี้คือ "การผสมผสานของความเชื่อ ความหวาดกลัว และ อำนาจ" ในบางกรณี พิธีกรรมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือในการควบคุมสังคม และ การสร้างความมั่นคงทางจิตใจ ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน


เบาะแสจากปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย
     รายละเอียดหนึ่งที่นักวิจัยให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ การที่ร่างของ "ฮัวนิตา" แทบไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือขัดขืน ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ หากเธอถูกนำไปสู่พิธีบูชายัญขณะยังมีสติ มักจะต้องมีปฏิกิริยาต่อต้านเกิดขึ้น รอบๆร่างพบเพียงอาหารที่ใช้ในพิธีกรรม และ ไม่มีสิ่งของพิเศษอื่นมากนัก

     จากจุดนี้ นักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า "เธออาจได้รับบางสิ่งก่อนพิธีจะเริ่มขึ้น" ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า "ไม่มีสารพิษสะสมในร่างกาย แต่กลับพบปริมาณเอทานอลในระดับหนึ่ง" ซึ่งในบริบทของสมัยโบราณ มักมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

     ข้อมูลนี้นำไปสู่ข้อสันนิษฐานว่า "ก่อนพิธี "ฮัวนิตา" อาจถูกบังคับให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เข้าสู่ภาวะมึนเมาหรือกึ่งหมดสติ" ซึ่งทำให้ไม่เกิดการขัดขืน และ พิธีดำเนินไปอย่างเงียบงัน อาจเป็นเหตุผลที่กว่า 500 ปีต่อมา เมื่อเธอถูกค้นพบ เธอยังคงมีสภาพสงบนิ่ง ราวกับเพิ่งหลับไปท่ามกลางน้ำแข็ง...

     สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ "ฮัวนิตา" ดูน่าขนลุกยิ่งขึ้น คือ คำกล่าวที่ว่า "เธออันตรายอย่างยิ่ง" ซึ่งปรากฏในบางการเล่าเรื่อง... อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่มีอยู่ "ความอันตราย" ดังกล่าวไม่ได้หมายถึงตัวเด็กหญิงเอง แต่หมายถึงลักษณะพิเศษของการค้นพบครั้งนี้ โดยร่างที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์เป็นเวลานานกว่า 500 ปี และ เต็มไปด้วยปริศนาเกี่ยวกับความตาย พิธีบูชายัญ และ ความเชื่อของชาวอินคา ความสมบูรณ์ที่หาได้ยากนี้เอง ที่ทำให้กรณีของ "ฮัวนิตา" กลายเป็นหัวข้อศึกษาที่สำคัญ และ ก่อให้เกิดทั้งการถกเถียงและการคาดเดา ในวงวิชาการและสาธารณชน...


อ้างอิง : https://soha.vn/co-be-13-tuoi-bi-dong-bang-hon-500-nam-khi-duoc-phat-hien-van-nhu-dang-ngu-bac-si-noi-co-be-rat-nguy-hiem-198260420180518644.htm

เนื้อหาโดย: ไม่รู้ ไม่รู้
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 569 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่นำเข้าไก่ไทยมากที่สุด ตลาดไหนซื้อไก่จากไทยเป็นอันดับหนึ่ง?เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้างอำเภอที่เล็กจิ๋วที่สุด มีขนาดพื้นที่น้อยสุดในไทยรวมเลขเด็ด 7 สำนักดัง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดโพยเทียบเลขเด่น จับตา 5-6-9 มีเลขไหนน่าส่องบ้างเจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569หวยข้างแรม เลขเด็ดเน้น ๆ เจาะแนวทางตัวเลข วิเคราะห์เลขเด่นสำหรับคอหวยเปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงจังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลยกรีกโยเกิร์ตกับโยเกิร์ตธรรมดา ต่างกันยังไง ทำไมกรีกโยเกิร์ตแพงกว่าตรวจหวย 16 ตุลาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 คือประเทศที่มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ล่าสุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่เล็กจิ๋วที่สุด มีขนาดพื้นที่น้อยสุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ป้ายรูปคนวิ่งอันโด่งดังของโอซาก้า จะถูกรื้อถอนและถูกแทนที่ด้วยป้ายใหม่ช่องน้ำเปิดกลางทะเลน้ำแข็งแอนตาร์กติกาเกิดขึ้นได้อย่างไรรอยวงรีอายุ 13,800 ปีในอะแลสกาบอกอะไรเกี่ยวกับคนยุคน้ำแข็งทำไมชาวจีนโบราณ ถึงตั้งชื่อลูกว่าสุนัขหรือหมู?
ตั้งกระทู้ใหม่