ทำไมความเผ็ด ถึงทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น?
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
รสเผ็ดไม่ได้ถูกรับรู้ผ่านปุ่มรับรสโดยตรง แต่เป็น "ความรู้สึกเจ็บปวดจำลอง" ที่เกิดจาก "สารแคปไซซิน" ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนระงับความเจ็บปวด และ ช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการรับประทานอาหาร ซึ่งแตกต่างจากรสเค็ม หวาน เปรี้ยว หรือ ขม... รสเผ็ดไม่ได้ถูกตรวจจับโดยปุ่มรับรสบนลิ้น ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเมื่อสารแคปไซซิน [ที่พบมากในพริก] ไปจับกับตัวรับ TRPV1 ภายในช่องปาก การจับกันนี้ส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้ร่างกายรับรู้ราวกับกำลังสัมผัสความร้อนสูง จึงเกิดความรู้สึกแสบร้อน
TRPV1 คือ ช่องทางไอออน ที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกร้อนจัด, ความเจ็บปวด และ สารเคมีบางชนิด เช่น แคปไซซินในพริก พบมากในระบบประสาทรับความรู้สึก มีบทบาทสำคัญในการส่งสัญญาณความเจ็บปวดจากการอักเสบ และ การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
เมื่อร่างกายได้รับสัญญาณความร้อนจากแคปไซซิน จะตอบสนองโดยการหลั่งเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดความเจ็บปวดตามธรรมชาติ และ สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย กลไกนี้อธิบายได้ว่าทำไมหลายคนจึงชอบรับประทานอาหารรสเผ็ด และ มีแนวโน้มเพิ่มระดับความเผ็ดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน ร่างกายยังหลั่งอะดรีนาลีน ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และ ก่อให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเมื่อรับประทานอาหารเผ็ด
การเสริมรสชาติและช่วยในการย่อยอาหาร
ในโครงสร้างของอาหาร รสเผ็ดมีบทบาทในการกระตุ้นปลายประสาทในช่องปาก ทำให้ความไวต่อรสชาติอื่นๆเพิ่มขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับพริกหรือพริกไทย รสเค็ม หวาน และ เปรี้ยวจะเด่นชัดมากขึ้น นอกจากนี้ การกระตุ้นจากแคปไซซินยังทำให้ต่อมน้ำลายทำงานมากขึ้น น้ำลายช่วยผสมและย่อยอาหาร ทำให้รสชาติแผ่กระจายได้ดีขึ้น ในกระเพาะอาหาร สารนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ช่วยให้ย่อยอาหารที่มีโปรตีนและไขมันได้ดีขึ้น
การใช้เครื่องเทศรสเผ็ด ยังช่วยสร้างสมดุลให้กับอาหาร โดยเฉพาะอาหารทอดที่มีความมัน รสเผ็ดจะช่วยลดความเลี่ยน ในภูมิภาคที่มีอากาศร้อน การรับประทานอาหารเผ็ดยังช่วยกระตุ้นการขับเหงื่อ ทำให้ร่างกายระบายความร้อนหลังมื้ออาหารได้
ข้อควรระวังในการบริโภค
ถึงแม้ว่ารสเผ็ดจะช่วยเพิ่มความอร่อย แต่การบริโภคมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดความไม่สบายในระบบทางเดินอาหารได้
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร นายแพทย์ "เอ็ดวิน แมคโดนัลด์" จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ชิคาโก ประเทศอเมริกา กล่าวว่า "อาหารรสเผ็ดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่พบบ่อย ของอาการกรดไหลย้อน" และ "ในผู้ที่มีความไว รสเผ็ดอาจทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว ส่งผลให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย"
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ยังชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง ที่ต่างจากความเชื่อทั่วไปว่า "แคปไซซิน" ไม่ได้เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และ ไม่ได้เป็นสาเหตุหรือทำให้แผลในกระเพาะรุนแรงขึ้น ตรงกันข้าม ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรดด้วย ซึ่งสาเหตุที่ผู้มีแผลในกระเพาะรู้สึกเจ็บ เมื่อรับประทานอาหารเผ็ด เป็นเพียงเพราะแคปไซซิน ไปกระตุ้นตัวรับความเจ็บปวดในกระเพาะ ไม่ได้ทำให้แผลแย่ลง
ดังนั้น ควรบริโภคพริกหรือเครื่องเทศรสเผ็ดในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติกรดไหลย้อน หรือ ภาวะลำไส้แปรปรวน ควรสังเกตอาการของตนเอง และ หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดหากทำให้เกิดความไม่สบาย...
อ้างอิง : https://vnexpress.net/ly-do-vi-cay-lam-mon-an-ngon-hon-5064282.html
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
มหาวิทยาลัยรัฐที่คนสมัครเยอะ ทำไมเด็กไทยยังเลือกกลุ่มนี้ก่อน
พัดลมทำไมต้องมี 3 ใบพัด? ไขความจริงที่หลายบ้านไม่เคยรู้
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
5 อันดับตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว



