ย้อนคดี เสริม สาครราษฎร์ จากอัจฉริยะ สู่ฆาตกรสะเทือนสังคมไทย
เสริม สาครราษฎร์( หรือ ไชยา ตันทกานนท์) เป็นอดีตนักศึกษาแพทย์อัจฉริยะที่ก่อคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาว น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี เมื่อปี2541
ประวัติ
#อัจริยะในอดีต เสริมสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุเพียง15ปี และจบปริญญาตรีตอนอายุ19ปีจากนั้นสอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ด้านความรักเสริมคบหาดูใจกับเจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาววัย22ปี นักศึกษาแพทย์ปี5มหาวิทยาลัยเดียวกัน เส้นทางความรักดูราบรื่นดี แต่ระยะหลังมักมีปัญหากระทบกระทั่งกับแฟนสาวเพราะความหึงหวงอยู่บ่อยครั้ง จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
สมคิดและสุดา พลอยองุ่นศรี เจ้าของร้านทองพรทวีชัย อ.สามพราน จ.นครปฐม ผู้เป็นพ่อและแม่ของเจนจิราได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สน.พญาไท เมื่อวันที่30มกราคม 2541 ว่า บุตรสาวหายตัวไปพร้อมกับรถเก๋งโตโยต้า โคโรน่า สีเขียว ทะเบียน8ษ-8580 กรุงเทพมหานคร
สมคิด ผู้เป็นพ่อ บอกกับพนักงานสอบสวนว่า ตั้งแต่บุตรสาวเข้ามาศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ได้พักอยู่กับยายที่ย่านฝั่งธนบุรี เป็นเด็กเรียบร้อย กลับตรงเวลา หากมีธุระที่ไหนจะแจ้งให้คนในครอบครัวทราบก่อน แต่เมื่อวันที่26มกราคม กลับหายตัวไป ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ จึงสงสัยว่าจะเกิดเหตุร้ายกับบุตรสาวและคนที่น่าสงสัยมากที่สุดคือ เสริม สาครราษฎร์ เนื่องจากอยู่กับลูกสาวเป็นคนสุดท้าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญตัวนายเสริม มาสอบปากคำ เขายอมรับเพียงว่า ก่อนเจนจิราจะหายตัวไปได้พบกันจริงที่ห้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ แต่เกิดปากเสียงกัน จึงแยกย้ายกลับหลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำต้องปล่อยตัวเพราะขาดพยานหลักฐาน แต่ได้จัดชุดสืบสวนตามประกบอยู่ไม่ห่าง โดยทราบนายเสริมเช่าห้องพัก ฝั่งธนบุรีและพบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 316 ทะเบียน ธ-1117 ชลบุรีของนายเสริมมีร่องรอยเพิ่งผ่านการทำความสะอาดบริเวณช่องเก็บของท้ายรถมาได้หมาดๆ
หลังจากที่เจนจิราหายตัวไป นายเสริมก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพัก และมักแวะเวียนไปหาบิดามารดาของเจนจิราอยู่เป็นประจำเพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าของคดี
ต่อมาชุดสืบสวนได้เบาะแสจากเพื่อนสนิทของนายเสริมว่า วันที่27มกราคม นายเสริมแวะไปหาที่บ้านพักย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ และขอล้างรถยนต์นานนับชั่วโมง โดยเน้นทำความสะอาดที่ช่องเก็บของด้านหลังมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนบ้านของนายเสริมที่ จ.ชลบุรี ระบุว่า เมื่อวันที่28 มกราคม นายเสริมกลับมาที่บ้านและนำสิ่งของบางอย่างมาเผาไฟ เมื่อสอบ ถามนายเสริม เขาก็มีท่าทีตกใจ
แม้ตำรวจจะมีหลักฐานมากพอ แต่นายเสริมยังให้การปฏิเสธ จนต้องนำตัวเข้าเครื่องจับเท็จก็ยังฉากแข็ง กระทั่งจำนนต่อพยานหลักฐาน ยอมรับสารภาพจนหมดเปลือกว่า ลงมือสังหารแฟนสาวเพราะโกรธแค้นที่ปันใจให้ชายอื่น นายเสริมอ้างว่า หลังจาพบกับแฟนสาวที่ห้างเวิลด์เทรดแล้ว มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในรถยนต์ นายเสริมเิดอารมณ์โมโหจึงบีบคอเจนจิราจนขาดใจตาย หลังจากนั้นจึงไปเปิดห้องพักในโรแรมม่านรูด 99 ซอยรางน้ำ ลงมือชำแหละศพในอ่างอาบน้ำ แล้วทิ้งชิ้นส่วนศพลงในโถชักโครก จุดชำแหละศพคือห้องพักเลขที่ 604 พีเอสเมาส์คอนโดมิเนียมแต่ทิ้งไม่มีกี่ชิ้น ที่เหลือใส่ถุงดำไปทิ้งบ่อเกรอะแทน ส่วนกระดูกนำไปทิ้งที่สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง
เขาตั้งทนายสู้คดีทั้ง3ศาลแต่สุดท้ายศาลฏีกามีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต
เขาพ้นโทษเดือนธันวาคม 2555 เปลื่บนชื่อ นามสกุลมาสมัครเป็นวิสามัญสมาชิกเนติ แต่ที่ประชุมมมติเอกฉันท์ไม่รับ ด้วยเหตุผลว่าเคยมีคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ
คดีของเสริม สาครราษฎร์ ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมทั่วไป หากแต่เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมไทยอย่างมากในเวลานั้น เพราะผู้ก่อเหตุมีภาพลักษณ์ตรงกันข้ามกับอาชญากรโดยสิ้นเชิง
เขาเคยถูกมองว่าเป็น “เด็กอัจฉริยะ” คนหนึ่งของประเทศ
การสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากในระบบการศึกษาไทย และยิ่งตอกย้ำความโดดเด่นเมื่อเขาสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ตั้งแต่อายุ 19 ปี ก่อนจะสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันแพทย์ชั้นนำของประเทศ
ด้วยพื้นฐานเช่นนี้ หลายคนในเวลานั้นจึงมองว่าเขาเป็น “ดาวรุ่ง” ที่มีอนาคตไกล
แต่ชีวิตจริงกลับเดินไปอีกทางหนึ่ง
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนสาวเริ่มมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความหึงหวง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ถูกพูดถึงอย่างมากในคำให้การหลังการจับกุม หลายคดีอาชญากรรมทั่วโลกก็มีรูปแบบคล้ายกัน คือเริ่มจากความขัดแย้งส่วนตัวที่ค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้น
คำถามที่หลายคนตั้งขึ้นในเวลานั้นคือ
“อะไรทำให้คนที่มีอนาคตสดใส กลายเป็นผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญได้?”
นักอาชญาวิทยาหลายคนมองว่า ปัจจัยสำคัญอาจมาจากหลายด้าน เช่น
-
ความกดดันทางการศึกษา
-
ปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัว
-
สภาวะอารมณ์และการควบคุมตนเอง
-
ความเครียดสะสม
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้มาบรรจบกันในช่วงเวลาหนึ่ง ก็อาจนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่ไม่มีใครคาดคิด
คดีนี้จึงถูกพูดถึงในฐานะ “โศกนาฏกรรมของคนเก่งที่เดินผิดทาง”
แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ชื่อของเสริม สาครราษฎร์ ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในบทเรียนเกี่ยวกับอาชญากรรม ความสัมพันธ์ และด้านมืดของจิตใจมนุษย์
บางครั้งเรื่องราวเหล่านี้ก็เตือนใจสังคมได้อย่างดีว่า
ความฉลาด หรือความสำเร็จทางการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์หรือการตัดสินใจของชีวิตได้เสมอไป
และในท้ายที่สุด คดีนี้ก็ยังคงถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งใน คดีสะเทือนขวัญที่คนไทยพูดถึงมากที่สุดในช่วงปลายทศวรรษ 2540.
7 ประเทศร่วมกันคว่ำบาตร พิธีเปิดและปิดพาราลิมปิกฤดูหนาว
เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วย
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
เปิด 8 ความเข้าใจผิดเรื่องรถยนต์ ที่คนใช้รถยังเชื่อกันอยู่
จังหวัดที่อากาศดีที่สุดในไทย
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
เงินเดือนพนักงานรถไฟฟ้าBTS
ชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
เปิดรายได้นักบิน F-16 ในประเทศไทย
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 มีนาคม
ค่าตอบแทนพนักงานเช็ดกระจกบนตึกสูง
"โมจตาบา คาเมเนอี" เป็นผู้นำอิหร่านได้วันเดียว ก็บาดเจ็บซะแล้ว!!
โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักเรียนมากเป็นอันดับหนึ่ง
3 อันดับเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025



