หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สุดยอดไอเดียพระไทย เปลี่ยนถุงแกงเป็นน้ำมันเบนซิน ต้นทุนเพียง 200 บาท กลั่นใช้จริงมาแล้วกว่า 2 ปี ช่วยวัดประหยัดเงินเดือนละหลายพัน


เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งแล้วรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และการพึ่งพาตนเองได้อย่างน่าประทับใจ จนอยากนำมาเล่าให้หลายท่านได้ฟังกัน เพราะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นแทบทุกอย่าง การรู้จักคิด รู้จักประยุกต์สิ่งใกล้ตัวให้เกิดประโยชน์ ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องจริง ๆ

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่วัดตาผา ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่นั่นมีพระรูปหนึ่งชื่อว่า พระอดุลย์ แสงโชติ ท่านได้สร้างความฮือฮาไม่น้อย หลังสามารถประดิษฐ์เครื่องกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติกได้ด้วยตนเอง เพื่อนำมาใช้กับเครื่องตัดหญ้าและเลื่อยยนต์ภายในวัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้มาก

ที่น่าทึ่งคือ เครื่องกลั่นน้ำมันที่ท่านทำขึ้นนั้นไม่ได้มีเทคโนโลยีซับซ้อนอะไรเลย แต่เป็นการนำของเก่าที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลง เช่น ถังเหล็กขนาด 200 ลิตร ถังดับเพลิงเก่า และเศษท่อเหล็ก มาประกอบเข้าด้วยกันอย่างเรียบง่าย ต้นทุนรวมแล้วเพียงประมาณ 200 บาทเท่านั้น

ขั้นตอนการทำน้ำมันก็ไม่ได้ยุ่งยาก เริ่มจากนำขยะพลาสติกที่พบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นถุงแกง ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก พลาสติกกันกระแทก หรือกระสอบพลาสติก ใส่ลงไปในถังเหล็ก จากนั้นจึงจุดไฟเผาหลอม ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พลาสติกเหล่านั้นก็จะกลายเป็นน้ำมันดิบสีน้ำตาลเข้ม เมื่อปล่อยทิ้งไว้ให้ตกตะกอนประมาณ 1–2 วัน จึงนำไปเข้าสู่ขั้นตอนการกลั่นอีกครั้ง โดยใช้น้ำหล่อเย็นตามท่อเหล็ก เพื่อให้ไอระเหยควบแน่นกลายเป็นน้ำมันเบนซินสีเหลืองใส

จากพลาสติกหนึ่งถัง สามารถกลั่นออกมาเป็นน้ำมันได้หลายชนิด ทั้งน้ำมันเบนซินประมาณ 4 ลิตร น้ำมันดีเซลอีกประมาณ 4 ลิตร และน้ำมันเครื่องสีดำอีกประมาณ 2 ลิตร ซึ่งเมื่อนำไปทดลองใช้กับเครื่องตัดหญ้าในวัดก็พบว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่ต่างจากน้ำมันที่ซื้อจากปั๊มเลย

พระอดุลย์เล่าว่า ก่อนจะบวชเคยทำงานเป็นช่างก่อสร้างมาก่อน จึงพอมีทักษะงานช่างอยู่บ้าง ต่อมาในปี 2558 ได้บวชเพื่อแก้บน โดยตอนแรกตั้งใจจะบวชเพียงไม่กี่วัน แต่เมื่อได้ศึกษาและสัมผัสพระธรรมก็เกิดความเลื่อมใส จึงตัดสินใจอยู่ในผ้าเหลืองมาจนถึงทุกวันนี้

ช่วงหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ที่วัดหัวหิน ท่านต้องรับหน้าที่ดูแลวัวที่ญาติโยมนำมาถวายถึง 18 ตัว ทำให้ต้องตัดหญ้าทุกวัน ค่าน้ำมันสำหรับเครื่องตัดหญ้าจึงสูงถึงเดือนละ 3,000–4,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยสำหรับวัดที่แทบไม่มีรายได้

ด้วยเหตุนี้เองท่านจึงเริ่มมองหาวิธีลดค่าใช้จ่าย กระทั่งไปพบข้อมูลจากสื่อโซเชียลว่าพลาสติกสามารถนำมากลั่นเป็นน้ำมันได้ จึงลองศึกษาด้วยตนเอง แล้วนำความรู้ด้านงานช่างที่มีอยู่มาประยุกต์สร้างเตาหลอมและเครื่องกลั่นแบบง่าย ๆ จากวัสดุเหลือใช้ในวัด

เมื่อย้ายมาอยู่ที่วัดตาผา ท่านก็ยังคงทำต่อ โดยนำถุงแกงที่ได้จากการบิณฑบาตมารวบรวมเป็นวัตถุดิบในการกลั่นน้ำมัน ต่อมาญาติโยมที่ทราบข่าวก็เริ่มนำขยะพลาสติกมาถวายเพิ่มขึ้น ทำให้วัดมีวัตถุดิบสำหรับผลิตพลังงานใช้เองอย่างต่อเนื่อง

น้ำมันที่กลั่นได้ส่วนหนึ่งนำมาใช้ภายในวัด เช่น ใส่เครื่องตัดหญ้าและเลื่อยยนต์เพื่อตัดแต่งต้นไม้ ทำให้บริเวณวัดดูสะอาดเรียบร้อยน่ามอง อีกส่วนหนึ่งก็แบ่งให้ญาติโยมที่นำพลาสติกมาถวายได้นำไปทดลองใช้ ถือเป็นการแบ่งปันกันอย่างเรียบง่าย

พระอดุลย์บอกว่า ปัจจุบันท่านกลั่นน้ำมันใช้เองมาแล้วประมาณ 2 ปี ช่วยให้วัดประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้พอสมควร และในอนาคตยังตั้งใจจะทดลองนำน้ำมันดีเซลที่ได้ไปใช้กับเครื่องสูบน้ำอีกด้วย

ในยุคที่ราคาพลังงานมีแต่จะสูงขึ้น การคิดหาวิธีพึ่งพาตนเองเช่นนี้จึงถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลกในเวลานี้อีกด้วย

เรื่องราวนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่า บางครั้งสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงขยะไร้ค่า หากนำมาคิดต่อยอดให้ดี ก็อาจกลายเป็นประโยชน์มหาศาลได้อย่างไม่น่าเชื่อ และยิ่งเมื่อเกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือวัดและชุมชนด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่านับถือมากขึ้นไปอีก

หากท่านใดมีถุงพลาสติกที่ใช้แล้วและไม่ได้ใช้งาน ก็สามารถนำไปถวายที่วัดเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ถือเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ทั้งช่วยวัด ช่วยสิ่งแวดล้อม และช่วยลดขยะไปพร้อมกันอย่างน่าชื่นชมจริง ๆ ครับ.

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5,774 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: sakura1569
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุนรายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่ผักที่หากินยากที่สุดในไทยรู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิลจังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอดย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคมสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”10 อันดับโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปีสุดยอดแบรนด์ขนมไทยใน 7-Eleven "Soft Power"เปลี่ยนของเก่าเป็นเงิน! ชี้เป้า 5 ตลาดปล่อย "ของมือสอง" ใน กทม. ค่าที่ถูก คนเดินเยอะ ปล่อยของออกไว5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพงตัวละครเอกสัญชาติไทย ที่ถูกสร้างและออกฉายโดยค่ายดิสนีย์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
คนไทยสุดเจ๋ง! ดาวเทียมวิจัย "TSC-1" ฝีมือคนไทย 100% เตรียมทะยานสู่อวกาศปี 2027เปิดพิกัด "ห้องพักราคาถูก" ย่านมงก๊ก! 1.28 ล้านเหรียญ แต่สภาพชวนขนหัวลุก ชาวเน็ตแห่สงสัย "บ้านผีสิง" หรือไม่?ดาราดัง "นาตาลี เบย์" เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคหายากอิตาลีเรียกร้องให้สหภาพยุโรปกลับมาซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียอีกครั้ง
ตั้งกระทู้ใหม่