หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“หินสีชมพู” ใต้แอนตาร์กติกายาว 100 กม. ตัวแปรลับเร่งละลายน้ำแข็ง-ชี้ชะตาน้ำท่วมโลก


เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

สะเทือนวงการวิทยาศาสตร์ไม่น้อย เมื่อมีรายงานการค้นพบก้อนหินแกรนิตสีชมพูที่กระจัดกระจายอยู่กลางยอดเขาภูเขาไฟสีดำในเทือกเขาฮัดสัน ทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา โดยทีมนักวิจัยจาก British Antarctic Survey ภาพของหินสีชมพูที่ตัดกับภูมิประเทศอันมืดหม่น ดูแปลกตาจนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ทั้งที่บริเวณรอบข้างเต็มไปด้วยหินภูเขาไฟสีเข้ม

นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีวัดการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีในผลึกแร่ขนาดเล็ก จนทราบว่าหินเหล่านี้มีอายุย้อนไปถึงราว 175 ล้านปีก่อน อยู่ในยุคจูราสสิก แต่การรู้เพียงอายุยังไม่เพียงพอจะตอบคำถามสำคัญว่า ใครหรืออะไรพามันมาถึงจุดนั้น ท้ายที่สุดทีมวิจัยจึงตัดสินใจสำรวจทางอากาศด้วยเครื่องบินติดตั้งเครื่องมือวัดแรงโน้มถ่วง บินเหนือธารน้ำแข็งไพน์ไอส์แลนด์ และพบสัญญาณผิดปกติใต้ผืนน้ำแข็ง

สิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านล่างไม่ใช่เพียงก้อนหินธรรมดา หากเป็นแหล่งหินแกรนิตขนาดมหึมา กว้างเกือบ 100 กิโลเมตร หนาหลายกิโลเมตร ฝังตัวอยู่ใต้ธารน้ำแข็งมานานหลายล้านปี ก้อนหินสีชมพูที่เห็นบนภูเขาจึงไม่ใช่ของแปลกปลอม แต่เป็นเศษชิ้นส่วนที่ธารน้ำแข็งในอดีตฉีกออกมาจากมวลหินยักษ์นี้ แล้วเคลื่อนย้ายไปทิ้งไว้เมื่อยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง ตำแหน่งของหินแต่ละก้อนจึงเปรียบเหมือนร่องรอยบอกเล่าว่า ธารน้ำแข็งเคยแผ่ปกคลุมไปไกลเพียงใด

ความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความน่าทึ่งทางธรณีวิทยาเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของโลกในวันที่น้ำแข็งกำลังละลายเร็วขึ้นทุกปี ธารน้ำแข็งไพน์ไอส์แลนด์ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สูญเสียน้ำแข็งเร็วที่สุดของแอนตาร์กติกา และสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นย่อมสะท้อนถึงระดับน้ำทะเลทั่วโลก ชนิดของหินใต้ธารน้ำแข็งมีผลต่อการไหลของน้ำแข็งอย่างมาก หินแกรนิตที่แข็งและขรุขระสามารถสร้างแรงเสียดทาน ชะลอการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งได้ ขณะเดียวกัน หากมีน้ำหล่อเลี้ยงใต้ฐานหินมากขึ้น ก็อาจทำให้น้ำแข็งไหลเร็วกว่าเดิม

เมื่อข้อมูลจากก้อนหินสีชมพูถูกนำไปใส่ในแบบจำลองคอมพิวเตอร์ นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของแผ่นน้ำแข็งได้แม่นยำยิ่งขึ้น และนั่นหมายถึงการประเมินระดับน้ำทะเลในอนาคตที่ชัดเจนขึ้นสำหรับชุมชนชายฝั่งทั่วโลก

เรื่องราวของหินสีชมพูที่ดูเหมือนเล็กน้อย จึงกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชื่อมอดีตอันร้อนแรงของโลกเข้ากับปัจจุบันอันหนาวเหน็บ และอาจกำหนดทิศทางอนาคตของผู้คนอีกหลายล้านชีวิตอย่างเงียบงัน โดยที่เราแทบไม่เคยรู้เลยว่า คำตอบของวิกฤตใหญ่ อาจซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็งที่ไกลสุดสายตา.

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 383 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทยจังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปีเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดจังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทยรู้หรือไม่เซเว่นสาขาใดในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลังโซเชียลจีนรุมวิจารณ์ เจ้าหญิงกัมพูชาโปรโมตสงกรานต์ ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตคล้ายไทยจนเกิดดราม่า5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยชายหาดในไทย “คนน้อย แต่สวยมาก”เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาด10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"คนป่วยแห่งเอเชีย" เศรษฐกิจของไทยเราไม่เคยโต และย่ำแย่มาตลอดชายหาดในไทย “คนน้อย แต่สวยมาก”เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ หลังขัดแย้งอิหร่านรุนแรงมันคืออสูรกาย ก่อนจะกลายมาเป็นน้ำพริกแมงดาสุดแซ่บน้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เสียงหญิงกรี๊ดร้องจากห้องคนขับรถไฟฟ้า..ทำเอาผู้โดยสารขวัญผวา ต่างรีบเข้ามาช่วยเปิดตัว Khun Boran ศิลปะการต่อสู้ของเขมรโบราณ ที่เหนือล้ำขึ้นไปยิ่งกว่า โบกาตอร์ และ กุนขแมร์ดราม่า! 4 สาวสวยนั่งยอง “เปิบทุเรียน” กลางถนน ชาวเน็ตถกสนั่น มารยาทหรือสีสัน?หูฟังมีสาย VS ไร้สาย ทำไมเทรนด์ "Wired Earphones" กลับมาฮิตระเบิดในปี 2026?
ตั้งกระทู้ใหม่