ผู้คนต่างคลั่งไคล้ผลไม้เนื้อสีชมพูรสชาติหวาน
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
"สับปะรดสีชมพูเรืองแสง" กำลังกลายเป็นกระแสฮือฮาบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของประเทศจีน โดยสับปะรดชนิดนี้มีเนื้อสีชมพูสวยงาม รสชาติหวานละมุน และ ที่น่าตกใจคือมีราคาสูงถึงกว่า 800 หยวนต่อผล ซึ่งแพงกว่าสับปะรดทั่วไปหลายเท่า!!
การปรากฏตัวของผลไม้ "ราคาแพงลิบ" ชนิดนี้ ดึงดูดความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนต่างสงสัยว่าสีชมพูของมัน เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือ เป็นเพียงผลจากการเติมสีผสมอาหารกันแน่?
สีชมพูตามธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรม
เนื้อสีชมพูของสับปะรด ไม่ได้เกิดจากการเติมสีสังเคราะห์โดยมนุษย์ แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการดัดแปลงพันธุกรรมที่มีการควบคุม โดยปกติแล้ว ในระหว่างการสุกของสับปะรดทั่วไป "สารไลโคปีน" ซึ่งเป็นสารให้สีแดงตามธรรมชาติที่พบในมะเขือเทศ จะถูกเอนไซม์ภายในผลเปลี่ยนไปเป็น "เบตาแคโรทีน" ทำให้เนื้อมีสีเหลือง อย่างไรก็ตาม ในสับปะรดสีชมพู นักวิทยาศาสตร์ได้ลดการทำงานของเอนไซม์ดังกล่าว ทำให้ผลสามารถคงปริมาณไลโคปีนไว้ได้มากขึ้น ส่งผลให้เมื่อสุกแล้ว เนื้อยังคงมีสีชมพูตามธรรมชาติ ทั้งสวยงามและปลอดภัยต่อสุขภาพ...
ตามข้อมูลของ "สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา" ของอเมริกา ระบุว่า "สับปะรดสีชมพูได้รับการอนุมัติและอนุญาตให้วางจำหน่าย ตั้งแต่ปี 2016 โดยพัฒนาแบบเอกสิทธิ์เฉพาะโดยบริษัท "เดล มอนเต เฟรช โพรท" ซึ่งมีแหล่งเพาะปลูกหลักอยู่ที่คอสตาริกา [ประเทศในอเมริกากลาง] เนื่องจากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ การดูแล และ การขนส่งที่ซับซ้อน สับปะรดสีชมพูแต่ละผลต้องใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ปี กว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ จึงทำให้มีต้นทุนและราคาสูง!!
ลูกค้าบางรายที่ได้ลิ้มลองกล่าวว่า "รสชาติของสับปะรดสีชมพูหวานมาก มีกลิ่นหอมคล้ายลูกอมผลไม้ เนื้อนุ่มและฉ่ำน้ำ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปจริงๆ..."
ความแตกต่างของสายพันธุ์สับปะรดยอดนิยม
ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า "ปัจจุบันทั่วโลกมีสับปะรดหลายร้อยสายพันธุ์ ซึ่งโดยหลักแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่..."
- ควีน = มีใบขอบหนาม ตาลึก รสหวานจัด ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น สับปะรดบาหลี
- คาเยนน์ = ใบเรียบ ตาตื้น รสเปรี้ยวหวานสมดุล สับปะรดส่วนใหญ่ในท้องตลาดปัจจุบันอยู่ในกลุ่มนี้หรือเป็นลูกผสมจากสายพันธุ์นี้
- สเปน
- สายพันธุ์ลูกผสม
อาการ "แสบหรือคันยิบๆในปาก" ขณะรับประทานสับปะรด แท้จริงเกิดจากเอนไซม์ "โบรมีเลน" ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยโปรตีน และ ผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่อยู่ในเนื้อผล ทั้ง 2 ชนิดนี้ส่งผลโดยตรงต่อเยื่อบุในช่องปาก ทำให้เกิดการระคายเคืองเล็กน้อย โดยจะชัดเจนเป็นพิเศษในสับปะรด ที่ยังไม่สุกเต็มที่ เนื่องจากยังมีกรดอินทรีย์ในปริมาณสูง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าการแช่สับปะรดในน้ำเกลือช่วยลดอาการแสบได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่า "วิธีนี้ไม่ได้ทำให้เอนไซม์หมดฤทธิ์โดยตรง แต่ช่วยลดความเปรี้ยว ทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น และ รับประทานได้สบายปากมากกว่า!!"
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกสายพันธุ์ ที่มีปริมาณโบรมีเลนและแคลเซียมออกซาเลตต่ำ หรือ ปรุงด้วยความร้อน เช่น ผัด ย่าง หรือต้ม เพื่อทำให้เอนไซม์หมดฤทธิ์ เมนูอย่างสับปะรดผัดเปรี้ยวหวาน ข้าวผัดสับปะรด หรือพิซซ่าฮาวาย ล้วนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการรับประทานสับปะรด อย่างปลอดภัยและอร่อย...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย
รู้จักโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ โรงเรียนเก่าแก่แห่งแรกของไทย
แนวทางเลขเด็ดงวด 16 พฤษภาคม 2569 เลขเด่น 7 ถูกพูดถึงอีกครั้ง
เลขเด็ดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ




