กระบะหลงทางตาม GPS ชนสนั่นสี่แยกช่องโก พัทลุง เจ็บ 9 ราย
กลางดึกที่ควรเงียบสงบ กลับต้องแตกตื่นด้วยเสียงชนสนั่นกลางสี่แยกช่องโก ถนนสายราเมศร์ ในเขตเทศบาลเมือง พัทลุง หลังรถกระบะ 2 คัน พุ่งชนกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 9 ราย บางรายอาการสาหัส
เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ผ่านมา พ.ต.ต.อดิพงศ์ พรหมหนู พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกช่องโก ซึ่งเป็นจุดสัญญาณไฟกระพริบในช่วงเวลากลางคืน
กลางแยกพบรถกระบะ Ford รุ่น Ford Ranger สภาพด้านหน้าพังยับเยิน จอดนิ่งอยู่ท่ามกลางเศษชิ้นส่วนรถที่กระจายเกลื่อนถนน คนขับคือ นายนิพล อายุ 37 ปี ให้การว่า ได้พาคนงานชาวเมียนมาจำนวน 5 คน รวมทั้งหมด 6 คน เดินทางกลับจาก กรุงเทพมหานคร หลังพาแรงงานไปตรวจเลือด และกำลังมุ่งหน้าไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัด หาดใหญ่ โดยใช้ระบบนำทาง GPS
อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางรถได้หลงเข้ามาในตัวเมืองพัทลุง เมื่อมาถึงสี่แยกช่องโกซึ่งเป็นไฟกระพริบ เจ้าตัวระบุว่าได้ชะลอรถก่อนขับผ่านแยก แต่จังหวะเดียวกันกลับเกิดการชนกับรถอีกคันอย่างแรง
คู่กรณีเป็นรถกระบะ Isuzu รุ่น Isuzu D-Max แบบสี่ประตู สภาพพลิกตะแคงข้างอยู่ริมถนน นายพิษณุ อายุ 35 ปี คนขับ ให้ข้อมูลว่า ตนกำลังขับรถพาภรรยาและบุตรชายวัย 2 ขวบ ไปยัง โรงพยาบาลพัทลุง หลังมารดาป่วยและถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลในอำเภอ ป่าบอน โดยตนขับตามหลังรถพยาบาล เมื่อถึงแยกได้ชะลอรถก่อนออกตัว แต่จู่ ๆ รถฟอร์ดได้พุ่งเข้ามา ทำให้ชนกันเต็มแรงจนรถพลิกคว่ำ
แรงกระแทกส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 9 ราย ภรรยาของนายพิษณุได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตัวเขาและลูกชายมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อยู่ระหว่างตรวจรักษา ส่วนกลุ่มคนงานชาวเมียนมาทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ โดยบางรายอาการสาหัส แพทย์อยู่ระหว่างประเมินอาการอย่างใกล้ชิด ด้านนายนิพล คนขับรถฟอร์ด บาดเจ็บเล็กน้อย และกำลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียด ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงพิจารณาประเด็นการใช้ความเร็วและทัศนวิสัยในช่วงกลางคืน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการเดินทางยามวิกาล แม้จะมีเทคโนโลยีนำทางช่วยเหลือ แต่ความระมัดระวังในจุดตัดทางร่วมทางแยกยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
อ้างอิงจาก: กระแสข่าวพัทลุง
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
ปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชา
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง: ปล่อยเลขเด็ด 3 ตัวเม็ดเดียว รับงวดสัญจรสุราษฎร์ธานี
"ลิซ่า อลิซา" สาวไทยที่ไปโด่งดังในซีรี่ส์จีน "สาวไทยข้ามภพ ป่วนใจแม่ทัพ"
ดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่น
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
5 สัตว์เลี้ยงนำโชคยอดนิยมในประเทศไทย
ตูปะซูตง : หมึกยัดไส้ข้าวเหนียว มรดกภูมิปัญญาอาหารสองวัฒนธรรม
สลดโค้งมรณะ! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำกระเด็นดับ 2 ศพ ที่ปากทางบ้านท่าเยี่ยม ขอนแก่น
ยิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน! ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์เตือนแรง “Laser ID” หลุด เท่ากุญแจชีวิตหาย มิจฉาชีพยึดตัวตนเราได้ทั้งระบบ
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
ดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่น
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำอาจทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
สลดโค้งมรณะ! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำกระเด็นดับ 2 ศพ ที่ปากทางบ้านท่าเยี่ยม ขอนแก่น
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
ดับอื้อ!! หลังเกิดเหตุรถบัสนักท่องเที่ยวจีน พุ่งทะลุแผ่นน้ำแข็งลงทะเลสาบรัสเซีย
สลดโค้งมรณะ! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำกระเด็นดับ 2 ศพ ที่ปากทางบ้านท่าเยี่ยม ขอนแก่น
ปิดภารกิจน้ำตาคลอ! พบร่าง "น้อง ม.6" ใต้สะพานแม่กลอง หลังอุบัติเหตุปริศนาทิ้งไว้เพียงความเศร้า
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด





