กัมพูชารื้อแผนที่ปี 1907 เปิดเกมทวงสิทธิ์บนรอยแผลยุคอาณานิคม
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นพรมแดนไทย–กัมพูชากลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังผู้นำกัมพูชาได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขอให้ช่วยตรวจสอบและรับรองแผนที่พรมแดนฉบับปี 1907 ซึ่งเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นในยุคอาณานิคมสมัยที่ฝรั่งเศสมีบทบาทในภูมิภาคอินโดจีน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสองประเทศ
ฝ่ายกัมพูชาเลือกอ้างอิงแผนที่เก่า ซึ่งเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่จัดทำโดยฝรั่งเศส ขณะที่ประเทศไทยยืนยันใช้ “หลักสันปันน้ำ” หลักการทางภูมิศาสตร์สากลที่กำหนดแนวเขตแดนตามจุดสูงสุดของภูเขาและทิศทางการไหลของน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และแผนที่ภูมิประเทศสมัยใหม่
เสียงเตือนจากยุโรป
ประเด็นดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเวทีระดับภูมิภาคเท่านั้น สื่อและนักวิชาการจากเยอรมนีได้ออกมาแสดงความคิดเห็น เตือนว่าฝรั่งเศสควรระมัดระวังบทบาทของตนเองในเรื่องนี้
นักวิชาการบางรายมองว่า แผนที่จากยุคล่าอาณานิคมเป็นเสมือน “มรดกบาป” ของประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการขีดเส้นแบ่งพรมแดนโดยไม่ได้คำนึงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิประเทศจริงของผู้คนในพื้นที่ การรื้อฟื้นเอกสารเหล่านี้อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของยุโรปยุคใหม่ที่พยายามวางตัวเป็นกลางและสนับสนุนสันติภาพระหว่างประเทศ
มิติการทูตและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
ในเชิงการทูต มีการวิเคราะห์ว่าฝรั่งเศสอาจช่วยในเชิงเทคนิค เช่น การค้นหาเอกสารต้นฉบับหรือจัดทำสำเนาให้ แต่มีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงการ “รับรองสิทธิ์” อย่างเป็นทางการ เนื่องจากการรับรองเช่นนั้นอาจถูกตีความว่าเป็นการเลือกข้างในข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ
อีกปัจจัยสำคัญคือมิติทางเศรษฐกิจ ฝรั่งเศสมีบริษัทข้ามชาติและการลงทุนจำนวนมากในประเทศไทย การเข้าไปมีบทบาทเชิงการเมืองที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ฝรั่งเศสจะตัดสินใจง่าย ๆ
การเมืองภายในกับวาทกรรมชาตินิยม
นักวิเคราะห์บางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า การหยิบยกประเด็นแผนที่เก่าขึ้นมาในช่วงเวลานี้ อาจมีนัยทางการเมืองภายในกัมพูชาเอง การสร้างกระแสชาตินิยมเกี่ยวกับพรมแดนอาจช่วยรวมพลังทางสังคม และเบี่ยงเบนความสนใจจากความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นพรมแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ อธิปไตย และความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ การสื่อสารอย่างระมัดระวังและการเจรจาโดยอาศัยกลไกระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเด็นทางประวัติศาสตร์กลายเป็นชนวนความตึงเครียดในปัจจุบัน
ท้ายที่สุด ไม่ว่าฝรั่งเศสจะเลือกวางบทบาทอย่างไร สิ่งที่นานาชาติจับตามองคือ ความสามารถของประเทศในภูมิภาคในการจัดการข้อพิพาทด้วยหลักกฎหมายสากล ความโปร่งใส และการเจรจาอย่างสันติ มากกว่าการย้อนกลับไปยึดติดกับเส้นแบ่งที่ถูกขีดไว้เมื่อกว่าร้อยปีก่อน
"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
“กว๊าน” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาตึงเครียด “ฮุน มาเนต” กล่าวหาไทยรุกล้ำอธิปไตย
ทำไมบริษัทประกันไม่ค่อย 'อยากจ่าย' ค่าเคลม?! อดีตพนักงานแฉหมดเปลือก เกมลับที่คุณต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
จอมเพชฌฆาตแห่งบางขวาง ย้อนรอยชีวิต "ประถม เครือเพ่ง" กับภารกิจเหนือกรรม
สาวปวดท้องคลอดบนมอเตอร์เวย์
จังหวัดที่ได้ค่าแรงน้อยที่สุด 7 อันดับแรกของประเทศไทย
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
สรุปมหากาพย์ "อดีตเจ้าชายแอนดรูว์" จากคดีฉาว Pizza Express สู่การถูกจับกุมเยี่ยงอาชญากร
ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาตึงเครียด “ฮุน มาเนต” กล่าวหาไทยรุกล้ำอธิปไตย
เคลื่อนไหวผิดสังเกต 20 ก.พ. 69 กัมพูชาเร่งขุด “คูดิน” ยาวหลายกิโลเมตร รอบบ้านหนองจาน
แห่ตั้งค่าหัวจับคนร้ายที่ราดน้ำมัน "มอลลี่" ยอดพุ่งถึง 80,000 บาท