ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินยกเลิกมาตรการเก็บภาษีของทรัมป์ — เปิดฉากดราม่าการค้าครั้งใหม่
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้มีมติ 6 ต่อ 3 ยกเลิกมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทั่วโลกที่อดีต โดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศใช้ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยศาลสูงสุดระบุว่าการเก็บภาษีดังกล่าวดำเนินการภายใต้กฎหมายฉุกเฉินที่ทรัมป์ใช้นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจในการออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีเป็นสิทธิของ สภาคองเกรส ไม่ใช่ของประธานาธิบดีฝ่ายเดียว
คำตัดสินนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในแวดวงการเมืองและวงการธุรกิจ เพราะมาตรการภาษีของทรัมป์เคยถูกใช้เพื่อกดดันคู่ค้ารายใหญ่หลายประเทศ และมีผลต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ทรัมป์ไม่ยอมง่าย ๆ — ตอบโต้ทันที
หลังคำตัดสินออกมา ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าคำตัดสินนี้ “น่าอับอายและน่าผิดหวัง” พร้อมกับตั้งข้อสังเกตอย่างเฉพาะเจาะจง แม้จะไม่ได้ยื่นหลักฐานต่อศาลว่า ผู้พิพากษาเสียงข้างมากมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับต่างชาติหรือไม่ก็ตาม ซึ่งคำกล่าวลักษณะนี้ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดทางการเมืองขึ้นไปอีก
เพื่อไม่ให้ช่องว่างทางกฎหมายทำให้มาตรการภาษีตกไปเลยทันที ทรัมป์จึงประกาศนำ กฎหมายการค้าปี 1974 มาใช้งานแทน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯสามารถสั่งเก็บภาษีสินค้านำเข้าเป็นการชั่วคราว สูงสุด 150 วัน เพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาด้านการค้าต่างประเทศ โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส
แล้วบริษัทที่จ่ายภาษีไปแล้วจะได้เงินคืนไหม?
คำถามที่ตามมาหลังคำตัดสินคือ “บริษัทต่าง ๆ ที่จ่ายภาษีตามมาตรการเก่าของทรัมป์ไปแล้ว จะได้เงินคืนหรือไม่?” ซึ่งจนถึงตอนนี้ศาลสูงสุดยังไม่ได้วินิจฉัยอย่างชัดเจน และยังไม่มีคำสั่งผูกพันให้รัฐบาลต้องคืนเงินภาษีให้กับผู้ประกอบการ
ทรัมป์เองก็ส่งสัญญาณชัดว่า เขาอาจ ไม่ยอมคืนเงินภาษีเหล่านั้นโดยง่าย และถ้าบริษัทใดต้องการจะทวงเงินคืน ก็อาจต้องฟ้องร้องกันในศาลย่อยอีกหลายปีจนกว่าจะถึงที่สุด
มุมมองต่ออนาคตการค้าและเศรษฐกิจ
คำตัดสินของศาลสูงสุดในครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เพราะส่อให้เห็นขอบเขตอำนาจระหว่างสภาคองเกรสและฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน และจะส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในอนาคต
สำหรับบริษัททั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายภาษีอาจส่งผลให้ต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ ตั้งแต่การวางแผนต้นทุนสินค้า การตั้งราคาไปจนถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทาน
ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งมองว่าการตัดสินนี้ช่วยรักษาดุลอำนาจตามรัฐธรรมนูญ อีกฝ่ายก็เตือนว่าการใช้กฎหมายปี 1974 แทนมาตรการเดิมอาจกลายเป็นช่องโหว่ที่สร้างผลกระทบไม่คาดคิดให้กับเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ
สถานการณ์นี้ยังคงต้องจับตาต่อไปว่า กระบวนการฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินภาษีคืนจะดำเนินไปอย่างไร และบทบาทของศาลและสภาคองเกรสจะเป็นอย่างไรในบริบทของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ได้อย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
ทำไมรัสเซียจึงไม่มีไชน่าทาวน์.
“กว๊าน” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
5 อัลบั้มเพลงภาษาไทย ที่ทำยอดขายมากที่สุดตลอดกาล
"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
วิธีหาเหรียญใน Shopee ให้ได้เยอะๆ
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
ปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ไร้ความทะเยอทยาน เพราะดิ้นรนให้ตายก็ไม่มีวันรวย
“ชุดไทยฟีเวอร์” สะเทือนโซเชียล หลังศิลปินไทยจุดประกายแฟชั่นข้ามพรมแดน



