พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
ท่ามกลางกระแสข่าวและการเคลื่อนไหวบนเวทีระหว่างประเทศ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า แท้จริงแล้วฝ่ายไทยเองก็อาจมี “ของสำคัญ” อยู่ในมือเช่นกัน
เรื่องนี้มีที่มาจากการที่ผู้ช่วยทูตทหารไทยประจำกรุงปารีส ได้ค้นพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับสนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ในช่วงปี ค.ศ. 1904 และ 1907 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของการกำหนดเส้นเขตแดนในภูมิภาคอินโดจีน เอกสารเหล่านี้เกี่ยวข้องกับรายละเอียดการทำแผนที่ การกำหนดเส้นแบ่งเขต และกระบวนการเจรจาระหว่างสองฝ่ายในยุคนั้น
ปัจจุบันมีรายงานว่าเอกสารดังกล่าวได้รับการแปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ และถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องประวัติศาสตร์ แต่มีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในปัจจุบันด้วย
หากข้อมูลเหล่านี้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางกฎหมายระหว่างประเทศ ก็อาจเปรียบได้กับ “ไพ่ใบสำคัญ” ที่ไทยถือครองอยู่ เป็นหลักฐานต้นทางจากยุคที่มีการกำหนดเส้นเขตแดนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการตีความจากแผนที่ฉบับรองหรือข้อมูลภายหลัง
ในทางการทูต การมีหลักฐานชั้นต้นเช่นนี้ ย่อมเพิ่มน้ำหนักในการเจรจาอย่างมาก เพราะเวทีระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับเอกสารทางราชการ ข้อตกลงที่ลงนาม และกระบวนการทางกฎหมายในอดีต มากกว่าคำกล่าวอ้างทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลดังกล่าวย่อมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การทูตไม่ใช่เกมที่รีบเดินทุกหมากพร้อมกัน บางครั้งการถือไพ่ไว้ในมือ รอดูท่าทีคู่เจรจาก่อน ก็อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกว่า การเลือกจังหวะเวลาและเวทีในการนำเสนอหลักฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เนื้อหาของหลักฐานเอง
ท้ายที่สุด ไม่ว่าข้อมูลจะถูกนำออกมาใช้เมื่อใด สิ่งที่สังคมคาดหวังคือความโปร่งใส ความชัดเจน และการยึดมั่นในข้อเท็จจริง หากมีหลักฐานที่หนักแน่นจริง การสื่อสารด้วยเอกสารและเหตุผลที่ตรวจสอบได้ อาจทรงพลังยิ่งกว่าถ้อยคำใด ๆ บนเวทีโลก
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
"สุนัขหุ่นยนต์" ที่บรรทุกขีปนาวุธปรากฏตัวขึ้นแล้ว!!
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
คาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์
เลขเด็ด "นกตาทิพย์" งวดวันที่ 1 มีนาคม 69 บินมาให้โชคแล้ว..รีบส่องด่วน!
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
5 ประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะมากที่สุดในโลก
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี
ย้อนรอยเส้นทางมืด "แอม ไซยาไนด์" จากอดีตภรรยาตำรวจสู่ฆาตกรต่อเนื่อง คดีวางยาสะเทือนขวัญที่โลกต้องจารึก
ดราม่าฟันลามการเมือง! “พริษฐ์” วอนหยุดขุดภาพเก่า บอกชัดรักษาหายแล้ว ขอเวลาสื่อไปตรวจอำนาจรัฐดีกว่า
5 อัลบั้มเพลงภาษาไทย ที่ทำยอดขายมากที่สุดตลอดกาล
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อให้สัมภาษณ์กับ Reuters
ศาลกัมพูชามีคำพิพากษาจำคุกนักข่าวชาวกัมพูชา 2 คน เป็นเวลา 14 ปี ในข้อหากบฏ จากกรณีลงพื้นที่รายงานข่าวบริเวณชายแดนและมีภาพถ่ายที่ปรากฏทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย
ก้อย อรัชพร – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เปิดตัวหวาน แต่เจอดราม่าพาดพิง