จากคำสั่งไม่ฟ้อง สู่คำสั่งฟ้อง! คดีดิไอคอนฯ สะเทือนวงการบันเทิงอีกระลอก ใครถูกใครผิด ศาลเท่านั้นจะชี้ชะตา
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งแล้วต้องหยุดนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ข่าวที่ว่าคือกรณีอัยการสูงสุดมีความเห็นชี้ขาด “สั่งฟ้อง” สองดาราดังอย่าง ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ พีชญา วัฒนามนตรี ในคดีบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป หลังจากก่อนหน้านี้อัยการคดีพิเศษเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ
แต่เรื่องกลับไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นแย้ง เห็นควรสั่งฟ้องใน 5 ข้อหาหนัก ก่อนส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด และล่าสุดคำวินิจฉัยก็ออกมาชัดเจนว่า “ควรฟ้อง” ตามความเห็นของดีเอสไอ
อ่านแล้วต้องยอมรับว่า คดีนี้ไม่ธรรมดา เพราะเกี่ยวข้องทั้งเรื่องธุรกิจขายตรง ความเสียหายของประชาชน และชื่อเสียงของบุคคลสาธารณะที่ประชาชนคุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เหตุผลที่เคยสั่งไม่ฟ้องนั้น ระบุว่าทั้งสองเป็นเพียงพรีเซนเตอร์ ทำหน้าที่โปรโมตสินค้า ขึ้นเวทีพูดในลักษณะขายผลิตภัณฑ์ มิได้มีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนเข้าร่วมเครือข่าย แตกต่างจากผู้บริหารบางรายที่มีบทบาทชัดเจนในการชักชวนสมัครสมาชิก แต่เมื่อดีเอสไอเห็นต่าง และยืนยันว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องร้อง เรื่องจึงต้องถึงมืออัยการสูงสุดให้ชี้ขาด
คำถามที่สังคมตั้งขึ้นในเวลานี้คงไม่ใช่เพียงว่า “ใครผิดใครถูก” แต่คือบทบาทของคนดังในธุรกิจที่มีลักษณะชักชวนคนจำนวนมาก ว่าขอบเขตความรับผิดชอบควรอยู่ตรงไหน การเป็นพรีเซนเตอร์คือเพียงการรับจ้างโฆษณา หรือมีส่วนร่วมในภาพรวมของธุรกิจมากกว่านั้น
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ อัยการคดีพิเศษจะนัดผู้ต้องหาทั้งสองมาพบเพื่อดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา หากไม่มาตามนัด ก็อาจมีการประสานให้นำตัวมาส่งพนักงานอัยการต่อไป กระบวนการจะเดินหน้าเข้าสู่ชั้นศาล ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่พยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ผู้เขียนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เห็นว่า เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญของยุคสมัย ทุกวันนี้การทำธุรกิจผสมผสานกับภาพลักษณ์คนดังมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่หวังจะสร้างรายได้เสริม หวังจะลืมตาอ้าปากได้ หากข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ความเสียหายอาจเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญในสังคมที่ยึดถือกฎหมาย คือ “ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด” คำสั่งฟ้องไม่ใช่คำตัดสิน แต่เป็นการเปิดทางให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างเต็มรูปแบบ
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวบันเทิง หากแต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อทั้งกระบวนการยุติธรรมและบุคคลสาธารณะ
สุดท้ายแล้ว ความจริงจะปรากฏชัดในศาล แต่สิ่งที่สังคมควรทำควบคู่กันไป คือใช้วิจารณญาณ ไม่ตัดสินใครล่วงหน้า และไม่หลงเชื่อสิ่งใดเพียงเพราะภาพลักษณ์ที่เห็นบนเวทีหรือหน้าจอ
เรื่องนี้คงต้องติดตามกันยาว ๆ และน่าจะเป็นอีกหนึ่งคดีใหญ่ที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิดในปีนี้อย่างแน่นอน.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
รู้หรือไม่เซเว่นสาขาใดในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
โรงเรียนหญิงล้วนแห่งแรกของประเทศไทย
ไอเดียตกแต่งคลินิกทำฟันสุดแนวจากทุกมุมโลก
ช่วงอายุที่ควรจัดฟัน
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
รีวิวหนังดัง LIVE BY NIGHT
สกัดกลางทาง! ตำรวจชัยภูมิรวบแก๊งขนยาบ้า 8 แสนเม็ด ก่อนสงกรานต์ ล่าขยายผลโยงเครือข่ายใหญ่
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ
“สีหศักดิ์” ยืนยัน 3 ลูกเรือไทย “มยุรี นารี” เสียชีวิตแล้ว หวังเปิดทางเรือไทยตกค้าง
ทัวร์จีนลงยับ หลังเจ้าหญิงเขมร ทําคลิปโปรโมทสงกรานต์

