ไม่ง้อไทยแล้วหรือ? กัมพูชาปรับเกมการค้า หันซบมาเลเซีย ยอดพุ่ง 42%
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งจากสำนักข่าวเคทีพี (KTP) สื่อมวลชนแห่งรัฐของ กัมพูชา ซึ่งรายงานตัวเลขการค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับ มาเลเซีย ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่ามีมูลค่ารวมทะยานขึ้นถึงกว่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นับเป็นตัวเลขที่มิอาจมองข้ามได้ในบริบทสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน
รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา ระบุว่ายอดส่งออกของกัมพูชาไปยังมาเลเซียอยู่ที่ 21 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นสูงถึง 77.3% ขณะที่ยอดนำเข้าจากมาเลเซียแตะระดับ 103 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 36.2% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญ
เพ็ญ โสวิชิต ปลัดและโฆษกกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ให้ความเห็นว่าการขยายตัวดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของกัมพูชาในการรักษาตลาดสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับ ประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในทางการเมืองและเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่าง Chey Tech ชี้ว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากมาเลเซีย อาจสะท้อนถึงยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งอุปทานของกัมพูชา สินค้าบางประเภทมีการเบี่ยงทิศทางจากไทย อันเป็นผลสืบเนื่องจากความตึงเครียดชายแดน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคภายในประเทศ
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ตลอดปี 2025 การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและมาเลเซียมีมูลค่ารวมสูงถึง 1,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.66% เมื่อเทียบรายปี โดยมาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับ 7 ของกัมพูชา สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นภายในกรอบอาเซียน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน กัมพูชายังมีรายงานว่ายอดนำเข้าจาก สิงคโปร์ เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนแรกของปี 2026 สวนทางกับตัวเลขนำเข้าจากไทย ภายหลังพนมเปญมีมาตรการระงับการซื้อน้ำมันและก๊าซจากไทย อันเป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ
Chey Tech ยังเสนอแนะอย่างเผ็ดร้อนว่า กัมพูชาควรเร่งลงทุนร่วมกับนักลงทุนต่างชาติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในประเทศให้มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ พร้อมทั้งยกระดับการสนับสนุนสินค้าในประเทศ แทนการพึ่งพาการนำเข้า พร้อมถ้อยคำที่สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวว่า “จำเป็นต้องยกระดับการบอยคอตต์สินค้าไทย” ควบคู่ไปกับการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
ในมุมมองของผู้เขียน ตัวเลข 42% มิใช่เพียงสถิติทางการค้า หากแต่เป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนย่อมเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันมาโดยตลอด การเปลี่ยนทิศทางห่วงโซ่อุปทานย่อมส่งผลสะเทือนเป็นลูกโซ่
ท้ายที่สุด ไม่ว่าประเทศใดจะเลือกเดินหมากอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือเสถียรภาพ ความร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในภูมิภาค เพราะเศรษฐกิจมิใช่เวทีแห่งอารมณ์ หากแต่เป็นสนามแห่งเหตุผลและยุทธศาสตร์ระยะยาว
(ที่มา: เคทีพี)
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
รู้หรือไม่เซเว่นสาขาใดในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
โรงเรียนหญิงล้วนแห่งแรกของประเทศไทย
ไอเดียตกแต่งคลินิกทำฟันสุดแนวจากทุกมุมโลก
ช่วงอายุที่ควรจัดฟัน
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
รีวิวหนังดัง LIVE BY NIGHT
สกัดกลางทาง! ตำรวจชัยภูมิรวบแก๊งขนยาบ้า 8 แสนเม็ด ก่อนสงกรานต์ ล่าขยายผลโยงเครือข่ายใหญ่
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ
“สีหศักดิ์” ยืนยัน 3 ลูกเรือไทย “มยุรี นารี” เสียชีวิตแล้ว หวังเปิดทางเรือไทยตกค้าง
ทัวร์จีนลงยับ หลังเจ้าหญิงเขมร ทําคลิปโปรโมทสงกรานต์