ถนนลึกลับผ่ากลาง “แม่ยวม” ไม้หาย 329 ท่อน เสียหายเกือบ 3 ล้าน สั่งเด้งหัวหน้าเขตฯ ตั้งกรรมการสอบเข้ม
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วรู้สึกสะท้อนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งถือเป็นทรัพยากรล้ำค่าของชาติ นั่นคือการตรวจพบการลักลอบตัดถนนและโค่นไม้ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จังหวัดแม่ฮ่องสอน
พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเป็นเขตป่าอนุรักษ์ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ครอบคลุมป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ในระดับความสูง 600–1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A ซึ่งตามหลักกฎหมายและวิชาการ ถือเป็นพื้นที่ที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดที่สุด
ข้อเท็จจริงที่เปิดเผยออกมา ระบุว่า มีการทำถนนใหม่จำนวน 4 เส้นทาง ลัดเลาะตามสันเขา ความกว้างประมาณ 3 เมตร รวมระยะทางบุกรุกกว่า 6.60 กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่เสียหายกว่า 12 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา ตรวจยึดไม้ของกลางได้ 329 ท่อน ปริมาตร 156.94 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหายที่รัฐพึงได้รับประมาณ 2.84 ล้านบาท
จากรายงานเบื้องต้น พบพฤติการณ์ใช้เครื่องจักรกลหนัก ทั้งรถแบคโฮและรถไถฟาร์ม ขุดโค่นต้นไม้ทั้งรากเหง้าอย่างเป็นระบบ มิใช่การกระทำในลักษณะชาวบ้านตัดไม้เล็กน้อยเพื่อยังชีพ หากแต่มีลักษณะเป็นการดำเนินการที่มีทุนหนุนหลัง และอาจเกี่ยวข้องกับการลำเลียงสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านแนวป่าอนุรักษ์
กรณีนี้เองทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างกว้างขวางว่า เหตุใดการดำเนินการจึงเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่เพิ่งมีการตรวจพบและขยายผลในภายหลัง
ด้วยเหตุนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย หรือบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ พร้อมทั้งมีคำสั่งให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ขณะเกิดเหตุ ไปปฏิบัติราชการที่หน่วยงานอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน
ในมุมมองของผู้เขียน เห็นว่าคดีลักษณะนี้มิใช่เพียงการลักลอบตัดไม้ธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องอิทธิพลในพื้นที่ การใช้ทรัพยากรของชาติอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และความเปราะบางของระบบตรวจสอบภายใน
ป่าอนุรักษ์มิใช่เพียงผืนดินว่างเปล่า หากแต่เป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และเป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ การเปิดถนนลัดเลาะกลางป่าดิบเขาเพียง 1 สาย อาจสร้างผลกระทบเชิงระบบ ทั้งการลุกลามของการบุกรุก การล่าสัตว์ และการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในระยะยาว
กรมอุทยานฯ ได้ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนอย่างเคร่งครัด และหากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด คำยืนยันดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สังคมกำลังจับตา
ท้ายที่สุดแล้ว คดีนี้จะจบลงเช่นไร คณะกรรมการสอบสวนจะสาวถึงต้นตอได้ลึกเพียงใด และจะสามารถปกป้องผืนป่าแม่ยวมให้รอดพ้นจากการบุกรุกซ้ำซากได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ประชาชนผู้หวงแหนทรัพยากรของชาติควรติดตามอย่างใกล้ชิด
เพราะป่าไม้ หากสูญเสียไปแล้ว มิอาจสร้างคืนได้ภายในชั่วอายุคน และความเสียหายหนึ่งครั้ง อาจทิ้งรอยแผลไว้กับแผ่นดินไปอีกนานแสนนาน.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
รู้หรือไม่เซเว่นสาขาใดในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
20 คณะ “จบแล้วมีงานทำ” ตลาดแรงงานต้องการตัวสูง บางสาขาขาดคนหนักมาก!
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
โรงเรียนหญิงล้วนแห่งแรกของประเทศไทย
ไอเดียตกแต่งคลินิกทำฟันสุดแนวจากทุกมุมโลก
ช่วงอายุที่ควรจัดฟัน
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
รีวิวหนังดัง LIVE BY NIGHT
สกัดกลางทาง! ตำรวจชัยภูมิรวบแก๊งขนยาบ้า 8 แสนเม็ด ก่อนสงกรานต์ ล่าขยายผลโยงเครือข่ายใหญ่
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ
“สีหศักดิ์” ยืนยัน 3 ลูกเรือไทย “มยุรี นารี” เสียชีวิตแล้ว หวังเปิดทางเรือไทยตกค้าง
ทัวร์จีนลงยับ หลังเจ้าหญิงเขมร ทําคลิปโปรโมทสงกรานต์
