เปิด 6 ประเทศประชาธิปไตย ที่มีการซื้อสิทธิขายเสียง มากที่สุดในโลก
การซื้อสิทธิขายเสียง (Vote Buying) เป็นปัญหาเรื้อรังที่พบได้ในหลายประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศที่ระบบสถาบันทางการเมืองยังไม่เข้มแข็งพอ แม้ประเทศเหล่านั้นจะปกครองด้วยระบอบ (ที่มีการเลือกตั้ง) ก็ตาม
รวบรวมสถานการณ์และกลุ่มประเทศที่มักถูกพูดถึงในประเด็นนี้มากที่สุดในโลก...
1. กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภูมิภาคนี้มีวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการซื้อเสียง
ไทย: มักพบปัญหาในพื้นที่ชนบทและกึ่งเมือง ผ่านเครือข่าย "หัวคะแนน" (Voter Broker / Political Broker) หมายถึง บุคคลที่เป็น "ตัวกลาง" ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งกับชาวบ้านในพื้นที่ มีบทบาทสำคัญในการจัดหาและรักษาฐานเสียง แม้จะมีกฎหมายรุนแรง แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการสัญญาว่าจะให้ หรือการใช้เม็ดเงินผ่านโครงการนโยบายก็ยังมีอยู่
หน้าที่หลัก คือแนะนำตัวผู้สมัคร, ประชาสัมพันธ์นโยบาย, จัดการการพบปะระหว่างผู้สมัครกับคนในชุมชน และที่สำคัญคือการ "เช็กยอด" จำนวนคนที่จะเลือกผู้สมัครคนนั้นๆ ความสัมพันธ์นี้มักเป็นผู้ที่มีบารมี มีชื่อเสียง หรือเป็นผู้นำตามธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน หรือผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพเกรงใจ
ในหลายกรณี หัวคะแนนมักถูกเชื่อมโยงกับการเป็นผู้รับผิดชอบ "แจกเงิน" หรือสิ่งของ เพื่อซื้อเสียงให้กับผู้สมัคร นักการเมืองมักขาดหัวคะแนนไม่ได้ เพราะหัวคะแนนคือคนที่ "เข้าถึง" และ "รู้ใจ" ชาวบ้านในระดับเส้นเลือดฝอย ทำให้สามารถเจาะฐานเสียงได้แม่นยำกว่าการหาเสียงผ่านสื่อทั่วไป
ฟิลิปปินส์: การเมืองถูกขับเคลื่อนด้วย "ตระกูลการเมือง" (Political Dynasties หรือ Politik Dinasti ในภาษาอินโดนีเซีย ) การซื้อเสียงมักทำกันอย่างเปิดเผยในบางพื้นที่ โดยมองว่าเป็นการ "ช่วยเหลือ" ค่าเดินทางหรือค่าอาหารแก่ผู้สนับสนุน เป็น "การเมืองแบบสืบทอดอำนาจในสายตระกูล" ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สมาชิกในครอบครัวเดียวกันหรือเครือญาติ (ผ่านทางสายเลือดหรือการแต่งงาน) เข้ามาครองตำแหน่งทางการเมืองอย่างต่อเนื่องหรือพร้อมกันในหลายระดับ
อินโดนีเซีย: มีศัพท์เฉพาะที่เรียกว่า Serangan Fajar (การโจมตีตอนรุ่งสาง) หมายถึงการแจกเงินในเช้าวันเลือกตั้ง มักเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดหรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ( Fajar แปลว่า รุ่งอรุณ) ของวันเลือกตั้ง มีรูปแบบ โดยเป็นการแจกเงิน สิ่งของ (เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช) บัตรเติมเงิน หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับผู้สมัครบางคน
2. กลุ่มประเทศในละตินอเมริกา
ในภูมิภาคนี้ การซื้อเสียงมักมาในรูปแบบของ "ประชานิยมเชิงแลกเปลี่ยน" (Clientelism)
เม็กซิโก: ในอดีตยุคพรรค PRI ครองอำนาจยาวนาน การแจกของใช้ (เช่น บัตรเติมเงิน อาหาร หรือวัสดุก่อสร้าง) เพื่อแลกคะแนนเสียงเป็นเรื่องปกติ และยังคงหลงเหลือร่องรอยมาจนถึงปัจจุบัน
การซื้อสิทธิขายเสียงในเม็กซิโกมีลักษณะที่เรียกว่า "Clientelism" (ระบบอุปถัมภ์) ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนทรัพยากรหรือความช่วยเหลือกับคะแนนเสียง โดยมีรูปแบบที่พัฒนาและหลากหลายตั้งแต่อดีต เช่น การผูกโยงความช่วยเหลือกับคะแนนเสียง: มีการสื่อสารกับประชาชนว่า หากพรรครัฐบาลไม่ชนะการเลือกตั้ง โครงการสวัสดิการต่างๆ เช่น เงินบำนาญผู้สูงอายุ หรือทุนการศึกษา อาจถูกยกเลิก หรือการกำกับดูแลของรัฐ: กลุ่มผู้ประท้วงในปี 2025 ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบโครงการทางสังคมอย่างอิสระ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการซื้อเสียง
บราซิล: แม้จะมีระบบเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยมาก แต่ในพื้นที่ยากจน ปัญหาการใช้ทรัพยากรของรัฐมาแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงยังคงเป็นประเด็นถกเถียง เป็นการที่ผู้นำท้องถิ่นหรือผู้มีอิทธิพล (Coronels) บงการการลงคะแนนของชาวบ้านผ่านการข่มขู่หรือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ โดยที่นักการเมืองจะแจกจ่ายสิ่งของที่จำเป็น เช่น อาหาร ยา หรืออุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อแลกกับความจงรักภักดีในการเลือกตั้ง
3. กลุ่มประเทศในแอฟริกา
ไนจีเรีย: การเลือกตั้งมักถูกครอบงำด้วยเม็ดเงินมหาศาล มีการใช้คำว่า "Stomach Infrastructure" หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานลงสู่ท้องเพื่อให้คนอิ่มท้องในระยะสั้นเพื่อแลกกับคะแนนเสียง เป็นนโยบายหรือกลยุทธ์การหาเสียงที่เน้นการตอบสนองความต้องการพื้นฐานด้านปากท้องของประชาชนโดยตรง เช่น การแจกอาหาร ข้าวสาร หรือเงินสด แทนที่จะเน้นเพียงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (เช่น ถนนหรือสะพาน) เพียงอย่างเดียว
--------------------
การวัดมูลค่าของการซื้อเสียงออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนนั้นทำได้ยาก (เพราะเป็นกิจกรรมผิดกฎหมายที่ไม่มีใบเสร็จ) แต่จากการศึกษาวิจัยของสถาบันวิชาการและองค์กรสากล เราสามารถเห็นภาพสะท้อนผ่านดัชนีชี้วัดและความเสียหายเชิงระบบได้ดังนี้...
1. สถิติเชิงปริมาณในระดับสากลและไทย จากการศึกษาของ Global Corruption Barometer และงานวิจัยเชิงพฤติกรรม พบสถิติที่น่าสนใจคือ...
ฟิลิปปินส์: ในการเลือกตั้งบางระดับ มีการประเมินว่าผู้สมัครอาจต้องใช้เงินสูงถึง $50 - $100 ต่อหัว ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมหาศาลเมื่อเทียบกับรายได้ขั้นต่ำ
ไทย: ผลงานวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้าและนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง (เช่น ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล) เคยประเมินว่าในการเลือกตั้งระดับชาติบางครั้ง มีเงินสะพัดในวงจรการเลือกตั้ง (รวมงบหาเสียงและเงินนอกระบบ) สูงถึง 50,000 - 80,000 ล้านบาท
ในบางประเทศของแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลสำรวจพบว่าประชากรเกือบ 1 ใน 3 (ประมาณ 30%) ยอมรับว่าเคยได้รับการเสนอเงินหรือสิ่งของแลกคะแนนเสียง
2. ความเสียหายเชิงโครงสร้าง (Structural Damages) ความเสียหายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินที่แจก แต่มันคือ "ค่าเสียโอกาส" และ "ต้นทุนแฝง" ที่ประเทศต้องจ่ายคืนภายหลัง...
-การทุจริตเชิงนโยบาย (ถอนทุนคืน)
เมื่อนักการเมืองใช้เงินซื้อเสียง 100 ล้านบาท เขาไม่ได้ต้องการแค่ทุนคืน แต่ต้องการกำไร ความเสียหายจึงมาในรูปของ
-การล็อกสเปกโครงการ: ทำให้ได้งานคุณภาพต่ำแต่ราคาสูง
-ค่าหัวคิว: ประเมินกันว่าโครงการรัฐในประเทศที่มีการซื้อเสียงสูง อาจมีการหักหัวคิวถึง 10-30% ของงบประมาณรวม
-การบิดเบือนกลไกตลาดและงบประมาณ
แทนที่งบประมาณจะถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (เช่น การศึกษา หรือ R&D) งบกลับถูกดึงไปใช้กับ:
-โครงการประชานิยมระยะสั้น: เพื่อรักษาฐานเสียงเดิม
-งบกลาง/งบฉุกเฉิน: ที่ตรวจสอบได้ยากกว่าปกติ
-การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน (Economic Credibility)ประเทศที่มีการซื้อเสียงมักมีอันดับ CPI (Corruption Perceptions Index) ที่ต่ำ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ...
-FDI (การลงทุนจากต่างประเทศ): นักลงทุนต่างชาติหลีกเลี่ยงประเทศที่มีต้นทุนแฝงจากการใต้โต๊ะ
-อันดับความน่าเชื่อถือ: ส่งผลต่อดอกเบี้ยเงินกู้ของประเทศ
หากนักการเมืองจ่ายเงิน 1 บาทเพื่อซื้อเสียง เขามักจะเข้าไปดึงเงินภาษีคืนอย่างน้อย 10-100 เท่า ผ่านกลไกการบริหารที่ขาดธรรมาภิบาล
มีหลายปัจจัยที่ทำให้ประเทศเหล่านี้มีปัญหา เช่น..ความยากจน เงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับนักการเมือง อาจเป็นค่าอาหารหลายวันสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ,ระบบอุปถัมภ์ ผู้ซื้อเสียงถูกมองว่าเป็น "ผู้มีพระคุณ" มากกว่าผู้กระทำผิดกฎหมาย ,ความไม่เชื่อมั่น ประชาชนรู้สึกว่าไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลชีวิตก็ไม่เปลี่ยน จึงเลือกรับเงินที่จับต้องได้ไว้ก่อน ,การบังคับใช้กฎหมาย องค์กรอิสระที่ตรวจสอบมักขาดความเป็นกลางหรือไม่มีอำนาจจัดการผู้บงการตัวจริง
ในประเทศพัฒนาแล้ว การซื้อเสียงมักไม่ได้มาในรูปของ "เงินสด" ใส่ซอง แต่เปลี่ยนรูปไปเป็นการ "ล็อบบี้" (Lobbying) หรือการออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนที่สนับสนุนเงินทุนพรรคการเมืองแทน ซึ่งบางมุมก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็น "การซื้อเสียงในระดับนโยบาย"
ที่มา: https://pcij.org/2024/10/26/lower-house-district-representatives-political-dynasties-reelection/
https://democratic-erosion.org/2025/05/01/the-ruling-family-how-political-dynasties-are-destroying-democracy-in-the-philippines/
https://www.nytimes.com/2024/02/14/world/americas/mexico-vote-abroad-election.html
https://lbbonline.com/news/burger-king-brazil-wants-to-buy-your-vote-in-this-election
https://www.accord.org.za/conflict-trends/practice-and-perils-of-vote-buying-in-nigerias-recent-elections/
https://www.kompas.com/tren/read/2024/11/26/210000465/serangan-fajar--asal-usul-dan-sanksi-bagi-pemberi-atau-penerima-?page=all
https://www.bekasikab.go.id/menerima-serangan-fajar-gak-bahaya-tah
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
ประเทศไทยเคยมีภูเขาไฟจริง..ได้อะไรจากจากภูเขาไฟ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
อินฟลูณเขมร โป๊ะแตะ!
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ภาพถ่ายที่น่าทึ่งที่สุดของ "ดาวพฤหัสบดี" (Jupiter) จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศของ เจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope - JWST)
คนร้ายขู่ปล้นธนาคาร แต่ถูกพลเมืองดีช่วยจับได้.
จังหวัดเดียวในภาคใต้ของประเทศไทยที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเล
อินฟลูณเขมร โป๊ะแตะ!
แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของศรีสะเกษ
ไวรัลปัจฉิมนิเทศสุดปัง: ผอ. โรงเรียนสิริรัตนาธร ซื้อใจเด็กด้วยความไม่ถือตัว
"เสือตกถังพลังเงินดี" งวด 1 มีนาคม 2569
รองนางงาม "เอิร์ธ ฟิลิปปินส์" ถูกยิงดับหน้าบ้าน
นักแสดงดัง "โรเบิร์ต ดูวัล" เสียชีวิตแล้ว
ระทึกก่อนตรุษจีน! กัมพูชาพบชายวัย 30 ปีติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 หลังบริโภคไก่ป่วย ทางการสั่งเฝ้าระวังเข้ม หวั่นซ้ำรอยปีระบาดหนัก
ไวรัลปัจฉิมนิเทศสุดปัง: ผอ. โรงเรียนสิริรัตนาธร ซื้อใจเด็กด้วยความไม่ถือตัว






