เปิดปม “ของแถม 7,800 ล้าน” บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทั้งที่ TOR ไม่ได้สั่ง ใครกันแน่ต้องตอบสังคม?
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งซึ่งสร้างความฉงนแก่สาธารณชนไม่น้อย เป็นกรณีที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกางรายละเอียด TOR หรือเงื่อนไขการจัดจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 3 ประเภท ได้แก่ บัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) สีเขียว (ส.ส.เขต) และสีเหลือง (ประชามติ) ซึ่งจัดพิมพ์ประเภทละกว่า 56 ล้านใบ ภายใต้การดำเนินการของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.
ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อน มิใช่เพียงเรื่องเทคนิคการพิมพ์ หากแต่เป็นเรื่อง “ของแถมราคาแพง” ที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งบางประเภท ทั้งที่ใน TOR มิได้ระบุชัดให้ต้องมีบาร์โค้ด (Barcode) หรือคิวอาร์โค้ด (QR Code) แต่อย่างใด
จากข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปิดเผย TOR กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริต “ขั้นต่ำ” อย่างน้อย 6 ประการ ได้แก่ การมีลวดลายหรือตำหนิพิเศษ การออกแบบลวดลายเฉพาะ การซ่อน Micro Text การใช้หมึกพิเศษที่ต้องตรวจด้วยแสงเหนือม่วง การมีข้อมูลหรือรหัสเพื่อตรวจสอบกรณีทุจริต และลวดลายป้องกันการสแกนหรือถ่ายเอกสาร ทั้งหมดนี้ ไม่มีข้อใดระบุชัดว่าต้องมีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด
แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบว่า บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ด บัตรสีเขียวมี QR Code ขณะที่บัตรสีเหลืองยังไม่ปรากฏ “ของแถม” ดังกล่าว ทั้งที่มาจาก TOR ฉบับเดียวกัน ภายใต้หน่วยงานเดียวกัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สังคมจะตั้งข้อสังเกตถึงความสอดคล้องและมาตรฐานเดียวกันในการดำเนินการ
ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นด้านความปลอดภัยของข้อมูลก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ บัตรสีเขียวซึ่งมี QR Code ถูกระบุว่ายังมีการเข้ารหัส ไม่สามารถเชื่อมโยงตรงถึงหมายเลขบัตรได้ทันที ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายจึงจะเปิดเผยได้ แต่ในกรณีบัตรสีชมพูที่มีบาร์โค้ด กลับถูกตั้งคำถามว่าเพียงสแกนก็สามารถเห็นหมายเลขลำดับบัตรได้ หากนำไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ย่อมอาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้ใช้สิทธิได้ ประเด็นนี้จึงมิใช่เรื่องเล็ก หากแต่แตะต้องหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่ต้องคุ้มครองความลับในการลงคะแนนอย่างเคร่งครัด
ในมุมงบประมาณ ตัวเลขที่ถูกกล่าวอ้างว่ามูลค่า “ของแถม” ดังกล่าวสูงถึง 7,800 ล้านบาท หากต้องจัดพิมพ์ใหม่เฉพาะบัตรสีชมพู อาจใช้งบประมาณราว 4,000 ล้านบาท ตัวเลขระดับนี้ สำหรับผู้ใหญ่รุ่น 50 ปีขึ้นไปที่ผ่านเหตุการณ์บ้านเมืองมาหลายยุคหลายสมัย ย่อมทราบดีว่าเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น และไม่อาจมองเป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิคเล็กน้อยได้
ประเด็นสำคัญจึงมิใช่การโทษโรงพิมพ์ เพราะหาก TOR เปิดช่องด้วยคำว่า “อย่างน้อย” และมีการเสนอรูปแบบเพิ่มเติมเข้ามา หน่วยงานผู้ว่าจ้างย่อมต้องพิจารณาให้รอบด้านก่อนลงนามเห็นชอบ คำถามที่สังคมเฝ้ารอจึงอยู่ที่กระบวนการกลั่นกรอง การประเมินความคุ้มค่า และการคำนึงถึงผลกระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ผู้เขียนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง มิได้มุ่งกล่าวหา แต่เห็นควรอย่างยิ่งว่าประเด็นนี้ต้องได้รับคำชี้แจงอย่างโปร่งใส ชัดเจน และเป็นระบบ เพราะการเลือกตั้งมิใช่เพียงกระบวนการทางธุรการ หากคือรากฐานของระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และงบประมาณ ย่อมเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตอบคำถามต่อสาธารณะโดยไม่คลุมเครือ
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียง “ของแถม” หากเป็นบททดสอบความรอบคอบ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อเงินภาษีประชาชนอย่างแท้จริง.
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
5 นิสัยเสียบนโต๊ะอาหาร ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
พืชที่ออกดอกได้เพียงครั้งเดียว และต้องรอนานที่สุดกว่าจะออกดอก
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
😆 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายที่พิสูจน์ให้เห็นว่า สัตว์ก็มีตรรกะที่แปลกประหลาดในแบบของตัวมันเอง 😂
นักวิเคราะห์ชี้ ศึกตะวันออกกลางอาจทำให้ ปูตินได้เปรียบก่อนใคร
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
กาแฟที่แพงที่สุดในโลก
ทำไมเราถึงกลัวความล้มเหลว



